สากัจฉาธรรม: ศัลยกรรมกับพุทธะ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

ถ้าตัณหามันไม่พอ มันไม่มีหยุด กลายเป็นเสพติดศัลยกรรม จะหยุดได้จะพอได้ตรงที่ตัณหามันออก วิธีการที่พระพุทธเจ้าแนะนำให้พิจารณาคือ “อสุภะ” เพื่อคลายกำหนัดในกายได้ ตัณหามันจะตั้งอยู่ไม่ได้ ตรงนั้นคือ “พอ” พอใจยินดีในสิ่งที่มี ทำสิ่งที่เป็นกุศลธรรม ทำกรรมขาว ความงามในจิตใจเป็นอสาธารณะกับภายนอก เป็นอริยทรัพย์ที่จะเอาติดตัวไปด้วยได้

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก: ประเด็นในรายการ
คำถามโดยย่อ

ประเด็นคำถามว่าด้วยเรื่อง “การศัลยกรรม

ตอบคำถาม: เจริญฌานสู่ญาน

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ฌาน” ในความหมายที่ถูกต้องคือ การเอาใจจดใจจ่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องมีการบีบบังคับให้จิตเป็นอารมณ์อันเดียว นั่นก็คือ สมาธิ ดังนั้นฌานก็คือ สมาธิ นั่นเอง

ญาน” เป็นผลของฌาน แปลว่าความรู้ยิ่ง ซึ่งความรู้ในที่นี่ไม่ใช่การจำได้ในสมอง (จิตมยปัญญา) แต่หมายถึงสิ่งที่เรารู้เข้าไปในใจ (ภาวนามยปัญญา)

เมื่อเราฝึกจิตแล้ว ตั้งสติแล้ว มีฌานเกิดขึ้น จิตเป็นอารมณ์อันเดียว เราจึงสามารถไม่มีอคติในสิ่งนั้นๆ สามารถเห็นได้ตามที่มันเป็น (วิปัสสนาญาน)

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก: ประเด็นในรายการ

คำถามโดยย่อ
ฌานและญาน ใช้ในความหมายที่เหมือนกันหรือไม่

อย่าทำให้พระพุทธเจ้าลำบากเพราะเหตุแห่งธรรม

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ใน“จาตุมสูตร” พระภิกษุบวชใหม่ส่งเสียงอึกทึกไม่รู้ความผิดตน พระพุทธองค์จึงทรงขับไล่ไป จนเจ้าศากยะและสหัมบดีพรหมต้องทูลขอประทานอภัยให้ ภิกษุที่ลงน้ำหวังข้ามฝั่ง แต่มากลัวภัยในน้ำ เปรียบเทียบคลื่นคือศีลและข้อวัตรปฏิบัติ จระเข้คือปากท้อง น้ำวนคือการติดในชีวิตของเพศคฤหัสถ์ และภัยจากปลาคือผู้หญิง ถ้ากลัวไม่สู้อดทนก็ต้องกลับคืนสู่เพศเดิม เป็นพระนั้นไม่ได้หมายถึงการใส่แค่จีวรแต่รวมถึงการทำจิตทำใจให้ตั้งใจข้ามไปให้ถึงฝั่ง อย่ากลัวภัยในน้ำ อย่าทำให้พระพุทธเจ้าทรงลำบากพระทัยด้วยเหตุแห่งธรรม

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คำพุทธ: จาตุมสูตร เรื่องพระอาคันตุกะพูดเสียงดัง

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

จาตุมสูตร” เรื่องพระอาคันตุกะพูดเสียงดัง มัชชิมนิกาย เล่มที่ ๑๓ ข้อที่ ๑๘๖-๑๙๔
ใกล้หมู่บ้านจาตุมา พระพุทธองค์ได้ทรงขับไล่ภิกษุที่ส่งเสียงอึกทึกอื้ออึงในขณะที่มาเข้าเฝ้า เจ้าศากยะ ชาวเมืองจาตุมาและท้าวมหาพรหมได้ทูลขอร้องให้ทรงอภัย เพราะพระใหม่บางรูปเมื่อไม่ได้เห็นพระศาสดาจะแปรปรวนเป็นอย่างอื่น ทรงอภัยและได้แสดงถึงภัยในทะเล 4 ประการเทียบกับภัยของภิกษุ คือ
1) ภัยจากคลื่นเทียบกับภิกษุที่ไม่อดทนต่อคำสั่งสอน
2) ภัยจากจระเข้เทียบกับภิกษุผู้ไม่อดทนต่อความอดอยาก
3) ภัยจากน้ำวนเทียบกับภัยของภิกษุที่ยังติดในกามคุณ ๕
4) ภัยจากปลาร้ายเทียบกับภัยจากผู้หญิง
ซึ่งภัยเหล่านี้ทำให้ภิกษุต้องลาสิกขาไป

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถาม: การระลึกชาติ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

การระลึกชาติเป็นสามัญญผล เป็นหนึ่งในหลายๆ ผลที่เกิดจากการประพฤติพรหมจรรย์ ในส่วนที่เกี่ยวด้วยเรื่องของปัญญา จึงสามารถทำให้ระลึกถึงขันธ์ที่มีมาแล้วในกาลก่อนด้วยประการต่างๆ ได้ อันเนื่องมาจากสมาธิ

ผลของการที่เรามารู้อริยสัจสี่คือ ตัณหาจะละไปได้ นั่นก็เป็นผลจากการปฏิบัติอย่างหนึ่ง เป็นสามัญญผลอีกข้อหนึ่ง จึงไม่จำเป็นจะต้องระลึกชาติได้เพื่อการที่จะมารู้ซึ่งสัจธรรมของพระพุทธองค์

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “… เพียงเท่านี้ก็พอแล้วเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก: ประเด็นในรายการ

คำถามโดยย่อ
พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสสอนโดยตรงเกี่ยวกับ “การระลึกชาติ” ไว้บ้างรึไม่ อย่างไร

กิจอันพึงกระทำ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

เราจะทำอย่างไร เมื่อภัยที่เราไม่สามารถชนะได้เลยจ่ออยู่เฉพาะหน้า เป็นผู้ที่ความเจ็บ ความแก่ และความตายจ่ออยู่เฉพาะหน้า จะยังเป็นผู้ที่ผาสุขอยู่ได้

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “…บุรุษผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญา เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน พึงตั้งศรัทธาไว้ในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม และในพระสงฆ์ ผู้ใดมีปกติพระพฤติธรรมด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญผู้นั้น ในโลกนี้นั่นเทียว ผู้นั้นละโลกนี้ไป ย่อมบันเทิงในสวรรค์

ออกอากาศวันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถาม: จิตใจธรรมารมณ์

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ใจ คือ มโน; ความคิด คือ ธรรมารมณ์; จิต คือ ผู้ที่เข้าไปรับรู้ คือ วิญญาน พอเรามีความเข้าใจตรงนี้แล้ว ว่าจิตนั้นไม่ใช่ ธรรมารมณ์ ; ผู้ที่เข้าไปรู้ความคิด กับ ความคิดนั้นเป็นคนละตัวกัน

จิตไม่ใช่ความคิด แต่ที่เราไปเห็นว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน เป็นเรื่องเดียวกัน ก็เพราะว่าอำนาจของตัณหา ก็เพราะว่าอำนาจของอวิชชา จิตไม่ใช่ความคิด แล้วจิตเป็นอะไร พระพุทธเจ้าบอกว่า “ภิกษุ ท.! จิตนี้ เป็นธรรมชาติประภัสสร แต่จิต (ที่มีธรรมชาติประภัสสร) นั้นแล เข้าถึงความเศร้าหมองแล้ว เพราะอุปกิเลสอันเป็นอาคันตุกะจรมา”

ออกอากาศวันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก : คุณแสงจันทร์/คำถามทาง Website
คำถามโดยย่อ :
ถ้าเราไม่มีเวลาไปวัดแต่เราฟังธรรมทุกวันและนั่งสมาธิที่บ้านเราจะได้บุญไหม

ตอบคำถามจาก : คุณบัวเหล่าที่สาม/คำถามทาง Website
คำถามโดยย่อ :
ระหว่างคำว่า “ใจ” “จิต” และ “ความคิด” ต่างกันอย่างไร

เครื่องผูกให้ติดอยู่ในสังสารวัฎ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

มีในสมัยหนึ่ง…สมัยที่เทวดาเขายังทำสงครามกันอยู่ เทวดาเขาก็มีอยู่สองฝ่าย ฝ่ายที่เป็นพวกเทวดากับฝ่ายที่เป็นพวกอสูร อสูรนี่ก็เป็นพวกเทวดา ในฝักฝ่ายพวกที่ไม่ดี ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จะมีอยู่ 2 พวก ก็คือ พวกของท้าวสักกะเทวราช ท้าวสักกะเทวราชเป็นหัวหน้าของฝ่ายเทวดาที่ตั้งอยู่ในธรรมในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ฝ่ายพวกเทวดาที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในธรรม ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เขาก็เรียกว่า พวกอสูร มีหัวหน้าชื่อ ท้าวเวปจิตติ สองฝ่ายนี้ เขาก็รบกัน ในบางครั้ง บางคราว และมีการรบอยู่หลายๆ ครั้ง มีครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าพวกอสูรแพ้ เวลาที่พวกอสูรแพ้แล้ว หัวหน้าของเขา ก็ถูกจับตัวไป ไปยังบริเวณบ้านของท้าวสักกะเทวราช คือ บ้านของท้าวสักกะเทวราชหรือพระอินทร์นี่ บ้านใหญ่มาก มีเจดีย์ตรงนั้น มีที่ฟังธรรมตรงนี้ มีสวนตรงโน้น ปราสาทตรงนั้น มีหลายอย่าง ด้วยความเป็นเทวดา ก็เป็นผู้ที่มากด้วยกามคุณทั้ง 5 ปรากฏว่าพอถูกจับไป ท้าวเวปจิตติก็ถูกผูกด้วยมนต์ที่ท้าวสักกะเทวราชร่ายเอาไว้ เครื่องผูกตรงนี้มีรายละเอียด 10 อย่าง คือ ผูกขาที่มันจะหนี ถ้ามันจะหนีผูกไว้อย่างนี้ 5 อย่าง ถ้าไม่หนี ก็ถูกผูกด้วยอีก 5 อย่าง และถ้าจะหนี ก็ถูกผูกด้วยเครื่องรึงรัด…และนี่คือถ้าเวลาหนีล็อคด้วย 5 อันนี้ แต่ถ้าจะไม่หนี ก็ถูกล็อค ถูกผูกอยู่ด้วยอีก 5 อย่างหนึ่ง ถูกล็อค ถูกผูกอยู่ ด้วยกามคุณทั้ง 5 ถ้าท้าวเวปจิตติ นี่ เขาคิดว่าพวกเทวดานี้ไม่ดี พวกอสูรดี ฉันจะหนีกลับที่ ที่อยู่ของฉัน ที่บ้านของฉัน ก็จะถูกรัดด้วย เครื่องรัด 5 อย่างนี้ ที่ขา ที่แขน และก็ที่คอในทางตรงกันข้าม ถ้าจะอยู่ คืออยู่ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ไม่ไปบัญชาการรบ โดยมีความคิดว่า พวกอสูรนี่ ไม่ดี พวกเทวดานี่เป็นฝ่ายดี และฉันจะอยู่ที่นี่ล่ะ อยู่ที่นี่ก็เอิบอิ่ม เพียบพร้อมด้วยกามคุณทั้ง 5 ที่เป็นของพวกเทวดา ซึ่งมันก็ดี จะอยู่ก็ถูกผูกอีก จะหนีก็ถูกรัดอีก ทั้งหมด 10 อย่างนี้ ถูกผูกอยู่ด้วยกามคุณทั้ง 5 ก็ ตา หู จมูก ลิ้น กาย 5 อย่าง ถ้าจะหนีก็ถูกผูก รัดอยู่ที่ขา 2 ข้าง แขน 2 ข้าง แล้วก็คอ ทั้งหมด 10 อย่าง ตรงนี้

พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ท่านผู้ฟัง บอกว่า เครื่องผูกของท้าวสักกะเทวราช หัวหน้าของฝ่ายเทวดา ที่ผูกท้าวเวปจิตติ หัวหน้าของฝ่ายอสูรนี่ ละเอียดอย่างนี้ มันต้องแน่นขนาดนี้ ทั้งขาที่จะอยู่ ทั้งขาที่จะไป เครื่องผูกสัตว์ให้อยู่ในสังสารวัฏ ละเอียดกว่านั้น…

ออกอากาศวันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ผู้เลิศด้านการทำความเพียร

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระสูตรนี้เป็นเรื่องราวการบรรลุธรรมของพระโสณะผู้เลิศในด้านการทำความเพียร ท่านทำความเพียรด้วยอิริยาบทเดินๆ จนกระทั่งเท้าแตก เป็นแผลก็ยังไม่หยุดเดิน จนทางเดินจงกมของท่านเปื้อนไปด้วยเลือด แต่ก็ยังไม่บรรลุธรรม จึงคิดที่จะลาสิกขา
พระพุทธองค์ทรงตรัสแก่พระโสณะว่า ความเพียรที่บุคคลปรารภจัดเกินไป ย่อมเป็นไปเพื่อความฟุ้งซ่าน ที่ย่อหย่อนเกินไป ย่อมเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน เพราะเหตุนั้นแล เธอจงตั้งความเพียรแต่พอดี จงเข้าใจความที่อินทรีย์ทั้งหลายต้องมีธรรมชาติเสมอๆ กัน จงกำหนดหมายในความพอดีนั้นไว้เถิด”

ออกอากาศวันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เรื่องเงินๆ ทองๆ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ถ้าเราต้องการร่ำรวยด้วยลาภปัจจัยสี่ สิ่งที่ควรทำคือ ทำศีลให้บริบูรณ์ มีความสงบแห่งใจ เป็นผู้ไม่เหินห่างจากสมาธิ ประกอบด้วยวิปัสสนา เป็นการสร้างบุญกุศลเพื่อที่จะให้ผลของบุญออกมาเป็นรูปแบบทรัพย์สินเงินทอง

สี่อย่างที่จะได้มาซึ่งโภคทรัพย์
1) เป็นผู้ที่ขยันขันแข็งในการทำงาน
2) เป็นผู้ที่รู้จักรักษาทรัพย์
3) ต้องมีเพื่อนดี
4) รู้จักแบ่งใช้จ่ายในหน้าที่ต่างๆ ให้ถูกต้อง
อันหนึ่งที่จะต้องระวัง คือ การมีโภคทรัพย์มากอาจจะทำให้มัวเมาได้ ความมัวเมาจะทำให้เกิดบาป เกิดอกุศลกรรม จะส่งผลทำให้โภคทรัพย์สูญไปได้

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

    loading
    a