ในสัปดาห์นี่ ได้นำเรื่องที่แสดงไว้โดยพระสารีบุตร ผู้เป็นธรรมเสนาบดีมาให้ได้อ่านกัน โดยพระสารีบุตรได้บอกถึงวิธีการระงับความอาฆาต ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นคนไม่ดีขนาดไหนก็ตาม สรุปได้ดังนี้คือ

เราพึงระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้

  1. มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ (แต่) วาจาบริสุทธิ์
  2. มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ (แต่) วาจาไม่บริสุทธิ์
  3. มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ วาจาไม่บริสุทธิ์ แต่ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร
  4. มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ วาจาไม่บริสุทธิ์ และ ไม่ได้ความสงบทางใจ ไม่ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร
  5. มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ และ วาจาบริสุทธิ์ และ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร

เราคงเคยเห็นคนที่ “พูดโกหกซึ่งๆหน้า วาจาก็แย่ ปากก็เหม็น แต่ว่าเขาไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ได้ขโมย” คนแบบนี้ คือ ข้อ 2,​ เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้

เราคงเคยเห็น “ชาวนาที่ต้องไปดักปลา ดักหนู ล่าเขียด มากิน แต่ว่าเขาก็มีสัมมาวาจา” คนแบบี้ คือ ข้อ 1, เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้

เราคงเคยเห็นคนที่ “พูดก็ไม่ดี เอะอะโวยวาย ตบยุง ขโมยของ โอ้อวด แต่เขาก็ยัง ใส่บาตร เข้าวัดถวายทานบ้าง” คนแบบนี้คือข้อ 3,​ เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้

เราคงเคยเห็นคนที่ “โกหกหน้าด้านๆ โกงชาติบ้านเมือง พูดเฉไฉบิดเบือน ยืมมือคนอื่นฆ่า แถม วัดวาบุญทานก็ทำแบบขอไปทีหวังชื่อเสียง ไม่เคยนั่งสมาธิ” คนแบบนี้คือข้อ 4 เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้ (ถึงแม้ว่าเขาจะทำอะไรให้เราไม่พอใจก็ตาม)

เราคงเคยเห็นคนที่ “พูดดีคิดดีทำดี น่ายกย่องนับถือ มีศึล ทำประโยขน์แก่บ้านเมือง” คนแบบนี้คือข้อ 5 เราควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้ (ถึงแม้ว่าเขาจะทำอะไรให้เราไม่พอใจก็ตาม)

โดยเปรียบเทียบแต่ละข้อดังนี้

  • 1 เหมือนภิกษุใช้ผ้าบังสุกุล

  • (มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ (แต่) วาจาบริสุทธิ์)

“พระที่ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เห็นผ้าเก่าที่ถนน  เหยียบให้มั่นด้วยเท้าซ้าย  เขี่ยออกดูด้วยเท้าขวา ส่วนใดเป็นสาระ ก็เลือกถือเอาส่วนนั้นแล้วหลีกไป ฉันใด; ความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ส่วนใดของเขา เธอไม่พึงใส่ใจส่วนนั้นในสมัยนั้น ส่วนความประพฤติทางวาจาบริสุทธิ์ส่วนใดของเขา เธอพึงใส่ใจส่วนนั้นในสมัยนั้น ฉันนั้น เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้น อย่างนี้”

ผ้าบังสุกุล คือผ้าที่เขาทิ้งแล้ว ไม่ใช้แล้ว เช่นผ้าห่อศพ หรือผ้าเปื้อนฝุ่น

  • 2 เหมือนการกินน้ำในสระน้ำที่มีสาหร่ายปกคลุม

  • (มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ (แต่) วาจาไม่บริสุทธิ์)

“สระน้ำที่ถูกสาหร่ายและแหนคลุมไว้บุรุษผู้เดินทางร้อนอบอ้าว เหนื่อยอ่อน  ระหายน้ำ เขาลงสู่สระน้ำนั้น แหวกสาหร่ายและแหนด้วยมือทั้งสองแล้ว กอบน้ำขึ้นดื่มแล้วพึงหลีกไป ฉันใด ; ความประพฤติทางวาจาไม่บริสุทธิ์ส่วนใดของเขา เธอไม่พึงใส่ใจในส่วนนั้นในสมัยนั้น ส่วนความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ส่วนใดของเขา  เธอพึงใส่ใจในส่วนนั้นในสมัยนั้น ฉันนั้น    เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนี้อย่างนี้

  • 3 เหมือนการกินน้ำน้อยในรอยโค

  • (มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ วาจาไม่บริสุทธิ์ แต่ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร)

“น้ำเล็กน้อยมีอยู่ในรอยโค  บุรุษผู้เดินทางร้อนอบอ้าวเหนื่อยอ่อน  ระหายน้ำ   เขาพึงเกิดความคิดอย่างนี้ว่า   ‘น้ำเล็กน้อยมีอยู่ในรอยโคนี้   ถ้าเราจะกอบขึ้นดื่มหรือใช้ภาชนะตักขึ้นดื่มไซร้    เราก็จักทำน้ำนั้นให้  ไหวบ้าง   ให้ขุ่นบ้าง   ให้ไม่เป็นที่ควรดื่มบ้าง   ถ้ากระไรเราพึงคุกกเข่าก้มลงดื่มน้ำอย่างโคดื่มน้ำแล้วหลีกไปเถิด’  เขาคุกเข่าก้มลงดื่มน้ำอย่างโคดื่มน้ำแล้วหลีกไป แม้ฉันใด ; ความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ส่วนใดของเขา เธอไม่พึงใส่ใจส่วนนั้นสมัยนั้น แม้ความประพฤติทางวาจาไม่บริสุทธิ์ส่วนใดของเขา เธอก็ไม่พึงใส่ใจส่วนนั้นในสมัยนั้น  แต่การได้ทางสงบใจได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควรส่วนใดของเขา เธอพึงใส่ใจส่วนนั้นในสมัยนั้น    ฉันนั้น  เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้นอย่างนี้”

  • 4 เหมือนสงสารคนป่วยไม่สบาย

  • (มีความประพฤติทางกายไม่บริสุทธิ์ วาจาไม่บริสุทธิ์ และ ไม่ได้ความสงบทางใจ ไม่ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร)

“บุรุษผู้อาพาธ  มีทุกข์   เป็นไข้หนัก เดินทางไกลแม้ข้างหน้าเขาก็มีบ้านอยู่ไกล แม้ข้างหลังเขาก็มีบ้านอยู่ไกล เขาไม่พึงได้อาหารที่สบาย (ถูกโรค)  เภสัชที่สบาย  ผู้พยาบาลที่สมควร  และผู้นำทางไปสู่บ้าน บุรุษบางคนผู้เดินทางไกลพึงเห็นเขา บุรุษนั้นพึงเข้าไปตั้งความกรุณาความเอ็นดู ควานอนุเคราะห์ในเขาว่า   ‘โอ   คน  ๆ นี้พึงได้อาหารที่สบายเภสัชที่สบาย   ผู้พยาบาลที่สมควร   และผู้นำทางไปสู่บ้าน’   ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะเหตุว่า  คน ๆ นี้อย่าถึงความพินาศฉิบหาย  ณ ที่นี้เลย แม้ฉันใด; เธอ พึงเข้าไปตั้งความกรุณา   ความเอ็นดู   ความอนุเคราะห์  ในบุคคลแม้เห็น ปานนี้ว่า   โอท่านผู้นี้พึงละกายทุจริตแล้ว  อบรมกายสุจริต  พึงละวจีทุจริตแล้ว อบรมวจีสุจริต  พึงละมโนทุจริตแล้ว   อบรมมโนสุจริต     ข้อนั้นเพราะเหตุไร  เพราะเหตุว่า  ท่านผู้นี้เมื่อตายไปแล้ว   อย่าเข้าถึงอบาย   ทุคติ   วินิบาต  นรก ฉันนั้น   เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้นอย่างนี้”

  • 5 เหมือนเล่นน้ำในสระน้ำใสเย็น

  • (มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ และ วาจาบริสุทธิ์ และ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร)

“สระน้ำที่มีน้ำใส  มีน้ำอร่อยดี  มีน้ำเย็น  มีน้ำขาว    มีท่าน้ำราบเรียบ  น่ารื่นรมย์ดาดาษไปด้วยต้นไม้พันธุ์ต่าง ๆ บุคคลผู้เดินทางร้อนอบอ้าว  เหนื่อย  อ่อน กระหายน้ำ   เขาพึงลงสู่สระน้ำนั้น    อาบบ้าง   ดื่มบ้าง แล้วขึ้นมานั่งบ้าง  นอนบ้าง ที่ร่มไม้ใกล้สระน้ำนั้น    แม้ฉันใด ; แม้ความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ส่วนใดของเขา   เธอพึงใส่ใจส่วนนั้นในสมัยนั้น    แม้ ความประพฤติทางวาจาบริสุทธิ์ส่วนใดของเขา     เธอพึงใส่ใจส่วนนั้นในสมัยนั้น    แม้การได้ทางสงบใจ   ได้ความเลื่อมใสโดยการอันสมควร ส่วนใดของเขา  เธอพึงใส่ใจส่วนนั้นในสมัยนั้น    ฉันนั้น     ภิกษุพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้นอย่างนี้”

ทักษิณ แม้ว่าเขาจะดีจริงหรือไม่ดีจริง เราก็ไม่ควรอาฆาตเขา อภิสิทธิ์ แม้เขาจะดีจริงหรือไม่ดีจริง เราก็ไม่ควรอาฆาตเขา ใครจะดีหรือไม่ดี ก็ไม่เป็นไร เพราะเราจะเป็นคนดี คนดีไม่อาฆาตใคร แม้ว่าเขาจะไม่ดีขนาดไหนก็ตาม กรรมใครก็กรรมมัน กรรมของเขาอย่าเอามาเป็นของเรา

วิธีระงับความอาฆาต 5 ประการ