เพื่อนมีหลายแบบ แล้วเราเป็นเพื่อนกับคนอื่นแบบไหน? ดูได้ง่ายๆ

เพื่อนไม่ดี จะพาไป

  1. นำให้เป็นนักเลงการพนัน
  2. นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้
  3. นำให้เป็นนักเลงเหล้า
  4. นำให้เป็นคนลวงผู้อื่นด้วยของปลอม
  5. นำให้เป็นคนโกงเขาซึ่งหน้า
  6. นำให้เป็นคนหัวไม้ 11/183 ฑี.ปา

เพราะฉะนั้นก่อนคบใครเป็นเพื่อนให้ดูเลยว่าถ้าใครเป็นคนมีการทำ 6 อย่างนี้ มีสิทธิ์เป็นเพื่อนชั่ว

  1. การนอนสาย
  2. การเสพภรรยาผู้อื่น
  3. ความประสงค์ผูกเวร
  4. ความเป็นผู้ทำแต่สิ่งหาประโยชน์มิได้
  5. เป็นมิตรชั่ว
  6. เป็นผู้ตระหนี่เหนียวแน่นนัก 11/185 ฑี.ปา

คนแบบนี้เป็นเพื่อนชั่วได้แน่นอน อย่างคบเลย

เพื่อนยังมีอีก 8 แบบ ดังนี้คือ

เพื่อนไม่ดี เพื่อนดี
  1. คนปอกลอก
  2. คนดีแต่พูด
  3. คนหัวประจบ
  4. คนชักชวนฉิบหาย
  1. มิตรมีอุปการะ
  2. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์
  3. มิตรแนะประโยชน์
  4. มิตรมีความรักใคร่

คนปอกลอก ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตรโดยสถาน ๔ คือ

  1. เป็นคนคิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
  2. เสียให้น้อยคิดเอาให้ได้มาก
  3. ไม่รับทำกิจของเพื่อนในคราวมีภัย
  4. คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัว

คนดีแต่พูด ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตรโดยสถาน ๔ คือ

  1. เก็บเอาของล่วงแล้วมาปราศรัย
  2. อ้างเอาของที่ยังไม่มาถึงมาปราศรัย
  3. สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้
  4. เมื่อกิจเกิดขึ้นแสดงความขัดข้อง [ออกปากพึ่งมิได้]

คนหัวประจบ ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตรโดยสถาน ๔ คือ

  1. ตามใจเพื่อนให้ทำความชั่ว [จะทำชั่วก็คล้อยตาม]
  2. ตามใจเพื่อนให้ทำความดี [จะทำดีก็คล้อยตาม]
  3. ต่อหน้าสรรเสริญ
  4. ลับหลังนินทา

คนชักชวนในทางฉิบหาย ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตรโดยสถาน ๔ คือ

  1. ชักชวนให้ดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย  อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
  2. ชักชวนให้เที่ยวตามตรอกต่างๆ ในเวลากลางคืน
  3. ชักชวนให้เที่ยวดูการมหรสพ
  4. ชักชวนให้เล่นการพนันอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

บัณฑิตรู้แจ้งมิตร ๔ จำพวกเหล่านี้ คือ มิตรปอกลอก ๑ มิตรดีแต่พูด ๑ มิตรหัวประจบ ๑ มิตรชักชวนในทางฉิบหาย ๑ ว่าไม่ใช่มิตรแท้ ดังนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล เหมือนคนเดินทางเว้นทางที่มีภัย ฉะนั้น ฯ 11/191 ฑี.ปา.

มิตรมีอุปการะ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้โดยสถาน ๔ คือ

  1. รักษาเพื่อนผู้ประมาทแล้ว
  2. รักษาทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว
  3. เมื่อมีภัยเป็นที่พึ่งพำนักได้
  4. เมื่อกิจที่จำต้องทำเกิดขึ้นเพิ่มทรัพย์ให้สองเท่า [เมื่อมีธุระช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก]

มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้โดยสถาน ๔ คือ

  1. บอกความลับ [ของตน] แก่เพื่อน
  2. ปิดความลับของเพื่อน
  3. ไม่ละทิ้งในเหตุอันตราย
  4. แม้ชีวิตก็อาจสละเพื่อประโยชน์แก่เพื่อนได้

มิตรแนะประโยชน์ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้โดยสถาน ๔ คือ

  1. ห้ามจากความชั่ว
  2. ให้ตั้งอยู่ในความดี
  3. ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง
  4. บอกทางสวรรค์ให้

มิตรมีความรักใคร่ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้โดยสถาน ๔ คือ

  1. ไม่ยินดีด้วยความเสื่อมของเพื่อน
  2. ยินดีด้วยความเจริญของเพื่อน
  3. ห้ามคนที่กล่าวโทษเพื่อน
  4. สรรเสริญคนที่สรรเสริญเพื่อน

บัณฑิตรู้แจ้งมิตร ๔ จำพวกเหล่านี้ คือ มิตรมีอุปการะ ๑ มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ๑ มิตรแนะประโยชน์ ๑ มิตรมีความรักใคร่ ๑ ว่าเป็นมิตรแท้ ฉะนี้แล้ว พึงเข้าไปนั่งใกล้โดยเคารพเหมือนมารดากับบุตร ฉะนั้น บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมรุ่งเรืองส่องสว่างเพียงดังไฟ เมื่อบุคคลออมโภคสมบัติอยู่เหมือนแมลงผึ้งผนวกรัง โภคสมบัติย่อมถึงความสั่งสมดุจจอมปลวกอันตัวปลวกก่อขึ้น  ฉะนั้น

คฤหัสถ์ในตระกูลผู้สามารถ ครั้นสะสมโภคสมบัติได้อย่างนี้แล้ว  พึงแบ่งโภคสมบัติออกเป็นสี่ส่วน เขาย่อมสมานมิตรไว้ได้ พึงใช้สอยโภคสมบัติด้วยส่วนหนึ่ง พึงประกอบการงานด้วยสองส่วน   พึงเก็บส่วนที่สี่ไว้ด้วย หมายว่าจักมีไว้ในยามอันตราย ดังนี้ ฯ  11/197 ฑี.ปา

คุณเป็นมิตรแบบไหน?