พุทธบัญัติเกี่ยวกับภิกษุณีในสมัยพุทธกาล

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

พระนางมหาปชาบดีโคตมีผู้เป็นทั้งน้าและมารดาเลี้ยง ได้ทูลขอบวชหลายครั้ง แต่พระพุทธเจ้าได้ทรงปฏิเสธ จนกระทั่งพระอานนท์ได้ทูลขออนุญาตให้สตรีได้บวชได้ โดยพระพุทธองค์ได้กำหนดครุธรรม ๘ ประการ คือ ธรรมอันหนัก; ข้อปฏิบัติที่ภิกษุณีจะต้องปฏิบัติตาม จึงจะสามารถให้อุปสมบทได้

เหตุที่ทรงตรัสปฏิเสธไม่ให้มีภิกษุณีนั้น ก็เพราะถ้ามีนักบวชผู้หญิงแล้ว ศาสนาจะตั้งอยู่ไม่ได้นาน เพราะฉะนั้นการที่จะรักษาให้คำสอนอยู่ได้นาน ก็เพื่อจะอนุเคราะห์คนให้ได้มากขึ้น และการบรรลุนิพพานก็สามารถทำได้ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะนักบวชเท่านั้น

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก: ประเด็นในรายการ

คำถามโดยย่อ
กรณีที่มีการบวชภิกษุณีในประเทศไทยไม่ถูกต้อง เพราะเห็นว่าภิกษุณีในสายเถรวาทขาดสายมายาวนาน ก็เลยไม่มีภิกษุณีที่จะมาเป็นอุปัชฌาย์ได้อย่างถูกต้องตามพระวินัย แต่ในทางรัฐธรรมนูญระบุว่าชายหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน จึงอยากทราบบัญญัติของพระพุทธองค์ในเรื่องของภิกษุณีแต่ครั้งพุทธกาลว่าเป็นอย่างไร

คำพุทธ-มฆเทวสูตร เรื่องพระเจ้ามฆเทวะ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ในขณะที่เสด็จถึงเมืองมิถิลาทรงตรัสเล่าพระอานนท์ฟังว่า เมื่อทรงเป็นราชาครองเมืองมิถิลานามว่ามฆเทวะได้สั่งช่างกัลบกไว้ว่า ถ้าเมื่อใดเห็นพระเกศาหงอกให้บอก พระองค์ได้ทรงสละราชสมบัติออกผนวช และได้สั่งพระราชโอรสให้ดำเนินตามกัลยณวัตรนี้ จนมาถึงพระเจ้ากฬารชนกไม่ปฏิบัติตามเป็นบุรุษคนสุดท้ายแห่งราชวัตรนี้ กัลยาณวัตรที่ทรงตั้งไว้นั้นเป็นไปเพื่อพรหมโลกเท่านั้น ส่วนกัลยาณวัตรที่ทรงตั้งขึ้นในครั้งนี้คืออริยมรรคมีองค์๘ เป็นไปเพื่อนิพพานพระองค์ได้ตรัสบอกกับพระอานนท์ว่าอย่าเป็นบุรุษคนสุดท้ายแห่งกัลยาณวัตรของเรา

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อุปมาการวางจิตเปรียบด้วยเลื่อย

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ถ้ามีโจรผู้คอยหาช่อง จะพึงเลื่อยอวัยวะใหญ่น้อยของใครด้วยเลื่อยที่มีด้ามสองข้างไซร้ ผู้ใดมีจิตประทุษร้ายในโจรเหล่านั้น ผู้นั้นชื่อว่าไม่ทำตามคำสอนของเรา เพราะเหตุที่มีใจประทุษร้าย

พึงทำในใจอย่างนี้ว่า จิตของเราจักไม่แปรปรวน ไม่กล่าวคำอันเป็นบาป มีจิตเอ็นดูเกื้อกูล มีจิตประกอบไปด้วยเมตตา อันไม่มีเวร ไม่มีประมาณ ไม่มีพยาบาท แผ่ไปสู่โลกถึงที่สุดทุกทิศทาง โดยมีบุคคลนั้นเป็นอารมณ์

จงทำในใจถึงโอวาทอันเปรียบด้วยเลื่อยนี้อยู่เนืองๆ เถิด นั้นจะเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่พวกเธอตลอดกาลนาน”

ออกอากาศวันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถาม-โสตาปัตติยังคะ ๔

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

คนที่จะปลอดภัยจากอบายภูมิมี ๓ ประเภท คือ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี ในระดับผล

โสตาปัตติยังคะ ๔-คุณธรรมของพระโสดาบัน(ผู้ที่ตกกระแสพระนิพพาน) คือ มีศีล๕, มีศรัทธาในพุทธ ธรรม สงฆ์/ ทางสู่พระนิพพานคือ มรรค ๘

ละสังโยชน์(เครื่องร้อยรัด)๓ ได้ คือ ๑.สักกายะทิฏฐิ-ความเห็นว่าเป็นตัวตนของตน ๒.ศีลพตปรามาส-การประพฤติปฏิบัติไม่จริงจัง ทำไม่ได้หวังผลที่ถูกต้อง ๓.วิจิกิจฉา-ความลังเลสัย

พระพุทธเจ้าตรัสว่า “บุคคลที่มีความเห็น มีจิตน้อมไปว่า ตาหูจมูกลิ้นกายใจไม่เที่ยง อย่าพึ่งตาย ถ้ายังไม่ได้ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปฏิผล”

ออกอากาศวันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก: คุณปฐวี จ.นครราชสีมา /คำถามทางจดหมาย
คำถามโดยย่อ

“ตาบอด” เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรมรึไม่
ตอบคำถามจาก: คุณคนไกลวัด จ.นครศรีธรรมราช /คำถามทางจดหมาย
คำถามโดยย่อ
เข้าวัดเฉพาะก็ไปตอนงานศพ แต่ว่าไม่เคย ไปเข้าร่วมปฏิบัติธรรมเลย ก็มีเพื่อนที่เอาซีดี บรรยายธรรมะอะไรต่างๆมาให้บ้าง อ่านหนังสือธรรมะบ้าง ฝึกสติในการที่จะอยู่กับชีวิตประจำวันบ้าง แต่ว่าไม่ได้เข้มข้นมากนัก ก็มีอยู่มาวันหนึ่ง กำลังยืนดูช่างทาเครื่องเรือนอยู่บนดาดฟ้า ก็รู้สึกร่างกายแข็งขึ้นมาจากเท้าจนถึงคอหอย เหมือนกับขยับไม่ได้ จึงมีความวิตกว่า ตัวเองจะตาย หรือว่าจะอะไรในลักษณะนั้น มีความคิดว่า ยมพบาลจะมาเอาตัวไป เลยถามว่าการที่เอาสติมารู้อยู่กับการที่ร่างกายของตัวเองนั้นแข็งขึ้น แข็งขึ้นอย่างเดียว ตอนนั้นก็มีสติอยู่ คือระลึกได้อยู่ จำได้อยู่ว่า ไม่ได้คิดเรื่องอะไรเลย ก็เรียกว่า อยู่กับปัจจุบันหรือไม่ และถ้าเป็นอะไรไปในตอนนั้น คือ ตายไปเนี่ย จะปลอดภัยจากอบายภูมิหรือเปล่า

สมถะ วิปัสสนา เครื่องมือช่วยให้เห็นตามที่เป็นจริง

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

มีสมถะจึงจะเห็นวิปัสสนา จิตจะมีสมถะขึ้นได้ต้องตั้งสติเอาไว้ มีสติเกิดขึ้นแล้วทำสมถะวิปัสสนาให้เห็นอยู่ในชีวิตประจำวัน โดยการไม่เข้าไปกำหนัดลุ่มหลงในสิ่งที่เราชอบหรือไม่ชอบ แต่ให้ตั้งไว้ด้วยใจที่เป็นกลาง ใจที่เป็นกลางจะเห็นตามที่เป็นจริงได้ นี่คือการทำความเพียรทางจิต ทำให้ชำนาญ ทำบ่อยๆ แล้วน้อมเข้ามาสู่ตัวเราว่าตัวเรานี้อาศัยอะไรเกิดขึ้น เห็นตามที่เป็นจริง เห็นด้วยเครื่องมือ นั่นแหละคือ สมถะและวิปัสสนา

ออกอากาศวันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

การแทงตลอดอันยากยิ่งไปกว่า

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

ข้อที่คนยิงธนูรอดช่องดาลที่เจาะไว้แต่พอดีจากที่ไกล ลูกไหนลูกนั้นไม่มีผิดเลยกับคนที่แทงทะลุปลายขนทรายด้วยปลายขนทรายที่ผ่าแล้วเจ็ดแล่งอันว่าทำได้ยากแล้ว พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า ยังมีการแทงตลอดอันยากยิ่งไปกว่า นั่นคือ บรรดาคนที่แทงตลอดตามความเป็นจริงซึ่งอริยสัจสี่
แต่มันจะไม่ยาก ถ้าเราทำให้ถูกตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้เราค่อยทำไปๆ มั่นฝึกปฏิบัติอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่างเข้มงวด สม่ำเสมอ จะมีซักขณะจิตหนึ่งที่เราสามารถตั้งจิตของเราเอาไว้ได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการของอริยมรรคมีองค์แปด

ออกอากาศวันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

อย่าเอาความทุกข์อื่นมาทับถมตัวเองด้วยความยึดถือ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ มีสภาพเป็นไปตามที่มันเป็น เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเป็นธรรมดา แต่ที่เราเข้าไปมีความทุกข์กับสิ่งนั้นก็เพราะตัวเร่งปฏิกิริยาคือ ตัณหา ที่เข้าไปยึดถือเอาสิ่งนั้นมาเป็นของเรา นั่นเป็นการเอาความทุกข์นั้นมาทับถมตัวเอง

การจะนำออกความทุกข์นี้ได้ ก็ต้องด้วยการฝึก ฝืน มีความอดทนต่อเวทนา อดทนต่อผัสสะทั้งหลาย อดทนให้ถูก ไม่ใช่เก็บกด แต่เก็บจิตเอาไว้ไม่ให้หวั่นไหวไปตามผัสสะที่มากระทบ ให้ตั้งสติเอาไว้เปรียบเสมือนนายทวารที่ฉลาด คอยป้องกันจิตให้สิ่งเป็นกุศลเข้าได้ สิ่งเป็นอกุศลไม่ให้เข้ามา

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

บุคคลผู้มีสติอยู่ในปัจจุบัน เห็นปัจจุปันโดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน เป็นของที่มีเหตุปัจจัยปรุงแต่งแล้วมันจึงเกิดขึ้น บุคคลผู้นี้มีชีวิตอยู่แค่คืนเดียววันเดียวก็ประเสริฐ

ถ้ามีชีวิตอยู่คืนหนึ่งวันหนึ่ง ก็เป็นชีวิตที่มีคืนหนึ่งวันหนึ่งที่ดีเยี่ยม ถ้ามีชีวิตอยู่ร้อยปี ก็เป็นร้อยปีที่ดีสำหรับตัวเอง ดีสำหรับคนรอบข้างด้วย เพราะเขารู้คุณค่าของปัจจุบันที่เขามีอยู่ ทำสิ่งที่ควรทำ ละสิ่งที่ควรละ ณ ปัจจุบันนั้น ณ วินาทีนั้น ณ ช่วงเวลาที่เหลืออยู่นั้น ไม่เสียเปล่าเลย

อตีตํ นานฺวาคเมยฺย นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ…

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สากัจฉาธรรม-คุณค่าของชีวิต

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ:

การที่เราไม่เห็นคุณค่าของชีวิตที่มีอยู่ เป็นชีวิตที่ไร้ค่า ถ้าตายไปก็เป็นการตายที่ไร้ค่า แต่ถ้าเราเห็นคุณค่าของชีวิตที่เราเหลืออยู่ สั้นก็ตาม มากก็ตาม ถ้าเราเห็นคุณค่าของชีวิตที่เหลืออยู่นาทีหนึ่งสองนาที ไอ้นาทีสองนาทีตรงนั้น ก็เป็นการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ซึ่งคุณค่าที่เกิดขึ้นตรงนี้ คือการได้ทำความดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ทางกายก็ทางวาจา ไม่ทางวาจาก็ทางใจ

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก: คุณปฐวี จ.นครราชสีมา /คำถามทางจดหมาย
คำถามโดยย่อ

1) เคยคิดจะฆ่าตัวตาย ทำอย่างไรถึงจะสามารถเห็นคุณค่าของชีวิต เห็นคุณค่าในการดำเนินชีวิตต่อไป

2) มีคนบอกว่า ตาบอดไม่มีทางเห็นธรรม จะเป็นไปได้รึไม่

ตอบคำถามจาก: คุณชาคริยา จ.กรุงเทพฯ /คำถามทางจดหมาย
คำถามโดยย่อ

1) ได้ฟังข่าวเกี่ยวชาวนาที่ประสบปัญหานาล่มแล้วฆ่าตัวตายไปหลายรายทีเดียว รู้สึกสงสาร จึงขอเมตตาช่วยให้ธรรมะเป็นกำลังใจแก่บรรดาชาวนาให้มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไปได้

สากัจฉาธรรม-เห็นยักษ์ในตัวด้วยสติ

คลิ๊กฟังและดาวน์โหลดรายการที่นี่

บทย่อ :

ปฏิบัติธรรมแล้วโกรธมากขึ้น อาจตั้งสมมติฐานได้ 3 ข้อ
1)ติดยึดในความสุขที่เกิดจากความสงบ แก้โดยอย่าไปยินดียินร้ายในความสุขหรือความทุกข์ที่เกิดขึ้น โดยการตั้งสติเอาไว้
2)เลือกที่จะเก็บกดแทนที่จะอดทน คนที่อดทนจะอดทนไม่ให้อกุศลธรรมเกิดขึ้น คนที่เก็บกดจะเก็บอกุศลธรรมเอาไว้ มันต่างกัน วิธีแก้ก็ใช้เทคนิคให้ถูก ต้องมีการพิจารณาโดยแยบคาย คือสำรวม อดทน เสพ ละ ภาวนา งดเว้น
3)เป็นเพราะปฏิบัติมาถูกทางจึงมีสติระลึกได้มากขึ้นทำให้รู้ตัวมากขึ้น ความสุขอาจจืดจางลงได้จากการที่จิตละเอียดขึ้น หรือจากการที่จิตหยาบขึ้นก็ได้

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ตอบคำถามจาก: คุณณัฐพิชน์ ทัศนะเจริญกิจ/คำถามทาง Website
คำถามโดยย่อ

หลังจากเสร็จสิ้นการปฎิบัติธรรม พย 57 นี้ กลับมาบ้าน-ทำงาน ทำไมรู้่สึกตนเองโกรธง่ายขึ้น และแรงมากกว่าเดิมด้วยขอรับ (ทั้งนี้ จากเดิมเคยเป็นคนใจร้อนมาก แต่ก็ค่อยๆ ปรับตัวเพราะได้เข้าคอร์สปฎิบัติธรรม ซึ่งอาการดีขึ้นตามลำดับ โกรธโมโหน้อยลง) แต่คราวนี้คาดเดาว่าความโกรธที่มันโดนเก็บกดเอาไว้ จากความเข้มข้นของคอร์สปฎิบัติธรรมที่วัด พอกลับมาบ้าน-ที่ทำงาน (ซึ่งไม่มีบารมีครูบาอาจารย์ขนาบอยู่) มันเลยตอบสนองออกมาแรงมาก yo-yo effect ยิ่งเมื่อมีได้รับผัสสะที่ไม่พอใจเข้ามา จนกระทั่งที่บ้าน คือ คุณแม่ และน้องสาวถามว่าทำไมปฎิบัติธรรมครั้งนี้กลับมาแล้วดูใจร้อนกว่าเดิม โดยบางครั้งรู้สึกเหมือนมียักษ์ ตัวใหญ่อยู่ในตัวเองเลย

    loading
    a