ความบริสุทธิ์มีได้ทุกวรรณะ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระพุทธเจ้าทรงโต้ตอบกับอัสสลายามาณพในเรื่องที่วรรณะพราหมณ์ประกาศตนเป็นผู้บริสุทธิ์กว่าวรรณะอื่น โดยทรงตั้งคำถามข้อแรกเป็นเรื่องการเกิดที่ทุกวรรณะเกิดเหมือนกัน ที่เหลือเป็นเรื่องการแบ่งวรรณะตามเขตต่างๆ ในการกระทำเกี่ยวกับเรื่องศีลธรรมและการกระทำภายนอก

“คนที่เป็นคนชั้นกลางคนชั้นต่ำหรือคนชั้นสูงทำชั่วทำบาปเขาอาจจะรอดพ้นจากคดีในศาล แต่ถ้าตายไป นรกไม่ได้เว้นใคร คุณจะเอาเงินไปยัดตรงประตูนรกว่าฉันไม่ตกนรกได้ไหม? ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของกรรม คนทำชั่วก็ต้องได้ชั่วเป็นลักษณะนั้น แต่คนทำดีก็ต้องได้ดี”

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สากัจฉาธรรม-การรู้ชัดซึ่งอินทรีย์ ๕

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

เมื่อมีศรัทธาในกระบวนการปฏิบัติ=>ก็จะลองทำดู ทำจริงแน่วแน่จริง(วิริยะ)=>ผลที่ได้คือ อกุศลกรรมลดลง กุศลกรรมเพิ่มขึ้นจากสติที่ตั้งไว้=>กุศลกรรมเกิดขึ้น จิตจะสบายเป็นสมาธิ เป็นความสุขที่เกิดจากในภายใน=>ใคร่ครวญเห็นด้วยปัญญาว่า ความมั่นใจตรงนั้นก็คือผลตรงนี้ เมื่อมั่นใจในผลก็จะมีศรัทธาเพิ่มขึ้นๆ ทำให้เกิดการทำดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เป็นขั้นๆ อย่างนี้ โดยต้องปรับอินทรีย์ให้เสมอๆ กันด้วย

“..จะรู้ชัดอย่างนี้ ย่อมเชื่อมั่นว่า ธรรมที่เราได้เคยฟังมาแล้ว บัดนี้มันถูกต้องเราด้วยนามกาย และเห็นแจ้งแทงตลอดด้วยปัญญา”

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก:ประเด็นในรายการ
คำถามโดยย่อ

ประเด็นว่าด้วยเรื่อง “ความศรัทธาในอินทรีย์ ๕”

สากัจฉาธรรม-เริ่มต้นอินทรีย์ที่การปลูกศรัทธา

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ศรัทธา คือ ความมั่นใจในการกระทำ มั่นใจในการกระบวนการกระทำ มั่นใจในผู้ที่เคยกระทำสำเร็จมาแล้ว เป็นความเชื่อในระดับที่เป็นเหตุเป็นผล

ผลที่ตามมาของการมีศรัทธาที่ถูกต้อง จะเกิดการทำจริง แน่วแน่จริง เมื่อทำจริง แน่วแน่จริง (วิริยะ) ยิ่งๆ ขึ้นไป จะทำให้เกิด สติ สมาธิ ปัญญา เป็นไปตามลำดับของสิ่งที่เรียกว่า “อินทรีย์ ๕”

เพราะว่าเหตุของศรัทธาคือ ความทุกข์ นั่นสำคัญ ถ้าเราต้องการจะแก้ทุกข์ได้จะต้องมีศรัทธาเป็นที่เริ่มต้นให้เกิดการแสวงหาที่พึ่งภายนอกว่า ใครหนอจะรู้ทางออกของความทุกข์นี้ซักหนึ่งหรือสองวิธี…

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก: /ประเด็นในรายการ

คำถามโดยย่อ
ประเด็นว่าด้วยเรื่อง ความเชื่อกับศรัทธาเหมือนกันหรือไม่

คำพุทธ-อัสสลายนสูตร ทรงโปรดอัสสลายนมาณพ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ณ พระวิหารเชตวัน พระพุทธองค์ได้ทรงโต้ตอบกับมานพชื่อ “อัสสลายนะ” ในปัญหาเรื่องวรรณะพราหมณ์ประเสริฐกว่าวรรณะอื่น จนเขายอมจำนนในเหตุผลที่ว่าวรรณะทั้งหลายเสมอกัน

ดูกรอัสสลายนะ ท่านจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร พราหมณ์เท่านั้นหรือหนอ ที่เมื่อเป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดคำหยาบ การพูดเพ้อเจ้อ ไม่โลภมาก มีจิตไม่พยาบาท มีความเห็นชอบ เมื่อตายไป พึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ กษัตริย์ไม่เป็นเช่นนั้นหรือ แพศย์ไม่เป็นเช่นนั้นหรือ ศูทรไม่เป็นเช่นนั้นรึ

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตอบคำถาม-ความเห็นของพระโสดาบันเป็นสัมมาทิฏฐิ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระโสดาบันนั้นคิดเรื่องนอกตัวได้แน่นอน แต่สิ่งที่่พระโสดาบัน เห็นลักษณะเป็นสัมมาทิฏฐิ ว่าสิ่งนี้เป็นเหตุปัจจัยเกิดขึ้น เป็นของปรุงแต่ง ว่ามันไม่ใช่เป็นของที่จะเที่ยงแท้แน่นอนอะไร แต่อาจจะยังปล่อยวางไม่ได้ คือบางทีคิดถึงเรื่องเศร้าก็ร้องไห้ คิดถึงเรื่องที่โกรธ จี๊ดขึ้นก็ได้ แต่ไม่ว่าเศร้าหรือโกรธขนาดไหน จะไม่ทำผิดศีล ๕

พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ เวลาที่จิตของเราจะไปเที่ยวที่ไหน ก็ให้เที่ยวอยู่ในสติปัฏฐานทั้ง ๔ คือ เที่ยวไปในกาย เวทนา จิต ธรรม นี้ชื่อว่า “เป็นที่เที่ยวแห่งบิดาของตน” จะไม่โดนกับดักของมาร

ออกอากาศวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก : คุณสมหวัง ทองเอม จ.ชัยนาท/คำถามจากทางจดหมาย
คำถามโดยย่อ :
แต่ละวันจิตของพระโสดาบันจะรั่วออกไปนอกตัวบ้างหรือไม่

ตอบคำถามจาก : คุณเสาวรีย์ พุดด้วง อ.เมือง จ.ตรัง/คำถามจากทางจดหมาย
คำถามโดยย่อ :
1) การนำกระดูกไปลอยอังคารนั้นดีหรือไม่
2) มีพิธีสวดบังสุกุล สวดสะเดาะเคราะห์ การกระทำทำอันนี้จะดีหรือไม่

กระทำเหตุให้บรรลุผล

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

การที่ใครซักคนใดคนหนึ่งจะบรรลุธรรมขึ้นมาได้ ต้องสร้างเหตุให้ถูกต้องตามขั้นตอน ให้เห็นด้วยปัญญาที่แจ่มแจ้งว่า เรื่องของการบรรลุนั้นเป็นไปตามกาลเวลา เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยของมัน ให้สร้างเหตุที่ถูกต้องขึ้นคือ การปฏิบัติตามศีล สมาธิ (จิต) และปัญญา ที่ต้องเพียรทำเอาไว้ ตั้งเอาไว้ นี่ก็เป็นเรื่องของมรรค เป็นเรื่องที่จะต้องทำให้มากๆ ทำให้บ่อยๆ ทำให้เจริญ การละกิเลสตัณหา การกำจัดอวิชชาก็จะเกิดขึ้นได้ (นิพพาน) นี่เป็นผลจากการที่เราเดินตามมรรคอยู่อย่างบ่อยๆ นั่นเอง

อ้างอิง: อัจจายิกสูตร,ภาวนาสูตร,ภูมิชสูตร

ออกอากาศวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เป็นผู้ฉลาดในวาระจิตแห่งตน

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ให้เป็นผู้ที่ฉลาดในวาระแห่งจิตของตนเอง คือ ให้พิจารณาโดยใช้ใจ(มโน)ดูจิต(ธาตุ)ซึ่งทั้งสองมันมีความละเอียดที่เสมอๆ กัน ให้สังเกตดู พยายามตั้งสติเอาไว้ ให้ทำในสิ่งที่เรียกว่า “การพิจารณาดูตนเอง” ให้เห็นในกุศลธรรมทั้งหลาย ตรวจสอบว่าตัวเรานี้มีนิวรณ์ ๕ มักโกรธ มีจิตเศร้าหมอง อยู่รึไม่ มีกายเครียดครัดหรือไม่เครียดครัดในการปฏิบัติธรรม มีความเกียจคร้านหรือปรารภความเพียร มีจิตตั้งมั่นหรือไม่ตั้งมั่น ซึ่งเป็นคุณธรรม ๑๐ ประการที่เมื่อเราตรวจพบว่ามีในข้อใดข้อหนึ่ง ก็ให้รีบแก้ไขโดยทันที

ออกอากาศวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โลกธรรมให้ภพเกิดและดับ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

เมื่อเรามีความยินดีในความน่าพอใจ มีความยินร้ายในความไม่น่าพอใจเกิดขึ้นตั้งอยู่ จิตเข้าไปเกลือกกลั้ว ยึดถือ เกิดเป็น “ภพ”  ขึ้น ทำให้จิตไปมีการเกิดใหม่  เราก็จะไม่พ้นไปจากทุกข์นี้ได้เลย

ถ้าเราจะไม่ให้ความยินดี ยินร้ายเข้ามาตั้งอยู่ได้ ก็ต้องพิจารณาโลกธรรมนี้ให้เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง จะสามารถตัดภพตัดชาติจากความสุขและความทุกข์ที่เกิดในชีวิตของเราได้

ธรรมะนี้เกิดขึ้นในโลก มันก็ดับลงไปที่โลก ความสุข ความทุกข์เกิดขึ้นในโลก มันก็ดับลงไปในโลก ไม่เกี่ยวข้องกัน มันเป็นเหตุปัจจัยปรุงแต่งของมันๆ เท่านั้น

ออกอากาศวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การละกิเลสหกอย่าง

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

กิเลสเครื่องเศร้าหมองจิตที่จะพึงละได้ด้วยกระบวนการ 6 อย่าง;

  1. การสังวร คือ สำรวมอินทรีย์
  2. การพิจารณาในเรื่องของการเสพ
  3. การอดทนต่อผัสสะที่ไม่น่าพอใจ ไม่ให้อกุศลธรรมเกิดขึ้นในใจ
  4. การบรรเทา การละสิ่งที่เป็นไปในทางกาม พยาบาทเบียดเบียนออกไป
  5. การงดเว้น
  6. การภาวนา คือ พัฒนาจิตให้มีโพชงค์เกิดขึ้น

คนที่ปฏิบัติได้ทั้งหกอย่างนี้ เป็นคนที่เรียกว่าปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรงแน่นนอน ปฏิบัติรู้ธรรมอันเป็นเครื่องออกจากทุกข์ด้วย เป็นผู้ที่สามารถใช้ธรรมได้อย่างถูกต้อง เรียกว่า “ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม”

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

อย่าอ่อนซ้อม ให้ฉลาดในนิมิตแห่งจิตของตน

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ให้รู้จักสังเกตนิมิตแห่งจิตของตน เปรียบเหมือนพ่อครัวผู้เมื่อปรุงอาหาร ก็รู้จักสังเกตรสชาติของอาหารนั้น รู้ว่าอาหารที่ทำออกมาอร่อยหรือไม่ เช่นกัน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าจิตของเรามันมีปัญหาอะไร ก็ต้องใช้จิตดู ดูให้เห็นว่า ที่เราทำมาได้ ทำมาดี นั่นเพราะอะไร ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็สังเกตให้เห็นว่ามันคืออะไร แล้วแก้ไขปรับปรุง…เราทำได้ ฝึกได้ ทำให้ชำนาญ อย่าอ่อนซ้อม

พระพุทธเจ้าได้ทรงยืนยันมาแล้ว เหล่าภิกษุผู้พี่ก็ยืนยันต่อๆ กันมาแล้วว่า ธรรมะที่จะทำให้ผู้ที่เมื่อปฏิบัติแล้ว จะรู้จะเห็นได้ด้วยตนเอง

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

    loading
    a