สากัจฉาธรรม-วิธีที่จะศึกษาคำสอนให้ถูกต้องควรทำอย่างไร

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

ต้องทำความเข้าใจว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้สอน สาวกเป็นผู้ฟังคำสอน ฟังแล้วบอกต่อพร้อมทั้งมีการปฏิบัติดีร่วมไปด้วย พระพุทธเจ้าสอนเฉพาะเรื่องอริยสัจสี่ เป็นคำสอนที่ใครๆ ก็คัดง้างไม่ได้ การฟังสิ่งที่บอกต่อๆ กันมา เราต้องกลับไปหาที่ตัวแม่บท เพราะผู้บอกต่อมีความสามารถไม่เท่ากัน เราควรเอามาเปรียบเทียบดู ตรงไหนมันไม่ถูกมันไม่ใช่เราก็ทิ้งไป ตรงไหนมันถูกมันใช่เราก็เอาไว้

เพราะว่าคนที่พูดบอกต่อมา แม้จะเป็นคำสอนของพระพุทธะก็จริง ความสามารถเขาไม่เท่ากัน เขาอาจจะเป็นคนเลี้ยงโคหรืออาจจะเป็นเจ้าของโคก็ได้ เราไม่รู้

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

จิตไม่ผ่องใสเพราะอุปปักกิเลส ๑๑ อย่าง

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

“คุณธรรมเหล่านี้นะท่านผู้ฟังฟังให้ดี เป็นปัญหาของนักปฏิบัติธรรมทุกคนเลย ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ใน ๑๑ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งนี้ จิตเรา เอ๊ะ! ทำไมเราทำไม่ได้ เมื่อก่อนเราทำได้ เอ๊ะ! ตอนนี้ทำไมเราทำไม่ได้…ถ้าไม่เป็นความลังเลสงสัย ก็จะต้องเป็นความไม่ใส่ใจ ถ้ากำจัดความไม่ใส่ใจออกไปแล้ว จิตตั้งขึ้นได้แล้ว มันอาจจะเสื่อมอีกก็ได้ ในกรณีของพระพุทธเจ้าตอนที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ เสื่อมก็เพราะความเคลิ้มง่วงนอน ง่วงซึม ถีนมิทธะเข้ากับครอบงำ…แก้แล้วดีแล้ว จิตตั้งขึ้นแล้ว มันก็เสื่อมอีกท่านผู้ฟัง”

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

สากัจฉาธรรม-สังคมออนไลน์กับการสำรวมอินทรีย์

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

การส่งข้อความทางสังคมออนไลน์นั้นเป็นวาจาแน่นอน ส่งมาแล้วถ้าเขาผิดแต่เราจี๊ด เราผิด เพราะเราร้อน ความร้อนเกิดที่เราไม่ได้เกิดที่เขา แล้วจะแก้อย่างไร ไม่ได้แก้ที่เขา ต้องแก้ที่เรา เพราะไฟมันอยู่ที่มือเราไม่ได้อยู่ที่มือเขา ตรงจุดนั้นแสดงว่านายประตูประมาท ต้องมีนายประตูที่ฉลาด นั่นคือสติ ต้องมีการฝึกทั้งเต็มรูปแบบและนอกรูปแบบ การสำรวมอินทรีย์นั้นมีทั้งขาเข้าและขาออก
“…คือเธอนั้นเป็นผู้ที่มีสติเป็นนายทาวาร ย่อมละอกุศล เจริญกุศล ละกรรมอันมีโทษ บริหารตนได้หมดจดอยู่ ฉันนั้นเหมือนกัน”

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

คำพุทธ-อุปักกิเลสสูตร

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ภิกษุสองกลุ่มในนครโกสัมภี ทะเลาะบาดหมางทิ่มแทงกันด้วยหอกปาก พระพุทธเจ้าทรงห้ามถึง 3 ครั้งก็ยังไม่ฟัง จึงได้ตรัสคาถาช้างมาตังคะ และหลีกหนีไปที่บ้านพาลกโลณการพบพระภัคคุ และไปต่อที่ป่าปาจีนวงส์ พบพระอนุรุทธ พระนันทิยะ และ กิมพิละ ในที่นั้นได้พบว่าภิกษุทั้งสามนั้นสามัคคีกัน แต่มีปัญหาการภาวนาเพราะนิมิตในจิตหายไป จึงได้ตรัสถึงการละอุปักกิเลส 11 อย่าง ที่ทำให้สมาธิเคลื่อน นั่นคือ วิจิกิจฉา, อมนสิการ, ถีนมิทธะ, ฉัมภิตัตตะ, อุพพิละ, ทุฏฐุลละ, อัจจารัทธวิริยะ, อติลีนวิริยะ, อภิชัปปา, นานัตตสัญญา, และ รูปานํ อตินิชฌายิตัตตะ.

อุปักกิเลสสูตร

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

สากัจฉาธรรม-จะกล่าวอะไรก็ให้ลงที่อริยสัจสี่

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

เมื่อปฏิบัติไปเรื่อยๆ ความรู้ที่เคยรู้มาเรียนมาจะแล่นเข้าหากัน เริ่มจากวิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา และกลับมาสู่ศรัทธา ทำไมพระจึงกล่าวว่าโลกนี้ไม่มีอะไรนอกจากนามรูป พระจะกล่าวเรื่องอื่นไม่ได้นอกจากเรื่องศีลสมาธิปัญญา ถ้าจะพูดเรื่องเดรัจฉานวิชาหรือเรื่องอื่นๆ ก็ต้องจับลงในอริยสัจสี่ให้ได้ เพื่อกระทำให้ถึงนิพพาน (นามก็พวกสัญญา รูปก็คือขันธ์ห้า) หรือถ้าใครถามอะไรมาก็ตอบธรรมอย่างเดียว หรือนิ่งไปเลย

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

สังคหวัตถุสี่

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

ออกอากาศวันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

ตอบคำถาม-สัมมัตตะ ๑๐ ระบบแห่งความเห็นที่ถูกต้อง

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

เมื่อปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ก็จะเกิดความรู้แจ้ง คือ สัมมาญาณะ แล้วจะเกิดจากความพ้น คือ วิมุตติที่ถูกต้อง
สัมมาวิมุตติเป็นผลของสัมมาญาณะ สัมมาญาณะก็เป็นผลของการที่มีสัมมาสมาธิ
สัมมาสมาธิเกิดจากสัมมา ๗ อย่าง ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ,สัมมาสังกัปปะ,สัมมาวาจา,สัมมากัมมันตะ,สัมมาอาชีวะ,สัมมาวายามะ,สัมมาสติเมื่อรวมกันเป็นหนึ่งแล้วปฏิบัติไปไปเรื่อยๆ ก็จะเกิด “สัมมาญาณะ คือ ความรู้ที่ถูกต้อง” เกิดความรู้ที่ถูกต้องแล้ว มันแจ่มแจ้งแล้ว เราจะวางได้ เราจะพ้นจากการยึดถือ ในสิ่งต่างๆ ว่าเป็นตัวเราของเรา จิตจะพ้นจากการที่ไปเกลือกกลั้วในอารมณ์ความคิด ความรู้สึกใดๆ ที่มากระทบ ความพ้นตรงนี้ คือ วิมุตติ

ออกอากาศวันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

ปฏิปทาสี่แบบและวิธีดูสมณะ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ออกอากาศวันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

สักกายทิฏฐิ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

สักกายทิฏฐิ คือ ความเห็นเป็นตัวเป็นตน
มีความสุดโต่งใน 2 ลักษณะ ดังนี้
ด้านซ้าย
1. ไม่กลัวตาย
2. ไม่ลังเล
3. ไม่กลัวนรก แต่ไปตกนรก
4. ไม่กราบไหว้ ไม่บูชา
5. ไม่มีเหตุปัจจัยในความไม่เชื่อ
ด้านขวา
1. กลัวตาย
2. ลังเล
3. กลัวนรก แต่ไม่แน่ว่าจะไปตกนรกหรือไม่
4. กราบไหว้ ขอพร
5. เชื่อไปหมด (เหตุปัจจัยของความเชื่อเยอะไปหมดแต่เป็นของคนอื่นทั้งสิ้น)

สัมมาทิฏฐิ ทางสายกลางที่เป็นทางออก
1. ไม่กลัวตาย
2. ไม่ลังเล ไม่สงสัย
3. กลัวนรก ไม่ตกนรก
4. กราบไหว้ด้วยความเคารพ
5. มีเหตุปัจจัยในความเชื่อ

คนที่มีสัมมาทิฏฐิ จะไม่มีผู้อื่นเป็นเหตุปัจจัยในความเชื่อนอกจากคำสอนของพระพุทธเจ้า
2015-01-27 07.18.13

ออกอากาศวันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

คำพุทธ-ไม่ควรวางใจเพราะเห็นครู่เดียว

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

…ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ก็ศีลนั้นจะพึงรู้ได้ด้วยกาลนาน ไม่ใช่ด้วยกาลเล็กน้อย ผู้สนใจจึงจะรู้ได้ ผู้ไม่สนใจก็ไม่รู้ ผู้มีปัญญาจึงจะรู้ได้ ผู้มีปัญญาทรามก็ไม่รู้…

“คนผู้เกิดมาดี ไม่ควรไว้วางใจ เพราะผิวพรรณและรูปร่าง ไม่ควรไว้วางใจ เพราะการเห็นกันชั่วครู่เดียว เพราะว่านักบวชผู้ไม่สำรวมทั้งหลาย ย่อมเที่ยวไปยังโลกนี้ ด้วยเครื่องบริขารของเหล่านักบวชผู้สำรวมดีแล้ว ประดุจกุณฑลดิน และมาสกโลหะหุ้มด้วยทองคำปลอมไว้ คนทั้งหลายไม่บริสุทธิ์ในภายใน งามแต่ภายนอก แวดล้อมด้วยบริวารเที่ยวอยู่ในโลกฯ”

ปฏิปทาวรรคที่ ๒ชฏิลสูตรที่ ๑พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (๑๙๒)

คำพุทธ-ปฏิปทาวรรคที่ ๒ (ปฏิปทา ๔ ประการ)

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

พลังแห่งกุศลธรรม

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

จิตใจของเราเป็นเหมือนสนามรบระหว่างสิ่งที่เป็นกุศลกับอกุศล จุดที่จะเกิดการต่อสู้กัน เข้ามาประชิดกัน เข้ามาตะลุมบอนกัน นั่นคือผัสสะ ซึ่งในการต่อสู้แต่ละครั้ง อะไรจะชนะนั้นขึ้นอยู่กับกำลังของฝ่ายใดมากกว่าในจังหวะนั้น

พลังของฝ่ายกุศลธรรมนี้ เรียกว่า พละ ๕ จะเป็นกำลังในการที่จะหนุนให้อริยมรรคมีองค์แปดชนะได้ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ทำให้เกิดขึ้นมาได้ด้วยการฟังธรรมะบวกกันกับการโยนิโสนมสิการ จะเปลี่ยนความทุกข์ให้เป็นศรัทธาได้ ทำให้เกิดสัมมาทิฐิแล้ว เราจะมีชัยชนะที่บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงได้

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

สากัจาธรรม-เข้าเมืองตาหลิ่วไม่จำต้องหลิ่วตาตาม

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

หลังการปฏิบติธรรมแล้วชอบหลีกเลี่ยงการสมาคมไม่ใช่สิ่งผิดปรกติ ต้องแยกเป็น 2 ประเด็นคือ ถ้าไปอยู่ในที่ที่ไม่ดีแล้วเราประหม่าทำไม่ถูกก็ถูกแล้ว แสดงถึงการมีหิริโอตัปปะ ไม่ใช่เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม แต่ถ้าเป็นสถานที่ที่ไม่มีปัญหาอะไรเป็นประเด็นของเรื่องความชำนาญควรทำให้มันมีมากขึ้น ความประหม่าก็เป็นธรรมะอย่างหนึ่งที่เราต้องละเราต้องวาง โดยใช้กำลังของสติ สมาธิ ปัญญา สามารถพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ ส่วนเรื่องความต่างทางความคิด อย่ามองให้เป็นศัตรูกัน ให้มองจุดที่มีเหมือนกัน จะอยู่ร่วมกันได้

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

สากัจฉาธรรม-ความหมายของอหังการ มมังการ สักกายทิฏฐิ จิต วิญญาน พุทโธ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

อหังการ คือ ความเย่อหยิ่งทะนงตัว
มมังการ คือ การสำคัญว่าตัวเราเป็นของเรา
สักกายทิฏฐิ คือ ความเห็นว่ายังเป็นตัวเป็นตนอยู่คล้ายๆ กับอัตตา ความเห็นในทางอัตตาก็คือว่ามันเกิดขึ้นเป็นตัวตนของมันเอง ไม่ได้มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเหตุเป็นปัจจัย การเข้าใจอย่างนี้เรียกว่าเป็นสักกายทิฏฐิ พอมีสักกายทิฏฐิก็เลยมีอหังการ มมังการเกิดขึ้น

จะเห็นตรงนี้ได้ต้องมีอินทรียสังวรณ์ จิตต้องมีสติ มีสัมมาสมาธิ เห็นตามเป็นจริง เห็นความเป็นอนัตตา มีปัญญาจะตัดตัณหาได้ ตรงนี้ใช้จิตในการทำหน้าที่ของวิญญานในการรับรู้ การเห็นนี้เป็นพุทโธ

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

สากัจฉาธรรม-อุเบกขา ตอนที่ ๒

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

เจริญอุเบกขาอย่างเดียวก็สามารถบรรลุธรรมได้ เพราะอุเบกขาเป็นองค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรมคือ โพชฌงค์ หมายความว่าองค์ประกอบที่จิตจะต้องมีเพื่อที่จะก้าวลงสู่วิมุตติคือ ถ้าจิตมีองค์ประกอบของอุเบกขา จิตเขาพร้อมที่จะบรรลุธรรมแน่นอน โดยอาศัยความวิเวก เห็นความไม่เที่ยง เห็นความจางคลาย วางได้ก็จะบรรลุธรรมได้ อุเบกขาไม่ได้เกิดตลอด ก็ให้ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นความไม่เที่ยงและทำให้มีความชำนาญ

แม้ความวางเฉยในธรรมทั้งหลายในภายใน ก็เป็นอุเบกขาสัมโพชฌงค์ แม้ความวางเฉยในธรรมทั้งหลายในภายนอก ก็เป็นอุเบกขาสัมโพชฌงค์

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

คุณค่าของการรับประทานน้อย

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

“ธรรมะดีๆของพระพุทธเจ้า มันสมควรแท้ที่จะแลกด้วยชีวิตเลย ถ้าเราทรงคุณธรรมนี้ไว้ไม่ได้แล้วเราจะตายให้ตายซะ ถ้าตายแล้วจะมีคุณธรรมเหล่านี้ได้การตายนั้นเป็นการตายที่ไม่ต่ำทรามเป็นการตายที่น่ายกย่องเป็นการตายอันประเสริฐ..ความคิดที่ว่าธรรมะนี้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ไม่แต่เฉพาะเราคนเดียวคนข้างๆก็ด้วย กินน้อย ภาระก็น้อย คนอื่นๆก็ไม่เป็นภาระมากไม่ใช่แต่เฉพาะโลกนี้ยังรวมถึงโลกหน้าด้วยถ้ายังมีเชื้อแห่งการเกิดเหลืออยู่ มันก็จะไปดีและที่ดีกว่านั้น”

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

สากัจฉาธรรม-อุเบกขา ตอนที่ ๑

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

อุเบกขาหมายถึง การวางเฉย ไม่ใช่อทุกขมสุขเวทนาที่หมายถึงความรู้สึกว่าไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุข อุเบกขามีความละเอียดมากกว่า
เหตุเกิดของอุเบกขาคือ สมาธิ การที่จิตตั้งมั่นเป็นอารมณ์อันเดียว
ผลของอุเบกขาคือ ฌาน สมาธิในขั้นที่ ๓ ขั้นที่ ๔ ซึ่งจะทำให้เข้าสู่สมาบัติที่ลึกซึ้งขั้นอรูปได้ เป็นไปเพื่อโพชฌงค์เจ็ดได้
ข้อเสียของอุเบกขาคือ ความไม่เที่ยง

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

คำพุทธ-กีฏาคิริสูตร คุณของการฉันอาหารน้อย

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ณ แคว้นกาสี พระพุทธองค์ให้โอวาทถึงคุณของการเว้นอาหารในราตรีคือ มีอาพาธน้อย กระปรี้กระเปร่า มีกำลังดี และอยู่เป็นสุข และชักชวนให้พระสงฆ์หมู่ใหญ่ปฏิบัติตาม ภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะไม่ยอมรับ ทรงตรัสเรียกเข้าไปสั่งสอนทรงแสดงเวทนา ๓ อย่าง, บุคคล ๗ จำพวก, การตั้งอยู่ในอรหัตตผลและบท ๔

คำสอนของพระศาสดาย่อมงอกงามมีโอชาแก่สาวกผู้มีศรัทธาผู้หยั่งลงในคำสอนของพระศาสดาแล้วประพฤติ. สภาพนี้ ย่อมมีแก่สาวกผู้มีศรัทธาผู้หยั่งลงในคำสอนของพระศาสดาแล้วประพฤติ ด้วยตั้งใจว่า เนื้อและเลือดในสรีระของเราจงเหือดแห้งไปจะเหลืออยู่แต่หนังเอ็นและกระดูกก็ตามที เมื่อเรายังไม่บรรลุถึงอิฐผลที่จะพึงบรรลุด้วยเรี่ยวแรงของบุรุษ ด้วยความเพียรของบุรุษ ด้วยความบากบั่นของบุรุษแล้ว จักคลายความเพียรนั้นเสีย จักไม่มีเลย

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

ตอบคำถาม-คุณธรรม ๕ ประการ จึงสามารถหมุนจักรที่บิดาหมุนไปแล้ว

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ผู้ประกอบด้วยคุณธรรม ๕ ประการนี้ จึงสามารถยังธรรมจักรอันไม่มีจักรอื่นยิ่งไปกว่าอันตถาคตหมุนไปแล้ว ให้หมุนไปตามได้โดยแท้ และทั้งจักรนั้นก็เป็นจักรที่สมณะพราหมณ์ เทพ มาร พรหม หรือใครๆในโลกไม่สามารถต้านทานให้หมุนกลับได้ คือ

    ๑. เป็นผู้รู้จักเหตุ
    ๒. เป็นผู้รู้จักผล เชื่อในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล
    ๓. เป็นผู้รู้จักประมาณ ในเรื่องของธรรม
    ๔. เป็นผู้รู้จักกาล ด้วยปัญญาว่า เวลาสิ้นไปๆ ไม่ได้อยู่คงที่ มันมีความไม่เที่ยง หมั่นพิจารณาเนืองๆ ว่า “วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่”
    ๕. เป็นผู้รู้จักบริษัท รู้จักหมู่ชน

ออกอากาศวันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

โจรกลับใจ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

ออกอากาศวันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558

คำพุทธ-อังคุลิมาลสูตร

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ออกอากาศวันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

พุทโธ ธัมโม สังโฆ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พุทโธ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
ธัมโม คือ ธรรมมะอันพระผู้มีพระภาคประกาศไว้ดีแล้ว
สังโฆ คือ หมู่แห่งผู้ฟังคำสอนของพระผู้มีพระภาคที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

“บุคคลใดที่ถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งแล้ว เห็นอริยสัจสี่ด้วยปัญญาชัดเจน ..   นั่นแหล่ะคือที่พึ่งอันเกษม ..นั่นคือที่พึ่งอันสูงสุด ..
ผู้ใดถือเอาที่พึ่งนี้แล้ว ..ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้โดยแท้..”

ออกอากาศวันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

เทวดามีอยู่จริง

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

รู้ดีก็ได้ดี รู้ไม่ดีก็ได้ไม่ดี

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

มรรคมีองค์แปดนั่นเป็นความดี เป็นความงาม เป็นกัลยาณธรรม เป็นกัลยาณวัตร คือ เป็นข้อปฏิบัติที่ดี ศีลสมาธิปัญญา ทานศีลภาวนา ต้องรักษาศีลห้า อย่างน้อยๆ ที่สุดที่จะถึงความดีตรงนั้นได้ก็คือการทำสมาธิขั้นใดขั้นหนึ่งให้เกิดขึ้น การทำให้จิตเป็นอารมณ์อันเดียว รู้จักปล่อยวาง เห็นความตั้งอยู่ไม่ได้ของธรรมต่างๆ บ้าง มีการทำจริงแน่วแน่จริง การรู้จักใช้จ่ายประหยัดมัธยัสถ์ การที่ทำให้จิตเป็นอารมณการที่พูดจาไม่ว่ากันให้ร้ายกัน การที่มีความคิดปรารถนาดีกัน เหล่านี้เป็นความดีแน่นนอน
สุวิชาโน ภวํ โหติ สุวิชาโน ปราภโว แปลว่า ผู้เจริญก็รู้ได้ง่าย ผู้เสื่อมก็ดูรู้ได้ ผู้ที่มีความใคร่ชอบพอในการฟังธรรมของพระอริยะเจ้ามีจิตโน้มน้อมมาทันที รู้ได้ทันทีว่าคนนี้ต่อไปเจริญแน่ ส่วนผู้ที่มีความเกลียดธรรม ไม่อยากฟังธรรม เป็นคนขี้เกียจ มีอธรรมอยู่ในใจ เราดูรู้ได้เลยว่าคนนี้ต่อไปหรือทำกิจการงานต่อไปเสื่อมแน่นอน นี่คือความรู้ได้ง่ายสุวิชาโน

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

สากัจฉาธรรม-อะไรก็ไม่ใช่ของเรา แล้วตัวเราอยู่ที่ไหน

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

เพราะมีตัณหาจึงมีอุปปาทานคือ ความยึดถือ ยึดถือในขันธ์ห้า เพราะถ้ามีการยึดถือแล้วตรงนั้น เป็นตัวเราของเราทันที ตัวของเรามีตรงไหน ความทุกข์อยู่ตรงนั้นทันที มีความทุกข์ตรงไหนจะแก้ทุกข์มันก็แก้ที่ตรงนั้น นี่คือโอกาสของเราอยู่ตรงนี้ จะเห็นได้ต้องมีปัญญา โดยใช้ศีลสมาธิปัญญาในการฝึกปฏิบัติ

สิ่งใดมีภาวะเป็นที่รัก มีภาวะเป็นที่ยินดีในโลก ตัณหานี้เมื่อจะเกิด ย่อมเกิดในที่นั้น เมื่อจะเข้าไปตั้งอยู่ ย่อมเข้าไปตั้งอยู่ในที่นั้น….ตัณหานี้เมื่อจะละย่อมละได้ในที่นั้น เมื่อจะดับ ย่อมดับได้ในที่นั้น

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

สากัจฉาธรรม-ความหมายของธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หมายถึง การใช้ธรรมะเป็นฐานที่ตั้งแห่งการระลึกถึง มี ๔ ขั้นตอนคือ เห็นความไม่เที่ยง ความจางคลาย ความดับไป และความสลัดคืน จะเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ก็ต้องตั้งสติเอาไว้ ในที่นี้ใช้อานาปานสติ พระพุทธเจ้าเปรียบสัตว์ ๖ ชนิดถูกผูกไว้กับเสาหลัก เวลาสัตว์ดึงไป เสาก็ได้รับแรงดึงไปด้วย (เสา;ลมหายใจ สัตว์;อารมณ์ความคิดต่างๆ) ในระหว่างที่มันตึงแล้วมันหย่อนก็ให้เห็นความไม่เที่ยง อย่ารอให้เชือกขาด จะขาดทุนกำไร มีปิติสุขหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา เพราะปิติสุขก็เป็นเหมือนสัตว์ที่พยายามจะดึงจิตของเราไป

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปีติ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

“หน้าที่ที่ต้องทำในเรื่องของ วิญญาณกับปัญญา ต่างกัน อันนี้สำคัญมากๆ เลย ฟังธรรมวันนี้ 30 นาทีจำอะไรไม่ได้เลย ต้องจำตรงนี้ให้ได้ว่า วิญญาณกับปัญญาทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน ปัญญา ต้องทำให้เจริญ ทำให้มากๆ ทำให้บ่อยๆ แต่ วิญญาณ ต้องเข้าใจมันกำหนดรู้ให้ได้..อารมณ์ความรู้สึกใดๆ ที่จิตเข้าไปรับรู้พวกนั้นเป็นขันธ์ 5 ทั้งหมดเลยก็ต้องทำความเข้าใจ ต้องแยกหน้าที่กันให้ถูก วิญญาณคือ จิตทำความกำหนดรู้ ทำความรอบรู้ให้เกิดขึ้น ปัญญาต้องทำให้เจริญทำให้มันบ่อยๆให้มันมากๆ ตัณหาต้องละทิ้งเสีย”

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558

สากัจฉาธรรม-พละคือกำลัง

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

การที่เราจะสามารถเดินหน้าไปทางธรรมได้ ไม่ให้ถูกกระแสตัณหาพัดท่วมทับถาโถม ให้เราพ่ายแพ้ไปในทางสิ่งที่เป็นอกุศล แต่เราจะเดินหน้าต่อสู้กับสิ่งที่เป็นตัณหาละมันได้ ก็ด้วยกำลังจิตของเราที่มี กำลังจิตในที่นี้คือ พละ๕ นั่นเอง ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา จะเป็นอาวุธ เป็นเครื่องป้องกันที่จะทำให้ราเดินต่อสู้ในกระแสของตัณหาที่มันรุนแรงได้
ออกอากาศวันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

สากัจฉาธรรม-สัมมาสติมาก่อนสัมมาสมาธิ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

“บุคคลที่เจริญสัมมาสติแล้ว จะทำสัมมาสมาธิให้เกิดขึ้นได้นั้นเป็นฐานะที่มีได้”

อานาปานสติเป็นเครื่องมือทำให้เกิดสติ บุคคลที่มีสัมมาสติแล้ว จะทำให้สัมมาสมาธิเกิดขึ้นได้ บางทีเรามีสัมมาสติแต่ไม่มีสัมมาสมาธิ มีสติอยู่แต่ยังละไม่ได้ มีสติต่อสู้ระหว่างอวิชชาและวิชชา จะชนะได้ขึ้นอยู่กับพละ จุดที่ตัณหาจะรัดรึงเราได้ก็คือ จุดที่เราจะตัดมันได้นั่นเอง โอกาสเราเท่ากันระหว่างกิเลสกับธรรม แต่เวลาเราแพ้ มันก็จะเอาเราอีกทางหนึ่ง ต้องทวนกระแส ให้สร้างเหตุปัจจัยให้ถูกต้อง ทำสิ่งที่ควรทำ ละสิ่งที่ควรละ

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

คำพุทธ-มหาเวทัลลสูตร การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปีติ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระมหาโกฏฐิกะได้ถามปัญหาแก่พระสารีบุตรในแบบเวทัลละ (การถาม-ตอบปัญหาซึ่งผู้ถามได้ทั้งความรู้และความพอใจอนุโมทนาต่อคำตอบแล้วถามต่อให้ยิ่งขึ้นไป) ว่าด้วยเรื่อง ปัญญากับวิญญาณ, เวทนา สัญญา และวิญญาณ, ประโยชน์แห่งปัญญาและเหตุเกิดสัมมาทิฏฐิ, ภพและฌาน, อินทรีย์ ๕ และปัจจัยเจโตวิมุติ

ถาม: …ด้วยเหตุเพียงไรหนอ จึงตรัสว่าบุคคลมีปัญญา?
ตอบ: บุคคลรู้ชัดๆ…พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า เป็นบุคคลมีปัญญา รู้ชัดว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า บุคคลมีปัญญา…

มหาเวทัลลสูตร

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

ตอบคำถาม-เห็นแจ้งในธรรมปัจจุบัน

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

อย่าอยู่กับปัจจุบัน แต่ให้เป็นผู้ที่เห็นปัจจุบันด้วยปัญญา โดยความเป็นของง่อนแง่น คลอนแคลน มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เราจะต้องตั้งสติขึ้น ไม่ประมาท ต้องมีศรัทธา มีความเพียร รักษาศีลได้ ซึ่งนี้จะเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้สามารถมองเห็นธรรมะปัจจุบันได้ เห็นได้ว่าปัจจุบันเป็นธรรมะที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าไม่มีใหม่ ไม่มีเก่า มันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด การที่มันเปลี่ยนแปลงตลอดนี่แหละ มันคือ  การเห็นปัจจุบันโดยความเป็นของไม่เที่ยง ตรงนี้คือ ปัญญา เห็นตามความเป็นจริงอย่างนี้แล้วชื่อว่า เป็นผู้ที่เห็นธรรมะปัจจุบัน

ออกอากาศวันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

อธิบายภูมิของผู้ที่ได้รับการฝึกแล้ว

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

การฝึกที่เป็นไปตามลำดับตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ว่า;

  • เมื่อผู้ใดได้ฟังธรรมของตถาคตแล้ว พิจารณาเห็นว่า ฆราวาสเป็นทางมาแห่งธุลี การบวชเป็นโอกาสว่าง จึงหลีกออกจากกามคุณ มาประพฤติพรหมจรรย์
  • ทำการฝึกให้รู้จักมีศีล สำรวมด้วยดีในข้อปฏิบัติต่างๆ ซึ่งมีอานิสงส์เป็นความไม่ร้อนใจ ให้จิตของเราผูกอยู่กับสติปัฏฐาน
  • ต่อไปก็มาฝึกปฏิบัติสมาธิให้ได้ ให้ถึงฌานต่างๆ ไปจนถึงอาสวักขยญาณ

ผู้ใดเสียชิวิตก่อนที่จะฝึกเสร็จ ก็ยังถือว่าจะเป็นผู้ที่ไม่ได้ฝึก แต่ผู้ใดฝึกเสร็จก่อนเสียชีวิตก็ถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกดีแล้ว

ออกอากาศวันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2558

คำพุทธ-ทันตภูมิสูตร

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระราชกุมารชยเสนะได้ขอให้สามเณรอจิรวตะ แสดงธรรมตามที่ได้สดับ ได้ศึกษามาดังนี้ว่า “ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปในธรรมอยู่ พึงสำเร็จเอกัคคตาแห่งจิตได้ ฯ”…

ครั้นสามเณรอจิรวตะไปเข้าเฝ้าฯ และได้กราบทูลเรื่องราวที่เกิดขึ้น พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “..ข้อที่ความข้อนั้นเขารู้ เขาเห็น เขาบรรลุ ทำให้แจ้งด้วยการหลีกออกจากกาม แต่พระราชกุมารชยเสนะ ซึ่งยังอยู่ท่ามกลางกาม ยังบริโภคกาม..ยังขวนขวายในการแสวงหากาม จักทรงรู้หรือเห็นหรือทำให้แจ้งซึ่งความข้อนั้น นั่นไม่ใช่ฐานะที่มีได้…”

ทันตภูมิสูตร

ออกอากาศวันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

อุทธัจจะกุกกุจจะมานะ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

  • มานะ ความสำคัญว่าตัวเองเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • อุทธัจจะ สภาพที่ยังมีความหวั่นไหวเพราะความประมาท เพราะความไม่รู้ เพราะมีรูปราคะ
  • กุกกุจจะ ความรำคาญใจ

เปรียบเหมือนเครื่องหวายที่เขาผูกไว้กับเรือ พอเรือนี้ถูกยกขึ้นในฤดูหนาวเครื่องผูกเหล่านี้ ตากฝนตากลมตากแดด ก็จะค่อยเปื่อยย่อยยับไป สังโยชน์เหล่านี้ก็เหมือนกับเครื่องหวายเหล่านั้น ถ้าเราปฏิบัติไปๆ ใน ศีล สมาธิ ปัญญาแล้ว เครื่องร้อยรัดไม่ว่าจะเป็น มานะ อุทธัจจะ อวิชชา รูปราคะ อรูปราคะ หรือแม้แต่กุกกุจจะก็ตาม ก็จะค่อยเปื่อยลงๆ ย่อยยับลงๆ จนสูญสิ้นไปนั่นเอง

ออกอากาศวันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

รักษาจิตด้วยสติ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ไม่ว่าบุคคลที่ประพฤติพรหมจรรย์หรือยังยินดีด้วยการเสพกามอยู่ ก็ต้องปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์แปด  ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกัน เพียงอยู่กันคนละตำแหน่ง แต่เมื่อถึงทางแยก ผู้ใดที่เห็นโทษของกามแล้ว ก็จะเดินทวนกระแสขึ้นไปตามทิศทางที่ถูกต้อง จนมาถึงกระแสความเป็นอริยบุคคลได้

ดังนั้นเราต้องมีสติ ฟังธรรมอยู่เรื่อยๆ ปฏิบัติธรรมอยู่เรื่อยๆ ในสภาวะที่ตัวเองสามารถปฏิบัติได้ ให้เรารักษาจิตด้วยสติ รักษาจิตด้วยศีล ศีลจะรักษาเรา เมื่อใจมีสติ ก็จะเห็นเครื่องหมายเครื่องอ้างอิงที่ถูกต้องที่จะนำเราไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องได้

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

อย่าสนิทสนมกับกัลยาณมิตร

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

คุณสมบัติของความเป็นกัลยาณมิตรมีดังนี้

  • มิตรที่มีอุปการะมาก รักษาเพื่อนผู้ประมาท
  • มิตรร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่ละทิ้งในเวลาเกิดเหตุอันตราย
  • มิตรที่มีการแนะประโยชน์ ห้ามจากสิ่งที่ชั่ว ให้ตั้งอยู่ในความดี
  • มิตรที่มีความรักใคร่ ไม่ยินดีในความเสื่อม แต่ยินดีในความเจริญของเพื่อน

พระพุทธเจ้าได้กล่าวเพิ่มเติมถึง “บุคคลใดก็ตาม ที่สามารถให้ของที่ให้ได้ยาก ทำสิ่งที่ทำได้ยาก อดทนในสิ่งที่อดทนได้ยาก ในทางดีทางกุศล ควรจะเข้าไปเสวนาด้วย ทำความคุ้นเคยกัน คบเป็นมิตร แต่อย่าไปมีความสนิทสนม ผูกพันในลักษณะที่มีตัณหาและทิฏฐิ”

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

สากัจฉาธรรม-มองให้ถูกมุมจะพบความสุขที่แท้จริง

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ความสุข พระพุทธเจ้าแบ่งเป็นสองส่วน

  • สุขที่เกิดจากสิ่งภายนอก
  • สุขที่เกิดจากในภายในคือ สมาธิ ทำให้เกิดได้โดยการปรับมุมมองให้มีสัมมาทิฐิ เมื่อมีความเห็นที่ถูกต้องความทุกข์ก็เหลือน้อยนิดเดียว มีความสุขสมหวังที่เที่ยงแท้มั่นคงเป็นผู้เข้าถึงกระแส

มองให้ถูกด้าน ดูให้ถูกมุม ทำไมเราจะต้องมีความทุกข์ด้วย ความทุกข์ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่มาครอบงำเราได้ ที่มันมาครอบงำเราได้เพราะตัณหา..มองให้เห็น เข้าใจให้ถูกต้องเรื่องความทุกข์ มันเกิดได้ ดับได้ เราจะมีความละเอียดปราณีต ทำให้ความสุขที่แท้จริงตรงนี้เกิดขึ้นมาได้

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

สากัจฉาธรรม-ธรรมะรับวันเด็ก ความรู้คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

ความรู้ คือ ความรู้ในอาชีพในการเรียนต้องมาคู่คุณธรรม เพราะถ้ามีแต่ความรู้ไม่มีคุณธรรม ความรู้นั้นจะเป็นยาพิษได้ คุณธรรมในที่นี้ก็คือ อริยมรรคมีองค์แปด ศีล สมาธิ ปัญญา สอนตรงไหนได้ให้ทำเลย อย่าคิดว่าธรรมะสูงเกินไปสำหรับเด็ก อริยมรรคมีองค์แปดนี้เป็นทาง ที่เมื่อเรามีความรู้แล้วแล้วอยู่ในทางด้วย ทางนี้จะนำไปสู่อนาคตที่ดีได้ทั้งในปัจจุบัน เวลาต่อๆ ไปในชาตินี้ เวลาต่อๆ ไปในชาติหน้าด้วย พ่อแม่ก็ต้องอยู่ในทางนี้ด้วยเช่นกัน คุณธรรมที่ควรปลูกฝังให้เด็ก เช่น วิมังสา การรักษาศีล การสำรวมอินทรีย์ เป็นต้น

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

สากัจฉาธรรม-ธรรมะวันเด็ก

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระพุทธเจ้าสอนเด็กที่รุมตีงูว่า “คนที่ทำร้ายคนอื่นเพื่อหวังความปลอดภัยแก่ตัวเอง การทำร้ายนั้นไม่ชื่อว่าเป็นผู้ที่ทำความปลอดภัยให้กับตัวเอง” การที่เด็กไม่รู้เดียงสาในการทำบางอย่าง แล้วเราสอนเขาให้มีการพัฒนาปรับปรุง เรียนรู้จากความผิดพลาด แก้ไขแล้วเดินหน้าต่อไปนี้คือคุณธรรมข้อ “วิมังสา

วิมังสานี้จะเจริญได้เราต้องเจอปัญหาหรือธรรมเครื่องปรุงแต่งก่อน และมีสมาธิจิตตั้งมั่น ดังนั้นถ้าผู้ใหญ่ไปด่าว่าเมื่อเด็กทำผิด เด็กจะสมาธิแตก ก็จะปรับปรุงไม่ได้ แทนที่จะดุ ก็ให้ทำความเข้าใจ

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

ตอบคำถาม-เรื่อง ให้ทานด้วยมือตน

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ตอบคำถาม

  • ถ้าไม่ให้ทานด้วยมือของตนจะไม่ได้รับอานิสงค์เต็มๆจริงหรือไม่?
  • เวลาให้ทานให้ตั้งจิตอธิฐานหรือให้ทำจิตเฉยๆไม่หวังอะไร?
  • พระสงฆ์หรือมัคทายกที่ควรจะสวดมนต์บทชุมนุมเทวดา?
  • ชีวิตในโลกนี้ใช้เงินประกันชีวิต ชีวิตในโลกหน้าใช้อะไร?เป็นเบี้ยประกัน

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

สากัจฉาธรรม-ความหมายของการเดินจงกรม

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

  • ในคำสอนที่เป็น Legacy ของคนอื่น อาจจะมีบางส่วนคล้ายกันแต่ไม่รัดกุมครอบคลุมเท่าของพระพุทธเจ้า
  • จงฺกม แปลว่า การเดิน บทพยัญชนะที่พระพุทธเจ้านำมาบอกท่านโมคัลลานะคือ “กำหนดหมายเดินกลับไปกลับมา แล้วก็มีสติ มีใจไม่คิดไปภายนอก” ให้นำตรงนี้มาใช้ ดังนั้นการปฏิบัติในท่าเดินสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน ด้วยการมีสติตั้งมั่น มีผัสสะมากระทบให้เห็นความไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตนของสิ่งนั้น แล้ววางได้ ไม่เข้าไปยึดถือเกลือกกลั้วทั้งผู้ที่เข้าไปรู้ทั้งสิ่งที่มากระทบ วางแล้วไม่ยึดสิ่งใหม่ด้วยอำนาจแห่งตัณหา คือความสลัดคืน

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

พระกุมารกัสสปะและพระเจ้าปายาสิ-ว่าด้วยการละทิฏฐิอันชั่ว

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ในตอนสุดท้ายของการโต้วาทะธรรมระหว่างพระเจ้าปายาสิกับพระกุมารกัสสปะ จาก “ปายาสิราชัญญสูตร” แม้พระเจ้าปายาสิที่ทรงมีความเห็นว่าโลกหน้าไม่มี สัตว์โอปาติกะไม่มี ผลของกรรมไม่มี จะจำนนด้วยเหตุผล ๑๐ อย่างที่พระกุมารกัสสปะยกเอามาเปรียบเทียบ แต่ยังทรงมีทิฏฐิมานะ ถือเอาความเห็นผิดของตนต่อไป เพราะคนนับถือตนด้วยทิฏฐินี้ พระกุมารกัสสปะจึงยกอุปมาเปรียบเทียบจนพระเจ้าปายาสิยอมละทิฏฐิอันชั่ว หันมานับถือพระรัตนตรัย และพระกุมารกัสสปะให้พระองค์บูชายัญด้วยการให้ของที่ดีกับผู้ที่ดี พืชพันธ์ุดีหว่านลงในนาดีย่อมได้ผลดี

“ท่านทั้งหลายจงให้ทานโดยเคารพ จงให้ทานด้วยมือของตน จงให้ทานโดยความนอบน้อม จงอย่าให้ทานอย่างทิ้งให้”

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

พระกุมารกัสสปะและพระเจ้าปายาสิ-ว่าด้วยชีวะไม่มี

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระเจ้าปายาสิมีทิฏฐิผิดว่า “โลกหน้าไม่มี เหล่าสัตว์ผู้ผุดเกิดขึ้นไม่มี ผลวิบากของกรรมที่สัตว์ทำดีทำชั่วไม่มีฯ ด้วยการทดลองหาจิตที่ไม่ถูกต้อง พระกุมารกัสสปะจึงได้ยกอุปมาอุปไมย ๑๐ อย่าง เช่น ความเป็นชีวิตต้องมี ๓ อย่างคือ อายุ;ความที่อินทรีย์ตั้งอยู่ได้(ร่างกาย), ไออุ่น;ไฟที่เกิดจากกรรม, จิต;วิญญาน(การรับรู้) ฉะนั้นการหา การกระทำต้องทำให้ถูกต้องตามระบบ ถึงจะเห็นได้” แต่พระเจ้าปายาสิก็ยังไม่เชื่อ ไม่ลงใจ ยังมีความเคลือบแคลงเห็นแย้งด้วยทิฏฐิที่ว่า “ฉันมีความเห็นอย่างนี้” ซึ่งตรงนี้เป็นมานะของท่าน…

ปายาสิราชัญญสูตร

ออกอากาศวันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

เสียงสวรรค์ VS เสียงธรรม

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ เสียงสวรรค์เป็นเสียงที่น่าพอใจ แต่เสียงที่ยิ่งกว่าเสียงสวรรค์อีก นั่นคือ เสียงของคนที่รู้อริสัจสี่ เพราะคนที่ยังไม่รู้อริสัจสี่ต่อให้ได้ยินเสียงที่น่าพอใจ น่าหลงใหล น่าเพลิดเพลิน มันก็ยังเป็นความทุกข์อยู่ ที่เมื่อมันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่เป็นอย่างที่เราหวัง มันจะไม่ใช่เสียงสวรรค์ทันที

เสียงธรรม คือ ธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงประกาศ เป็นเหมือนเสียงบันลือสีหนาทของพญาสีหะ เป็นเสียงที่สะท้านสะเทือนเข้าไปในใจ ทำให้กิเลสมันหลุดออก ลอกออกไป เหลือแต่สิ่งที่บริสุทธิ์ได้…

“ผู้ใดมีโสตประสาท จะสามารถมองเห็นประตูสู่นิพพานอันเป็นอมตะได้”

ออกอากาศวันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

พระกุมารกัสสปะและพระเจ้าปายาสิ-ว่าด้วยโลกอื่นไม่มี

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

เปรียบเหมือนคนตาบอดแต่กำเนิด สีดำ สีแดง สีเขียว สีเหลือง ก็มองไม่เห็น ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ก็มองไม่เห็น แล้วจะบอกว่า สีดำ สีแดง สีเขียว สีเหลืองนั้นไม่มี ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ นั้นไม่มี ถูกต้องหรือไม่ เช่นเดียวกันโลกสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็ไม่สามารถมองเห็นด้วยจักษุของสามัญมนุษย์ แต่สมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจนได้ทิพยจักษุ จึงจะสามารถเห็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ได้…แต่ถ้าคนที่ไม่มีทิพยจักษุ มองไม่เห็น แล้วจะบอกว่าสิ่งนั้นไม่มี…นั้นไม่ได้…พูดได้ดีที่สุดก็คือว่า ข้าพเจ้าไม่รู้ ไม่เห็นว่ามันมี

ปายาสิราชัญญสูตร

ออกอากาศวันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

ปลาใหญ่สีทองปากเหม็นชื่อกปิละ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

นิทานธรรมทนี้เป็นเรื่องราวของปลาตัวหนึ่ง ที่เคยเป็นภิกษุรูปหนึ่งในสมัยพระเจ้ากัสสปะ ซึ่งในตอนนั้นได้ปรินิพพานไปแล้ว กุลบุตรสองคน คนพี่ชื่อว่าโสธนะ คนน้องชื่อกปิละ ภิกษุผู้พี่คิดว่าตัวเองแก่แล้ว จักต้องรีบปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากทุกข์ ส่วนภิกษุน้องชายคิดว่าตนยังหนุ่มอยู่ เอาไว้แก่แล้วจึงค่อยทำ จึงได้เริ่มเรียนปริยัติ ศึกษาพระไตรปิฎกไป ปรากฎว่าได้เป็นผู้มีชื่อเสียง มีลาภสักการะ มีคนยกย่องมาก ก็เลยเมาในความเมาด้วยความเป็นผู้สดับมาก นี้เป็นเหตุทำให้ไปตกนรก และได้เกิดมาเป็นปลาใหญ่ สีทอง มีปากเหม็น…

ออกอากาศวันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

อย่ามึน ให้มั่นใจในมรรคในข้อปฏิบัติ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ไม่ว่าจะเป็นหนทางหรือกระบวนการไหนๆ ที่เมื่อทำจิตของเราให้มาถึงจุดที่ว่า เราพอใจแล้ว เริ่มมีความมั่นคง มั่นใจได้ในระดับนึงแล้ว ก็ให้ใช้กระบวนการเดิม เอาอันเดียวกับที่เราได้ทำมานั่นแหละ สิ่งแวดล้อมอาจจะเปลี่ยนไปมาลวงเรา ทำให้เราเริ่มมึน…อย่ามึน ให้ทำกระบวนการเดิม อะไรที่ทำมาแล้ว แล้วเราได้แล้ว อาจจะดีบ้างไม่ดีบ้าง ก็ให้แก้ไขเอาค่อยๆ ทำไป อาการของจิตก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ พอเราฝึกสติมากขึ้น จิตก็จะแล่นไปหาสติ พอมีสติแล้ว จิตก็จะแล่นไปสู่วิมุตติ…ให้มั่นใจในกระบวนการ ให้มั่นใจในมรรคในข้อปฏิบัติ

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558

พระกุมารกัสสปะและพระเจ้าปายาสิ-ความเป็นมา

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

อุปมาอุปไมยที่เทวดายกขึ้นถามท่านพระกุมารกัสสปะเพื่อที่จะไปขอให้พระุทธเจ้าได้เฉลยคำถามให้ โดยได้พูดถึงเรื่องจอมปลวกประหลาดว่า “จอมปลวกนี้พ่นควันในกลางคืน ลุกโพลงในกลางวัน มีพราหมณ์ผู้หนึ่งได้กล่าวอย่างนี้ว่า พ่อสุเมธะ เจ้าจงเอาศาตราไปขุดดู ขุดลงไปๆ ได้เห็นลิ่มสลัก, ได้เห็นอึ่ง, ได้เห็นทาง ๒ แพร่ง, ได้เห็นหม้อกรองน้ำด่าง, ได้เห็นเต่า, ได้เห็นเขียงหั่นเนื้อ, ได้เห็นชิ้นเนื้อ, ได้เห็นนาค” พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไขปัญหาทั้ง ๑๕ ข้อนี้โดยแยบคายแก่ท่านพระกุมารกัสสปะ

วัมมิกสูตร

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558

สากัจฉาธรรม-รักษาศีลอย่างไรไม่เบียดเบียนตนและคนอื่น

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

1) การบูชาเป็นสิ่งดีทำให้จิตมีความอ่อนน้อม, เป็นศิษย์ก้นกุฎินั้นดี เพราะแก้จุดเดียวคือความยึดถือ, การเห็นอสุภะหรือความไม่เที่ยงดีทั้งคู่
2) ศีลจะทำให้การภาวนาดีขึ้น ในเรื่องการมีคู่ เราเห็นแล้วว่าตรงนั้นเป็นทุกข์ เราก็เลี่ยงออกมา ใครจะอยู่กับกองทุกข์เราก็ไม่ว่าอะไร จะทวนกระแสต้องอดทน การแต่งตัวก็ให้เป็นไปตามโอกาส เราก็ทำในลักษณะที่จะไม่เบียดเบียนใคร แล้วเราก็ไม่ผิดศีล การสมาทานศีลอาจเลือกเป็นช่วงเวลาก็ได้ ต้องใช้ปัญญาและความยืดหยุ่น และการปฏิบัติธรรมที่สมควรแห่งธรรม เลือกศีลมาใช้ให้เหมาะสม

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

สากัจฉาธรรม-ทางไหนก็ได้ที่ทำให้ถึงที่สุดแห่งการปฏิบัติ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

1) ให้เอาศีลเป็นหลัก อาจอยู่ร่วมกับมันไม่ใช่ว่าไล่มันไป, กันตัวใหม่ไม่ให้มา
2) รองเท้าถูกต้องตามพระวินัยใส่ได้
3) ทางไหนก็ได้ที่ทำให้ถึงที่สุดของการปฏิบัติ ตรงไหนที่ทำแล้วจิตสงบเอาตรงนั้นจะสวดมนต์หรือนั่งสมาธิก่อนก็ได้ พระพุทธเจ้าให้ไว้ถึง 5 วิธี
4) น้ำปานะคือ น้ำเปล่า ที่อนุญาตเพิ่มเติมคือ น้ำผลไม้ที่ไม่เติมอะไรลงไปเพิ่มและผ่านการกรอง แต่ถ้าใส่เพิ่มให้พิจารณาเป็นเภสัชได้
5) แยกห้องถ้าทำได้ก็เป็นความละเอียดของผู้ปฏิบัติ ถ้าไม่ได้ก็เลือกเอาแต่ที่สำคัญๆ และการหลีกเร้นเป็นการทำเพิ่ม ส่วนการปฏิบัติทำที่ไหนก็ได้

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

สากัจฉาธรรม-การพิจารณาอสุภะและการเห็นความไม่เที่ยงของสมาธิมีผลเหมือนกัน

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

1) การงดอาหารยามวิกาลก็เพื่อมีภาระน้อย,มีกายเบา,ไม่เป็นภาระแก่ผู้ดูแล
2) จุดประสงค์การกราบไห้วก็เพื่อทำจิตใจให้อ่อนนุ่มนิ่มนวล ส่วนการปฏิบัติเราละไม่ได้อยู่แล้ว คนที่มีศรัทธาจะมีความมั่นคงเหมือนเสาหิน
3) การพิจารณาอสุภะหรือการเห็นความไม่เที่ยงมีผลเหมือนกันคือ เพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด แล้วก็ปล่อยวางได้ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นผู้ที่มีราคะ โทสะ โมหะแก่กล้าแค่ไหน ถ้ามากก็ใช้เรื่องอสุภะ การพิจารณาแตกต่างจากการคิด คิดแล้วจิตมีสมาธิจึงจะเรียกว่าการพิจารณาผลจะวางได้ แต่ถ้าคิดไม่มีสมาธิจะเครียด มันต่างกันตรงนี้

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2558 (more…)

อาศัยกันและกันแล้วเกิดขึ้น

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

อิมัส๎มิง สะติ อิทัง โหติ เมื่อสิ่งนี้มีสิ่งนี้ย่อมมี อิมัสสุปปาทา อิทัง อุปปัชชะติ เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น อิมัส๎มิง อะสะติ อิทัง นะ โหติ เมื่อสิ่งนี้ไม่มีสิ่งนี้ย่อมไม่มี อิมัสสะ นิโรธา อิทัง นิรุชฌะติ เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้สิ่งนี้จึงดับไป” สิ่งที่อาศัยเหตุปัจจัยแล้วจึงเกิดขึ้น มันไม่ได้มีความเป็นเอกเทศของมัน สิ่งนี้จึงไม่ใช่อัตตาตัวตนของมันเองเพราะมันก็อาศัยเหตุปัจจัยต่างๆ เกิดขึ้น การที่มันอาศัยเหตุปัจจัยต่างๆเกิดขึ้น ไม่เป็นตัวของมันเอง ไม่เป็นเอกเทศ อันนี้ก็เรียกว่าเป็นอนัตตา

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2558

ทุกอย่างสำเร็จจากใจ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

รวมลงแล้วก็มีอยู่ 3 อันอย่างที่ว่ามาแล้วคือละชั่ว ทำดี ทำจิตให้ผ่องใส เท่านี้แหล่ะ คำสอนของพระพุทธเจ้าสอนให้ทำเท่านี้ 3 อย่าง ทำจิตให้ผ่องใส อย่างที่เราทำอยู่นี่แหล่ะ เรียกว่าทำจิตให้ผ่องใส ทำจิตไม่ให้มีมลทิน ให้เป็นจิตที่บริสุทธิ์ จิตตั้งอยู่ในความดี จะดีหรือชั่วก็ใจนี่แหล่ะให้เข้าใจอย่างนั้น ใจของเรานี่เอง จะชั่วก็เพราะใจเราจะดีก็เพาะใจเรา ได้พบกัลยาณมิตรได้พบกับครูบาอาจารย์ที่คอยให้คำแนะนำพร่ำสอน บอกกล่าว เราตั้งอยู่ในโอวาทไม่นานเราต้องได้บรรลุมรรคผล เราจะได้พ้นจากทุกข์อย่างแน่นอน…ธรรมเทศนาหลวงพ่อ ดร.สะอาด ฐิโตภาโส เจ้าอาวาสวัดป่าดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558

สากัจฉาธรรม-วันเวลาของพุทธะ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระพุทธเจ้าพูดถึงเวลาว่า เกิดจากการมีภพ ภพคือสภาวะใดสภาวะหนึ่ง ความที่เวลาแต่ละภพไม่เท่ากัน ก็เพราะความยึดถือเพลิดเพลินในสิ่งนั้นต่างกัน, เวลากลืนกินสรรพสิ่ง แล้วก็กลืนกินตัวมันเองด้วย, คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ขึ้นกับกาลเวลา, เวลานี้เป็นความทุกข์เพราะมันเปลี่ยนแปลงได้ เราควรปฏิบัติให้พ้นจากเวลา ทางที่จะพ้นคือการปฏิบัติตามมรรคแปด, ในแง่ของบัดนี้เวลาล่วงไปเราทำอะไรอยู่ นั่นคือความชราที่เราเห็นได้ทันที หนึ่งลมหายใจคือชีวิตเราสั้นไปหนึ่งลมหายใจ และเมื่อความชรามาถึงทำอย่างไรจึงจะยังเป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558

ตอบคำถามจาก:ประเด็นในรายการ
คำถามโดยย่อ

ภูมิปัญญาพุทธะที่จะนำมาใช้ประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องของเวลา

พุทธ ธรรม สงฆ์ อยู่ที่ใจ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

เมื่อปฏิบัติตามศีล สมาธิ ปัญญา มาจนถึงความมั่นใจแล้วว่า พระพุทธเป็นสัมมาสัมพุทธะ พระธรรมเป็นสวากขาตะ พระสงฆ์เป็นสุปะฏิปันนะ ซึ่งเป็นนัยยะหนึ่งที่ทำให้เรามั่นใจว่าจริงๆ แล้ว พุทธ ธรรม สงฆ์ นั้นอยู่ที่ใจของเรา เป็นหนึ่งเดียวกัน
และเมื่อภัยในอนาคตห้าประการมาถึงแล้ว เราจะทำจิตอย่างไรให้เป็นผู้ที่ผาสุกอยู่ได้ เราก็จะต้องทำพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เข้ามาอยู่ในใจของเราให้ได้ พอเรามีเครื่องมั่นใจอย่างนี้แล้ว เราก็จะเดินไปตามมรรค รู้อริยสัจสี่ได้ ไม่ว่าอะไรที่จะเกิดขึ้นภายนอก เราก็จะสามารถมีความผาสุกอยู่ในใจเราได้

ออกอากาศวันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถาม-สิ่งที่ควรปล่อยวาง

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ เพราะมีลักษณะทนได้ยาก เป็นของปรุงแต่ง และปรุงแต่งสิ่งอื่น มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา สภาวะที่เป็นทุกข์ เป็นสัจจะความจริง เป็นสิ่งที่ควรรอบรู้ ไม่ใช่ปล่อยวางความทุกข์ แต่สิ่งที่เราต้องปล่อย คือ วางความยึดถือในขันธ์ ๕ ไม่ให้เข้ามากลุ้มรุมตั้งอยู่ในจิต

เราจะวางความยึดถือได้ด้วยการปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์แปด รักษาศีล เจริญสมาธิ เพื่อให้จิตมีกำลัง มีสติ เพิ่มพูนปัญญาจะสามารถใช้ตัดกิเลส ตัณหาได้

ออกอากาศวันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 (more…)

วัยของเราแก่หง่อมแล้ว

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

“สัตว์ทั้งปวง…ล้วนแต่มีความตายเป็นที่ไปถึงในเบื้องหน้า…วัยของเราแก่หง่อมแล้ว ชีวิตของเราริบหรี่แล้ว เราจะละพวกเธอไป สรณะของตัวเราเองได้ทำไว้แล้ว พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีลเป็นอย่างดี มีความดำริอันตั้งไว้แล้วด้วยดี ตามรักษาซึ่งจิตของตนเถิด ในธรรมะวินัยนี้ เธอผู้ใดเป็นผู้ไม่ประมาทแล้ว จะละชาติสังขาร ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้

สังขารทั้งหลายมีความไม่เที่ยงเป็นธรรมดา พวกเธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด”…พระพุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน

ออกอากาศวันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ข้อสอบทานสิบอย่างที่นักบวชควรพิจารณาเนืองๆ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:
ข้อสอบทานสิบอย่างที่นักบวชควรพิจารณาเนืองๆ คือ
๑. บัดนี้เรามีเพศต่างจากคฤหัสถ์
๒. ความเลี้ยงชีวิตของเราเนื่องด้วยผู้อื่น
๓. อาการทางกาย วาจาอย่างอื่น ที่เราจะต้องทำให้ดีขึ้นไปกว่านี้ ยังมีอยู่อีก
๔. ตัวของเราเองติเตียนตัวเราเอง โดยศีลได้หรือไม่
๕. ผู้รู้ใคร่ครวญแล้ว ติเตียนเราโดยศีลได้หรือไม่
๖. เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น
๗. เราจะต้องมีกรรมเป็นของตน มีกรรมเป็นที่ให้ผล มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมดีก็ตามชั่วก็ตาม เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
๘. วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้ เราทำอะไรอยู่
๙. เรายินดียิ่งในเรือนว่างหรือไม่
๑๐.ปัญญาเครื่องรู้เห็นพิเศษที่สามารถจะทำความเป็นอริยะอันยิ่งกว่ามนุษยธรรม ที่เราได้บรรลุแล้วมีอยู่หรือไม่ ซึ่งจะให้เราเป็นผู้ไม่เก้อเขินในเวลาที่ถูกเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกันถามในภายหลัง

ออกอากาศวันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

วิชชาแปด

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

วิชชาแปดคือความรู้ตามความเป็นจริงว่าด้วยปัญญา ด้วยการรักษาศีล ปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิ
1) วิปัสสนาญาณ: การรู้เห็นตามที่เป็นจริงว่า กายของเรานี้มันไม่ใช่ตัวตนซึ่งก็เป็นอนัตตา เพราะว่ามันมีสิ่งมาประกอบมาเป็นเหตุ
2) บุพเพนิวาสานุสติญาณ: สามารถระลึกถึงชาติได้, จุจูปปาตญาณ: สามารถรู้อนาคต
3) มโนมยิทธิ: ฤทธิ์ทางใจสามารถเนรมิตกายอื่นออกจากกายนี้ได้
4) อิทธิวิธี: แสดงฤทธิ์ต่างได้
5) ทิพยโสตยะ: หูทิพย์สามารถได้ยินเสียงที่เป็นทิพย์ได้
6) ทิพยจักษุ: มีตาทิพย์มองเห็นเป็นภาพต่างๆได้
7) เจโตปริยญาณ: สามารถกำหนดรู้ใจสัตว์อื่นได้ รู้ได้ว่าเค้าคิดอย่างไร จิตมีราคะ โทสะ โมหะ หรือไม่มี มีจิตตั้งมั่นหรือไม่ เป็นสมาธิหรือรวมลงเป็นอันเดียวรึยัง
8) อาวักสยญาณ: ความรู้ในเรื่องของอริยสัจสี่ รู้ตรงนี้ได้แล้วก็จะรู้แน่ว่า อาสวะจะสิ้นไป ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงยกย่องวิชชาในข้อสุดท้ายนี้

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ใช้กายเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

“สมาทาน” คือ การศึกษาด้วยการปฏิบัติ การที่จะใช้กายของเราในการศึกษา ในการที่จะทำ ก็ต้องมาจากจิตข้างในเป็นตัวสั่ง เพราะฉะนั้น ศีลเป็นตัวรักษาจิต จิตได้รับการรักษา จิตก็รักษาศีลด้วย รักษากาย วาจาได้
คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นดีมาก ดีตรงที่เราทำเราได้ ให้ผลได้ รู้ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ถ้าคำสอนนั้นเข้ามาอยู่ในใจแล้ว ได้ชื่อว่า ต่อให้อยู่ไกลหรือไม่ได้เห็นหน้ากัน ก็ถือว่าอยู่ใกล้กัน คุ้นเคยในทางธรรมะ
ดังนั้นการสมาทานในสิกขาบทต่างๆ จึงจะต้องมีที่ๆ ดีที่จะให้เราปฏิบัติธรรม นั่นก็คือ กายของเรา นี้เอง

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สากัจฉาธรรม-สู้ตัณหาด้วยเครื่องมือที่บริสุทธิ์บริบรูณ์สิ้นเชิงคือ อริยมรรคมีองค์แปด

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระพุทธเจ้าได้ให้เครื่องมือที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ อริยมรรคมีองค์แปด ไว้ ขึ้นอยู่ที่คนเอาไปทำจะทำได้หรือไม่ การที่เรารู้ตัวว่าผิดแล้ว มันดีมาก เอาตรงที่ผิดนั้นเป็นครู โดยใช้ความคมคือ ปัญญา ใช้กำลังคือ สมาธิ การโยนิโสมนิการโดยแยบคาย ล้มตรงไหน ลุกตรงนั้น ถูกกิเลสฟาดตรงไหน เราฟาดมันกลับตรงนั้น ถูกมันรัดรึงตรงไหน เราคลี่มันออกตรงนั้น ตัณหาอยู่ที่ไหน ละมันตรงนั้น โดยการทำจริงแน่วแน่จริง ทำให้ชำนาญ พิจารณาให้เห็นด้วยสติ

สิ่งใดมีภาวะเป็นที่รักที่ยินดี ตัณหาเมื่อจะเกิดก็เกิดตรงนั้น… ตัณหาจะละได้ก็ละตรงนั้น”

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2557 (more…)