รายการมีตอนเช้า 5:00 ถึง 5:30 ทุกวัน จันทร์ ถึง ศุกร์ ทางวิทยุคลื่น FM.106MHz โดย คำถามในหน้านี้ คือ archive รวมทั้งหมด ไตรมาสที่ 2 ปี 2011
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์
เรื่องนี้ที่ดิฉันจะถามพระจารย์ อาจจะไม่เกี่ยวกับพุทธวจน แต่ว่าเกี่ยวกับจิตที่ขุ่นมัว ของดิฉัน เนื่องจากวันที่ 19 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมาดินฉันและ และพี่สาว และลูกชาย ได้ไป สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ที่อยู่แถวซอยวัชรพล บรรยากาศโดยรวมดีมาก ต้นไม้ร่มรื่น ก็พาลูกชายวัย 3 ขวบครึ่งไปเล่นทราย เล่นดิน ต่อมาลูกชายก็ไม่เล่นแล้วทราย ก็เดินมาที่ศาลาที่เค้ามีระบายสีผ้าบาติก ลูกชายก็บอกว่าเค้าจะระบายสี ดินฉันก็ช่วยสมทบทุน 80 บาท แล้วรับผ้าที่มีลายบาติก เพื่อที่จะพาลูกไประบายสีลงในผ้า ดิฉันก็มองหาโต๊ะที่ มีที่ว่าง เพื่อจะพาลูกไปนั่ง แล้วก็มีโต๊ะหนึ่งว่างอยู่ 1 ที่ ก็พาลูกชายเข้าไปนั่ง แต่เมื่อเข้าไปนั่งปรากฎว่าผู้หญิงคนหนึ่ง นั่งกับลูกชาย วัยประมาณ 2 ขวบ แล้วก็มีลูกสาววัยประมาณ10 ขวบ นั่งข้าวขวามือเข้า แล้วก็มีลูกสาว วัย 5 ขวบนั่งอยู่อึกด้านหนึ่ง พอดิฉัน พาลูกชายมานั่งที่ว่าง ผู้หญิงคนนั้นเค้าบอกว่า โต๊ะนี้สำหรับเด็กไว้ฝึกการมีสติ ดิฉันก็อี้ง แล้วก็จูงลูกชายออกมาจากโต๊ะนั้น ก็เลย จะเรียนถามพระอาจารย์ ว่า ควรจะสอนเด็กอย่างไร ว่าให้เด็กมีสติ หรือว่าสอนลูกให้มีสติอย่างเดียว แต่ไม่มีการแบ่งปัน จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังงงกับคำที่ผู้หญิงคนนั้นพูดอยู่เลยเจ้าค่ะ
อะไรที่เป็นอกุศล พระพุทธเจ้า ก็ให้รีบละวางให้เร็ว. เรื่องอื่นที่จะทำให้จิตของเราขุ่นมัว เราก็ไม่สนใจ. ลูกใคร ก็ให้คนนั้นเขาจัดการไปก็แล้วกัน. เราก็จัดการจิตของเรา เพราะเขาจัดการจิตเราแทนตัวเราไม่ได้. ให้ทำใจให้ดึน่ะ. ให้เป็นกุศล
แม่ของนู๋ ฟังธรรมะของพระอาจารย์ ทุกวัน คืออยากถามว่า..ความโกรธทำอย่างไรถึงจะหาย หายโกรธ(สามีเป็นคนขี้โกรธ ขี้โมโห) ทำยังไงให้เค้าหายโกรธโมโหดีค่ะ พระอาจารย์
สิ่งไหนที่จะทำให้ความโทสะที่ยังไม่เกิด ไม่เกิดขึ้น และที่มีอยู่แล้วละไป? คำตอบคือ “เมตตาที่ทำแล้วอย่างดี”. ดังนั้นต้องทำแล้ว”อย่างดี” ด้วยน่ะ จะอธิบายให้ฟังในรายการต่อไป
กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ ดิฉันเคยหัดนั่งสมาธิตอนเด็ก(ประมาณ10ขวบ) ซึ่งสามารถทำจิตให้สงบได้เกือบจะในทันทีที่เริ่มนั่ง จนเวลาผ่านไปเริ่มรู้สึกว่าปลงและต่อมามีบางอย่างเกิดขึ้นกับตนเองหลายครั้ง(ไม่ใช่นิมิตแต่เป็นเหตุการณ์จริง) จนรู้สึกกลัว มีบางคนบอกว่าถ้านั่งโดยไม่มีอาจารย์คอยสอนจะทำให้เป็นบ้าจึงเลิก เวลาผ่านไปหลาย10ปี กลับมานั่งใหม่กลับทำไม่ได้ง่ายเหมือนเก่า ขอคำแนะนำจากพระอาจารย์ด้วยค่ะว่าควรทำอย่างไรดีคะจึงจะทำให้ได้เหมือนเดิม เพราะตอนนี้รู้แล้วว่าสิ่งที่เคยกลัวนั้นไม่น่ากลัวเลย กราบขอบพระคุณค่ะ
สมาธิป็นชองปล่อย เป็นของเบา แต่ ขันธ์ทั้ง 5 เป็นของหนัก. ผ่านมา 10 ปี ก็แบกของหนักมากขึ้นน่ะสิ จึงทำให้ เข้าสมาธิได้ยากขึ้น. ก็ต้องฝึกน่ะแหล่ะ. แต่ที่แน่ๆ น่ะ คือว่า เราสามารถทำได้ และยิ่งถ้าเราได้เคยทำมาแล้ว เมื่อยังเป็นเด็ก ตอนนี้ก็ยิ่งเป็นเหตุผลที่จะให้ทำได้แน่นอน แค่ปัดฝุ่นนิดๆหน่อยๆ
ดิฉันไม่เข้าใจค่ะ เราทำดีกับเข้า ช่วยเหลือทุกอย่าง แต่พอเข้าผิดเราไม่เข้าข้าง กับมาเกลียดเรา แถมยังห้ามไม่ให้น้องชายเรา ที่คลาดตามเราออกมาจากท้องแม่ ให้เลิกยุ่งกับครอบครัว ทั้งที่ทุกวันนี้ทำเพื่อพวกเข้าทุกอย่าง แถมเราเลี้ยงลูกติดของเค้ามาตั้ง 6 ปี แต่กลับเป็นว่าเราไม่มีความดีเลยดิฉันไม่เข้าใจ นึกแล้วอยากจะสาปแช่งมัน เพราะมันเป็นคนที่ไม่รู้จักบุญคุณของเราเลย ไม่เคยหวังนะค่ะที่จะให้มันตอบแทนเรา
เรื่องกิเลสตัณหาเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ ที่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือแม้แต่เราเอง เป็นไปได้ เปลี่ยนแปลงไปได้ถึงขนาดนี้ หรือยิ่งกว่านี้ก็มี ก็เพราะ “กิเลสตัณหา” นี่แหล่ะ. ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ “ให้ละ”. ตัณหา เป็น ธรรมที่ควรละ. จะตอบให้ในรายการน่ะ
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ ฟังรายการเมื่อเช้า ยังไม่เข้าใจการแผ่เมตตาให้แก่บุคคลที่เราไม่ชอบหรือทำให้เราเสียใจว่ามีวิธีคิด ทำ และพูดอย่างไร พระอาจารย์บอกว่าให้แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลายโดยผ่านบุคคลนี้ ฟังแล้วยังปฏิบัติไม่ถูกค่ะ
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
สวัสดีคุณศันสณีย์และทีมงาน
พระอาจาร์ยสบายดีนะเจ้าค่ะคุณศันสณีย์ด้วยฟังรายการทุกวันจันทร์-อาทิตย์ยกเว้นไปหลีกเล้น เมื่อต้นเดือนได้ไปเป็นธรรมะบริกรถวายเป็นพุทธบูชาเป็นความตั้งใจมานานอยากตอบแทนคุณพระพุทธองค์ ปกติโยมจะมีอาการปวดแขนข้างขวาอย่างมากถ้าต้องทำงานบ้านหรือเขียนหนังสือก่อนไปเป็นธรรมะบริกร ก็มีความกังวลว่าจะทำหน้าที่ไม่เต็มที่เพราะสุขภาพแต่ด้วยความตั้งใจจึงขอบารมีพระพุทธองค์ ครูอาจาร์ย บิดามารดา และบุญกุศลที่กระทำต่อไปให้ข้าพระเจ้าได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงได้รับใช้ธรรมะอย่างเต็มที่ตลอดเวลา 7 วัน ทั้งหนักและเหนื่อยร่างกายอ่อนเพลียนอนไม่ค่อยหลับเพราะแปลกที่และระบบขับถ่ายก็มีปัญหาเหมือนปาฏิหาร์ยตลอดเวลา 7 วัน เหมือนไม่เคยปวดแขนเลยในชีวิตพอกลับมาได้ 1 วันอาการปวดก็กลับมาเป็นปกติตลอดเวลาที่รับใช้ธรรมะ 7 วัน มีแต่ความสุขสดชื่นเบิกบานบอกไม่ถูกเหมือนกับบทสวดมนต์บูชาพระธรรม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ จริงๆเจ้าค่ะ และมีแต่ความภูมิใจเป็นอย่างมาก กราบนมัสการลาพระคุณเจ้า สวัสดีคุณศันสณีย์และทีมงาน
สาธุ อนุโมทนาด้วย อย่างนี้จึงจะชื่อว่ามี “ปริยัติที่ไม่เป็นงูพิษ”
กราบนมัสการพระคุณเจ้า สวัสดีคุณศัณสนีย์และทีมงาน ขอความเมตตาพระอาจาร์ยอธิบายคำว่า”ปริยัติที่ไม่เป็นงูพิษ”ด้วยเจ้าค่ะโยมปัญญาน้อยไม่เข้าใจเจ้าค่ะ และมีคำถามด้วยเจ้าค่ะทุกครั้งที่ใด้ไปหลีกเล้นจะนอนไม่ค่อยหลับและระบบขับถ่ายจะมีปัญหาอย่างมาก ใหม่ๆจะรู้สึกหงุดหงิดและมีความกังวลทุกครั้งที่ต้องไปหลีกเล้นแต่ปจัจุบันโยมไม่สนใจมันแล้วคิดในใจว่า แกไม่หลับก็เรื่องของแกจะไม่ถ่ายก็เรื่งของแกฉันก็รู้ทันแกแล้วไม่ไปหลงกลแล้วเดี๋ยวนี้ไม่เคยมีความกังวล และหงุดหงิดอีกจะมีแต่ความเบิกบานใจเป็นอย่างมากผู้หลีกเล้นคงเข้าใจถึงความรู้สึก โยมไม่ไปใส่ใจกับสิ่ง ที่เกิดขึ้นแต่ก็รู้มันเฉยๆถูกต้องใหมเจ้าค่ะ
ปริย้ติที่ไม่เป็นงูพิษคือ ภิกษุ ท.! ก็กุลบุตรางพวกในกรณีนี้ เล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ, กุลบุตรเหล่านั้น ครั้นเล่าเรียนธรรมนั้น ๆ แล้วก็สอดส่องใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรมนั้น ๆ ด้วยปัญญา, เมื่อสอดส่องใคร่ครวญเนื้อความด้วยปัญญา, ธรรมเหล่านั้น ย่อมทนต่อการเพ่งพิสูจน์ของกุลบุตรเหล่านั้น, กุลบุตรเหล่านั้น เล่าเรียนธรรม ด้วยการมิได้เพ่งข้อบกพร่อง (ของธรรมหรือของลัทธิใดลัทธิหนึ่ง) และมิได้มีความคิดที่จะใช้เป็นเครื่องทำลาย ลัทธิใดลัทธิหนึ่งเป็นอานิสงส์. ผู้รู้ทั้งหลายเล่าเรียนปริยัติธรรมเพื่อคุณประโยชน์อันใด กุลบุตรเหล่านั้นก็ได้รับคุณประโยชน์อันนั้นแห่งธรรม. ธรรมเหล่านั้น ก็กลายเป็นธรรมที่กุลบุตรเหล่านั้นถือเอาด้วยดี เป็นไปเพื่อความเป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุขแก่กุลบุตรเหล่านั้นเอง ตลอดกาลนาน. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ? เพราะความที่ธรรมทั้งหลายอันกุลบุตรเหล่านั้นถือเอาด้วยดีเป็นเหตุ.
ภิกษุ ท.! เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีความต้องการใคร่จะได้งู เที่ยวเสาะแสวงหาอยู่ บุรุษนั้น ครั้น เห็นงูตัวใหญ่ จึงเอาท่อนไม้มีง่ามดังเท้าแพะ กดงูนั้น ให้เป็นการถูกกดไว้อย่างดี ครั้นแล้ว จึงจับงูนั้นที่คออย่างมั่นคง. แม้งูตัวนั้น จะพึงรัดเอามือ แขน หรืออวัยวะแห่งใดแห่งหนึ่งของบุรุษนั้นด้วยลำตัวของมัน ก็ตามที, แต่บุรุษนั้นไม่ตาย หรือไม่ต้องได้รับทุกข์เจียนตายเพราะการรัดเอาของงูนั้นเป็นเหตุ. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ? เพราะงูตัวนั้นถูกจับไว้อย่างมั่นคงดีแล้วเป็นเหตุ;
กราบนมัสการท่านอาจารย์ครับ พระอาจารย์พูดในรายการว่าการที่เราเจริญเมตตาจิตอยู่เสมอๆเป็นการเผากิเลส เเละสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้เลย อันนี้เป็นพุทธวจนะหรือปล่าวครับ พระพุทธเจ้าตรัสว่าการเจริญเมตตาจิตเเค่กาลเพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียวถือว่าไม่เหินห่างจากฌานเเค่นั้นไม่ใช่หรอครับ เเละการเจริญเมตตาจิตน่าจะทำได้เเค่ละโทสะ เท่านั้น ไม่น่าจะละ ราคะ เเละโมหะได้ สมมุติว่ามีคนๆหนึ่งที่นับถือศาสนาอื่นที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธ เขาจึงไม่ได้ศึกษาธรรมมะ เขาจึงมีความเห็นว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาน เป็นของเที่ยง เป็นตัวตน เป็นของตน เเต่ศาสนาที่เขานับถืออยู่นั้นสอนเรื่องความเมตตา กรุณา ต่อผู้อื่นอยุ่เสมอๆ เขาจึงมีเมตตาจิตต่อผู้อื่นเสมอๆ ถามว่าคนๆนั้นจะสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้หรือไม่ นมัสการขอบพระคุณครับ
กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ ดิฉันเพิ่งเริ่มศึกษาธรรมะมาไม่นาน จึงมีความไม่เข้าใจในหลายๆเรื่องที่คนอื่นๆอาจรู้กันหมดแล้ว ขอเรียนถามพระอาจารย์ดังนี้ค่ะ 1 การที่คนใส่บาตรด้วยข้าวที่ทานเหลือจากเมื่อวานอย่างเดียว ไม่มีกับข้าวผลไม้หรือน้ำดื่มเลย ผู้ทำมีฐานะดีปล่อยเงินกู้ เขาจะได้บุญเต็มที่หรือไม่ เพราะเหตุปัจจัยครบ3ประการคือ ผู้ทำต้องการทำบุญ ผู้รับเป็นผู้ทรงศีล ประการสุดท้ายจำไม่ได้ค่ะ 2 การที่ดิฉันให้อาหารสุนัขจรจัดเป็นกิจวัตร อารหารที่ให้เป็นอย่างเดียวกับที่เลี้ยงสุนัขในบ้าน แต่จะเพิ่ม1ใน4 อย่างนี้ให้พวกเขาทุกครั้งคือ น้ำมันปลาBlackmores ไข่ นมสดและยาบำรุง เพราะถ้าพวกเขาไม่สบายจะไม่มีใครพาไปหาหมอ ที่ท้ายรถยังมีอาหารเม็ดและผ้าผืนใหญ่2ผืนเผื่อในกรณีพบสุนุขหิวโซหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง แต่ทุกตัวที่ช่วยตายหมด หลายคนบอกดิฉันว่าให้ทานกับคนทุศีลหรือโจรจะได้บุญมากกว่าช่วยเหลือสัตว์นับพันเท่า ไม่มีใครรู้ว่าทุกครั้งที่พวกเขาได้กินอิ่ม ดิฉันก็อิ่มและเต็ม(ในใจ)ด้วย มีความสุขในลมหายใจขณะนั้นมาก อยากทราบเหตุผลที่พระพุทธเจ้าบัญญัติว่าทำบุญกับคนทุศีลได้บุญมากกว่าทำทานกับสัตว์นับพันเท่าคืออะไรคะ หากชาติหน้าถ้าดิฉันต้องเกิดอีกคงมีบุญเพียงแค่เป็นตัวหนอน ซึ่งก็ได้เตรียมใจไว้แล้วค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ตอบให้แล้วในรายการวิทยุ สั้นๆตรงนี้ก่อนคือว่า เมื่อทำบุญด้วยการให้ทาน แล้วจิตมีปีติสุข ==> ไปสวรรค์แน่นอน เมื่อทำบุญด้วยการให้ทาน แล้วจิตไป “ยึด” ในส่ิงของที่ทำ หรือ บุคคล(สัตว์)ที่เราทำให้ ==> ก็ไปตามบุคคล(สัตว์)นั้น/สิ่งของนี้นแน่นอน
เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่เราจะควบคุมจิตเราให้ อยู่ในคุณธรรมคือ “การให้” โดยไม่ยึดในส่ิงของที่ให้ (อันนี้คิดว่าคุณพรทิพย์ทำได้แล้ว) และ ไม่ยึดในบุคคล/สัตว์ ที่เราทำให้
กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ ดิฉันมีเรื่องที่ติดค้างในใจมาโดยตลอดและไม่ทราบจะแก้ไขอย่างไร ความผิดที่เคยฝากคำถามเกี่ยวกับพาสุนัขไปบริจาคเลือด และได้อ้างถึงพระอาจารย์คึกฤทธิ์โดยตกคำว่าอาจารย์ไป ตอนพิมพ์มีคำว่าอาจารย์ในใจแต่พิมพ์ช้า ความเร็วไม่เท่ากับความคิด รู้สึกผิดมากๆมาโดยตลอด จึงขอกราบขออภัยต่อท่านมาณ ที่นี้ด้วยค่ะไม่ต้องออกทางวิทยุก็ได้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เรียนพระอาจารย์ไพบูลย์ที่เคารพ เวลาที่ผมนั่งสมาธิ จิตใจเรามักจะฟุ้งซ่านคิดๆไปต่างๆนาๆ เมื่อเรารู้สึกตัวดึงตัวเองกลับมาในสมาธิได้ ไม่เกิน 2 นาทีก็จะเริ่มฟุ้งซ่านอีกครั้ง อยากทราบว่าเป็นเพราะว่า ห่วงหน้าที่การงานความรับผิดชอบ หรือ เพราะจิตใจเราไม่เข้ากับธรรมะ อยากให้ท่านพระอาจารย์ช่วยชี้แจง และช่วยแนะนำว่าควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อแก้ไขครับ
เป็นธรรมดาที่ผู้ที่เริ่มฝึกนั่งสมาธิจะมีความคิดไปต่างๆนานา. 2 นาทีก็ดีแล้ว. ใจทุกคนต้องการธรรมทั้งนั้น ใจทุกคนเข้ากันได้กับธรรมทั้งนั้น เพราะธรรมเกิดมาจากใจ มีธรรมชาติอย่างเดียวกัน. จะตอบละเอียดให้ในรายการน่ะ
หลังจากที่ผมใส่บาตรพระตอนเช้า ผมมักจะลืมกวดน้ำเสมอๆ ไม่ทราบว่าจะมีผลอะไรเกี่ยวกับการอุทิศผลบุญกุศลไปให้ผู้ล่วงลับหรือเปล่า ขอบพระคุณสำหรับคำตอบครับ
บุญเกิดที่ไหน? ตอบ, ที่จิต จะแผ่บุญแผ่ที่ไหน? ตอบ, ที่จิต ดังนั้นก็ใช้จิตในการแผ่นั่นแหล่ะ ถ้าไม่มีจิต แผ่ไม่ได้แน่ ส่วนอุปกรณ์ต่างๆจะมีหรือไม่มีไม่ใช่สาระสำคัญอะไรมาก
กราบนมัสการพระอาจารย์เจ้าค่ะ
มีข้อสงสัยเกี่ยวกับวินัยสงฆ์ดังนี้ค่ะ
1. โปรดให้คำจำกัดความหมาย ที่ถูกต้อง และชัดเจน ตามพุทธวจนของคำว่า “เครื่องลูบไล้” ที่กล่าวในหลายพระสูตร สำหรับ สงฆ์และสมณะพราหมณ์
2. แป้งทาผิวกาย เป็น “เครื่องลูบไล้” สำหรับสงฆ์และสมณะพราหมณ์ หรือไม่ หาก สงฆ์หรือสมณะพราหมณ์ รับแป้งทาผิว ถือเป็นความผิดหรือไม่
3. พระสงฆ์สามารถปฏิเสธ และชี้แนะ ปัจจัยที่ผิดพระวินัย แก่ฆราวาสนำมาถวาย ได้หรือไม่
โปรดเมตตาตอบลงในเวปนี้นะคะ เพราะไม่สะดวกรับฟังรายการทางวิทยุ ในช่วงเวลาที่ออกอากาศได้
กราบนมัสการขอบพระคุณเจ้าค่ะ มณีเนตร :>
เรียนถามพระอาจารย์ครับ
จากพระสูตรนี้ แสดงว่า โสดาบันบุคคล-พระอรหันต์ สามารถไหว้ บูชาศาลพระพรหม ศาลพระภูมิเจ้าที่ บูชาพระราหู ฯลฯ ได้ใช่มั้ยครับ
[232] โภคอาทิยะ หรือ โภคาทิยะ 5 (ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์ หรือ เหตุผลที่อริยสาวกควรยึดถือ ในการที่จะมีหรือครอบครองโภคทรัพย์ อริยสาวกแสวงหาโภคทรัพย์มาได้ ด้วยน้ำพักน้ำแรงความขยันหมั่นเพียรของตน และโดยทางสุจริตชอบธรรมแล้ว 1. เลี้ยงตัว มารดาบิดา บุตรภรรยา และคนในปกครองทั้งหลายให้เป็นสุข 2. บำรุงมิตรสหายและผู้ร่วมกิจการงานให้เป็นสุข 3. ใช้ป้องกันภยันตราย 4. ทำพลี 5 อย่าง ก. ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ ข. อติถิพลี ต้อนรับแขก ค. ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับ ง. ราชพลี บำรุงราชการด้วยการเสียภาษีอากรเป็นต้น จ. เทวตาพลี ถวายเทวดา คือ สักการะบำรุงหรือทำบุญอุทิศสิ่งที่เคารพบูชา ตามความเชื่อถือ
กราบเรียน พระอาจารย์ไพบูลย์ ที่เคารพ
1. การดูลมหายใจขณะขับขี่ยานพาหนะน่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้นะครับ 2. พระพุทธเจ้า บอกว่าขณะขับถ่ายอุจจาระ ไม่ควรอ่านหนังสือ หรือแปรงฟัน ไปพร้อม ๆ กัน 3. การทำสมาธิ และฟังพระการบรรยายธรรม ไปด้วย
การปฏิบัติทั้ง 3 ข้อ ดูคล้าย ๆ กัน ตามความเข้าใจของผมดูมันจะขัดกันไปในตัว ที่ว่าจิดทำงานได้ทีละอย่าง ขอคำอธิบายอย่างละเอียดด้วยครับ
ขออนุโมทนา
ฝากพระอาจารย์ถามคุณติ๋วว่า ไฟล์เสียงย้อยหลังที่ uploadอยู่ใน archive.org มีแค่มกรา 54 จึงอยากฝากให้ช่วยuploadของเดือน2-3-4-5และอัปทุกอาทิตย์ได้ไหมคะ เพราะตื่นเช้าฟังไม่ทันคะ พุทธวัจสวัสดีคะ
กรานมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ
ผมขอเรียนถามพระอาจารย์ว่า ประโยคที่ว่า “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” มีพุทธวจนะ ตรัสไว้เช่นไรครับ ขอทั้ง บาลี และคำแปลด้วยครับ
นมัสการขอบพระคุณครับ
พุทธวัจน์ว่า “ความโศก ย่อมเกิดมาแต่ความรัก, ความกลัว ย่อมเกิดมาแต่ความรัก เมื่อพ้นแล้วจากความรัก, ความโศกย่อมไม่มี, แล้วความกลัว จะมีมาแต่ไหนเล่า”– ธ. ขุ. ๒๕/๔๓/๒๖ (อ/๓๖๗)
นมัสการขอบพระคุณพระอาจารย์ครับ
กราบนมัสการท่านอาจารย์ค่ะ ดิฉันเคยฝากคำถามในรายการFM106ค่ะ แต่รอฟังมา1อาทิตย์แล้ว คิดว่าส่งมาถามดีกว่าค่ะ คำว่าผัสสะคือความรู้สึกใช่หรือไม่คะ เพราะติ๊บเคยถามพระคึกฤทธิ์ว่าถ้าเราพาสุนัขไปบริจาคเลือด พวกเขาจะได้บุญไหม เพราดิฉันอยากให้พวกเขาได้มีโอกาสสร้างกุศลบ้าง เพื่อให้พวกเขาได้เกิดเป็นมนุษย์จะได้มีโอกาสทำบุญและพ้นทุกข์ ท่านตอบว่าให้พวกเขาได้รับผัสสะที่ดีก่อนตาย ก็จะได้เกิดในที่ที่ดี ดิฉันสงสัยว่าการที่ดิฉันกอดพวกเขาบ่อยๆทุกวันตั้งแต่นำมาเลี้ยง(และฮัมเพลงให้ฟังแต่ตอนนี้เลิกแล้วเพราะพวกเขาเดินหนีทุกครั้ง) เป็นผัสสะที่ดีรึเปล่าคะ พวกเขามีสุขภาพจิตที่ดีมากค่ะ กรุณาตอบในนี้นะคะ กลัวพลาดฟังทางวิทยุค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ผัสสะ คือ สัมผัส (ทั้ง6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจ) ความรู้สึก คือ เวทนา (สุข/ทุกข์/ไม่ทุกข์ไม่สุข) สัตว์เดรัจฉานเนี่ยพยากรณ์ยาก เพราะถึงแม้ว่า เราจะให้ผัสสะเขาดีๆ (กรรมเก่าของเขา) แต่ถ้ากรรมที่เขาสร้าง ณ ตอนนั้น (ก่อนเขาตาย) เป็นไปเพื่อความยืดถือในตัวเรา (แล้วเรายังเป็นมนุษย์อยู่) เขาก็จะมาเกิดใกล้ๆเรา (อาจเป็นคนหรือเป็นหมา หรือเป็นสัตว์อื่นก็ไม่รู้) แต่ถ้าเขา(หมา) ยึดในส่ิงที่เป็นกุศลอื่น เขาก็อาจจะหลุดพ้นจากความเป็นสัตว์เดรัจฉานได้. แต่จริงๆแล้ว สัตว์เดรัจฉานเนี่ยมักจะมีความพอใจในภพของตน จึงมักมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานสักหลายๆร้อยชาติ. แต่ถ้าเมื่อไหร่เขาเบื่อความเป็นหมา เบื่อภพนี้แล้ว เขาก็ต้องไปตามกรรมที่เขาได้ทำไว้ต่อไป อาจจะมาเป็นคนหรือเทวดาได้ เพราะ ดูจากการที่ได้รับการเลื้ยงดูอย่างดี ก็น่าจะมีบุญอยู่ไม่น้อย.
นมัสการพระอาจารย์อีกครั้งหนึ่งครับ ต่อจากพระสูตรก่อนมีอีกพระสูตรที่ต้องการให้พระอาจารย์ช่วยพิจารณา จากหนังสือพุทธประวัติจากพระโอษฐหน้าที่98-102เรื่อง “วิหารธรรมที่ทรงอยู่มากที่สุด ก่อนตรัสรู้” พระพุทธองค์ตรัสว่า ….เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นความไม่เที่ยง หายใจเข้าอยู่”, ว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นความไม่เที่ยง หายใจออกอยู่”. เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความจางคลาย หายใจเข้าอยู่”, ว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็น ความจางคลาย หายใจออกอยู่”. เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความดับสนิท หายใจเข้าอยู่”. ว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความดับสนิท หายใจออกอยู่”. เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความสลัดกลับหลัง หายใจเข้าอยู่”, ว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความสลัดกลับหลัง หายใจออกอยู่”. ดังนี้. ภิกษุ ท.! เมื่อบุคคลเจริญทำให้มากซึ่งอานาปานสติสมาธิ อยู่อย่างนี้แล ความหวั่นไหวโยกโคลงแห่งกาย หรือความหวั่นไหวโยกโคลงแห่งจิตก็ตามย่อมมีขึ้นไม่ได้. ….ฯลฯ…. ภิกษุ ท.! แม้เราเองก็เหมือนกัน ในกาลก่อนแต่การตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ ย่อมอยู่ด้วยวิหารธรรม คืออานาปานสติสมาธินี้ เป็นส่วนมาก. เมื่อเราอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้เป็นส่วนมาก กายก็ไม่ลำบาก ตาก็ไม่ลำบาก และจิตของเราก็หลุดพ้นจากอาสวะ เพราะไม่มีอุปาทาน. ภิกษุ ท.! เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ ถ้าภิกษุหวังว่า กายของเราก็อย่าลำบาก ตาของเราก็อย่าลำบาก และจิตของเราก็จงหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่มีอุปาทานเถิด ดังนี้แล้ว; ภิกษุนั้นจงทำในใจ ในอานาปานสติสมาธินี้ให้เป็นอย่างดี.
ครับจากพุทธวจนะบทนี้เเสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์ทรงให้มีสติเห็นการเกิดดับอยู่ทุกๆลมหายใจเข้าออก สิ่งที่เกิดดับอยู่เสมอๆคือลมหายใจของเราพระพุทธองค์ทรงหมายถึงให้เราพิจารณาณาการเกิดดับของลมหายใจใช่หรือไม่ เช่น หายใจเข้า–>เกิดขึ้น หายใจออก–>ดับไป รบกวนพระอาจารย์ช่วยพิจารณาด้วยครับ นมัสการขอบพระคุณครับ
- คนจะเห็นเกิด/ดับได้ ต้องมี “สติ” - สติคือเป็นเป้าหมายของสูตรนี้ - เกิดดับนั้น มีในลมหายใจก็ได้ มีใน ความคิดก็ได้ มีใน ความรู้สึกก็ได้. พูดง่ายๆว่า เห็นการเกิด/ดับในขันธ์ทั้งห้านั่นเอง อะไรก็ได้ อันไหนก็ได้ ขอให้มีสติ แล้วจะเห็นได้
คำว่าไม่ประมาทในพุทธวจนะแปลว่าอะไรหรือคับ(ผมได้ยินคำนี้บ่อยแต่ความหมายไม่เคยรู้ความหมายเลยคับ)
อัปปะมาโท (บาลี) = ไม่ประมาท (ไทย) ก็แปลว่า “มีสติ” นั่นเอง. ภาษาอังกฤษ ว่า “Heedfulness” or “Attentive” or “Vigilance”. จะตอบเป็น พุทธวัจน์ ในรายการน่ะ
กรานมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ มหาสติปัฏฐานสูตรหมวดอานาปานสติพระพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่า เราหายใจออกสั้น เมื่อหายใจ
เข้าสั้น ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้าสั้น ย่อมสำเหนียกว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้กองลม
ทั้งปวงหายใจออก ย่อมสำเหนียกว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจเข้า
ย่อมสำเหนียกว่า เราจักระงับกายสังขารหายใจออก ย่อมสำเหนียกว่า เรา
จักระงับกายสังขารหายใจเข้า ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายใน
กายภายในบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายทั้ง
ภายในทั้งภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกายบ้าง พิจารณาเห็น
ธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อม
ในกายบ้าง ย่อมอยู่ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ
เรียนถามพระอาจารย์ว่า การ พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกายบ้าง พิจารณาเห็น ธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อม ในกายบ้าง หมายความว่าอย่างไรครับ นมัสการขอบพระคุณครับ
พระพุทธเจ้าให้เป็น 3 จังหวะ คือ 1 เห็นเกิด 2 เห็นดับ 3 เห็นเกิด/ดับ “เห็นเกิดเห็นดับ” คือเห็น 2 จังหวะ (ข้อ 1 และ 2), ส่วน “เห็นเกิดดับ” คือเห็นจังหวะเดียว (ข้อ3) ในทาง Digital เรียกข้อ 1 ว่า “On State”, เรียกข้อ 2 ว่า “Off State” เรียกข้อ 3 ว่า “Pulse” Pulse นี้ย่ิงถ้าให้ width เล็กเท่าไหร่ยิ่งดี. จะค่อยตอบในรายการวิทยุให้ในวันจันทร์หน้า (ออกอากาศ 25 เม.ย. 54)
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์
เรื่องนี้ที่ดิฉันจะถามพระจารย์ อาจจะไม่เกี่ยวกับพุทธวจน แต่ว่าเกี่ยวกับจิตที่ขุ่นมัว ของดิฉัน เนื่องจากวันที่ 19 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมาดินฉันและ และพี่สาว และลูกชาย ได้ไป สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง ที่อยู่แถวซอยวัชรพล บรรยากาศโดยรวมดีมาก ต้นไม้ร่มรื่น ก็พาลูกชายวัย 3 ขวบครึ่งไปเล่นทราย เล่นดิน ต่อมาลูกชายก็ไม่เล่นแล้วทราย ก็เดินมาที่ศาลาที่เค้ามีระบายสีผ้าบาติก ลูกชายก็บอกว่าเค้าจะระบายสี ดินฉันก็ช่วยสมทบทุน 80 บาท แล้วรับผ้าที่มีลายบาติก เพื่อที่จะพาลูกไประบายสีลงในผ้า ดิฉันก็มองหาโต๊ะที่ มีที่ว่าง เพื่อจะพาลูกไปนั่ง แล้วก็มีโต๊ะหนึ่งว่างอยู่ 1 ที่ ก็พาลูกชายเข้าไปนั่ง แต่เมื่อเข้าไปนั่งปรากฎว่าผู้หญิงคนหนึ่ง นั่งกับลูกชาย วัยประมาณ 2 ขวบ แล้วก็มีลูกสาววัยประมาณ10 ขวบ นั่งข้าวขวามือเข้า แล้วก็มีลูกสาว วัย 5 ขวบนั่งอยู่อึกด้านหนึ่ง พอดิฉัน พาลูกชายมานั่งที่ว่าง ผู้หญิงคนนั้นเค้าบอกว่า โต๊ะนี้สำหรับเด็กไว้ฝึกการมีสติ
ดิฉันก็อี้ง แล้วก็จูงลูกชายออกมาจากโต๊ะนั้น ก็เลย จะเรียนถามพระอาจารย์ ว่า ควรจะสอนเด็กอย่างไร ว่าให้เด็กมีสติ หรือว่าสอนลูกให้มีสติอย่างเดียว แต่ไม่มีการแบ่งปัน จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังงงกับคำที่ผู้หญิงคนนั้นพูดอยู่เลยเจ้าค่ะ
อะไรที่เป็นอกุศล พระพุทธเจ้า ก็ให้รีบละวางให้เร็ว. เรื่องอื่นที่จะทำให้จิตของเราขุ่นมัว เราก็ไม่สนใจ. ลูกใคร ก็ให้คนนั้นเขาจัดการไปก็แล้วกัน. เราก็จัดการจิตของเรา เพราะเขาจัดการจิตเราแทนตัวเราไม่ได้. ให้ทำใจให้ดึน่ะ. ให้เป็นกุศล
แม่ของนู๋ ฟังธรรมะของพระอาจารย์ ทุกวัน คืออยากถามว่า..ความโกรธทำอย่างไรถึงจะหาย หายโกรธ(สามีเป็นคนขี้โกรธ ขี้โมโห) ทำยังไงให้เค้าหายโกรธโมโหดีค่ะ พระอาจารย์
สิ่งไหนที่จะทำให้ความโทสะที่ยังไม่เกิด ไม่เกิดขึ้น และที่มีอยู่แล้วละไป?
คำตอบคือ “เมตตาที่ทำแล้วอย่างดี”. ดังนั้นต้องทำแล้ว”อย่างดี” ด้วยน่ะ จะอธิบายให้ฟังในรายการต่อไป
กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ
ดิฉันเคยหัดนั่งสมาธิตอนเด็ก(ประมาณ10ขวบ) ซึ่งสามารถทำจิตให้สงบได้เกือบจะในทันทีที่เริ่มนั่ง จนเวลาผ่านไปเริ่มรู้สึกว่าปลงและต่อมามีบางอย่างเกิดขึ้นกับตนเองหลายครั้ง(ไม่ใช่นิมิตแต่เป็นเหตุการณ์จริง) จนรู้สึกกลัว มีบางคนบอกว่าถ้านั่งโดยไม่มีอาจารย์คอยสอนจะทำให้เป็นบ้าจึงเลิก เวลาผ่านไปหลาย10ปี กลับมานั่งใหม่กลับทำไม่ได้ง่ายเหมือนเก่า ขอคำแนะนำจากพระอาจารย์ด้วยค่ะว่าควรทำอย่างไรดีคะจึงจะทำให้ได้เหมือนเดิม เพราะตอนนี้รู้แล้วว่าสิ่งที่เคยกลัวนั้นไม่น่ากลัวเลย
กราบขอบพระคุณค่ะ
สมาธิป็นชองปล่อย เป็นของเบา แต่ ขันธ์ทั้ง 5 เป็นของหนัก. ผ่านมา 10 ปี ก็แบกของหนักมากขึ้นน่ะสิ จึงทำให้ เข้าสมาธิได้ยากขึ้น. ก็ต้องฝึกน่ะแหล่ะ. แต่ที่แน่ๆ น่ะ คือว่า เราสามารถทำได้ และยิ่งถ้าเราได้เคยทำมาแล้ว เมื่อยังเป็นเด็ก ตอนนี้ก็ยิ่งเป็นเหตุผลที่จะให้ทำได้แน่นอน แค่ปัดฝุ่นนิดๆหน่อยๆ
ดิฉันไม่เข้าใจค่ะ เราทำดีกับเข้า ช่วยเหลือทุกอย่าง แต่พอเข้าผิดเราไม่เข้าข้าง กับมาเกลียดเรา แถมยังห้ามไม่ให้น้องชายเรา ที่คลาดตามเราออกมาจากท้องแม่ ให้เลิกยุ่งกับครอบครัว ทั้งที่ทุกวันนี้ทำเพื่อพวกเข้าทุกอย่าง แถมเราเลี้ยงลูกติดของเค้ามาตั้ง 6 ปี แต่กลับเป็นว่าเราไม่มีความดีเลยดิฉันไม่เข้าใจ นึกแล้วอยากจะสาปแช่งมัน เพราะมันเป็นคนที่ไม่รู้จักบุญคุณของเราเลย ไม่เคยหวังนะค่ะที่จะให้มันตอบแทนเรา
เรื่องกิเลสตัณหาเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ ที่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือแม้แต่เราเอง เป็นไปได้ เปลี่ยนแปลงไปได้ถึงขนาดนี้ หรือยิ่งกว่านี้ก็มี ก็เพราะ “กิเลสตัณหา” นี่แหล่ะ. ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ “ให้ละ”. ตัณหา เป็น ธรรมที่ควรละ. จะตอบให้ในรายการน่ะ
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์
ฟังรายการเมื่อเช้า ยังไม่เข้าใจการแผ่เมตตาให้แก่บุคคลที่เราไม่ชอบหรือทำให้เราเสียใจว่ามีวิธีคิด ทำ และพูดอย่างไร
พระอาจารย์บอกว่าให้แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลายโดยผ่านบุคคลนี้ ฟังแล้วยังปฏิบัติไม่ถูกค่ะ
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
สวัสดีคุณศันสณีย์และทีมงาน
พระอาจาร์ยสบายดีนะเจ้าค่ะคุณศันสณีย์ด้วยฟังรายการทุกวันจันทร์-อาทิตย์ยกเว้นไปหลีกเล้น
เมื่อต้นเดือนได้ไปเป็นธรรมะบริกรถวายเป็นพุทธบูชาเป็นความตั้งใจมานานอยากตอบแทนคุณพระพุทธองค์
ปกติโยมจะมีอาการปวดแขนข้างขวาอย่างมากถ้าต้องทำงานบ้านหรือเขียนหนังสือก่อนไปเป็นธรรมะบริกร
ก็มีความกังวลว่าจะทำหน้าที่ไม่เต็มที่เพราะสุขภาพแต่ด้วยความตั้งใจจึงขอบารมีพระพุทธองค์ ครูอาจาร์ย บิดามารดา
และบุญกุศลที่กระทำต่อไปให้ข้าพระเจ้าได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงได้รับใช้ธรรมะอย่างเต็มที่ตลอดเวลา 7 วัน
ทั้งหนักและเหนื่อยร่างกายอ่อนเพลียนอนไม่ค่อยหลับเพราะแปลกที่และระบบขับถ่ายก็มีปัญหาเหมือนปาฏิหาร์ยตลอดเวลา 7 วัน
เหมือนไม่เคยปวดแขนเลยในชีวิตพอกลับมาได้ 1 วันอาการปวดก็กลับมาเป็นปกติตลอดเวลาที่รับใช้ธรรมะ 7 วัน
มีแต่ความสุขสดชื่นเบิกบานบอกไม่ถูกเหมือนกับบทสวดมนต์บูชาพระธรรม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ จริงๆเจ้าค่ะ และมีแต่ความภูมิใจเป็นอย่างมาก
กราบนมัสการลาพระคุณเจ้า
สวัสดีคุณศันสณีย์และทีมงาน
สาธุ อนุโมทนาด้วย อย่างนี้จึงจะชื่อว่ามี “ปริยัติที่ไม่เป็นงูพิษ”
กราบนมัสการพระคุณเจ้า
สวัสดีคุณศัณสนีย์และทีมงาน
ขอความเมตตาพระอาจาร์ยอธิบายคำว่า”ปริยัติที่ไม่เป็นงูพิษ”ด้วยเจ้าค่ะโยมปัญญาน้อยไม่เข้าใจเจ้าค่ะ
และมีคำถามด้วยเจ้าค่ะทุกครั้งที่ใด้ไปหลีกเล้นจะนอนไม่ค่อยหลับและระบบขับถ่ายจะมีปัญหาอย่างมาก
ใหม่ๆจะรู้สึกหงุดหงิดและมีความกังวลทุกครั้งที่ต้องไปหลีกเล้นแต่ปจัจุบันโยมไม่สนใจมันแล้วคิดในใจว่า
แกไม่หลับก็เรื่องของแกจะไม่ถ่ายก็เรื่งของแกฉันก็รู้ทันแกแล้วไม่ไปหลงกลแล้วเดี๋ยวนี้ไม่เคยมีความกังวล
และหงุดหงิดอีกจะมีแต่ความเบิกบานใจเป็นอย่างมากผู้หลีกเล้นคงเข้าใจถึงความรู้สึก โยมไม่ไปใส่ใจกับสิ่ง
ที่เกิดขึ้นแต่ก็รู้มันเฉยๆถูกต้องใหมเจ้าค่ะ
ปริย้ติที่ไม่เป็นงูพิษคือ
ภิกษุ ท.! ก็กุลบุตรางพวกในกรณีนี้ เล่าเรียนปริยัติธรรม (นานาชนิด) คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธัมมะ เวทัลละ, กุลบุตรเหล่านั้น ครั้นเล่าเรียนธรรมนั้น ๆ แล้วก็สอดส่องใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรมนั้น ๆ ด้วยปัญญา, เมื่อสอดส่องใคร่ครวญเนื้อความด้วยปัญญา, ธรรมเหล่านั้น ย่อมทนต่อการเพ่งพิสูจน์ของกุลบุตรเหล่านั้น, กุลบุตรเหล่านั้น เล่าเรียนธรรม ด้วยการมิได้เพ่งข้อบกพร่อง (ของธรรมหรือของลัทธิใดลัทธิหนึ่ง) และมิได้มีความคิดที่จะใช้เป็นเครื่องทำลาย ลัทธิใดลัทธิหนึ่งเป็นอานิสงส์. ผู้รู้ทั้งหลายเล่าเรียนปริยัติธรรมเพื่อคุณประโยชน์อันใด กุลบุตรเหล่านั้นก็ได้รับคุณประโยชน์อันนั้นแห่งธรรม. ธรรมเหล่านั้น ก็กลายเป็นธรรมที่กุลบุตรเหล่านั้นถือเอาด้วยดี เป็นไปเพื่อความเป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุขแก่กุลบุตรเหล่านั้นเอง ตลอดกาลนาน. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ? เพราะความที่ธรรมทั้งหลายอันกุลบุตรเหล่านั้นถือเอาด้วยดีเป็นเหตุ.
ภิกษุ ท.! เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีความต้องการใคร่จะได้งู เที่ยวเสาะแสวงหาอยู่ บุรุษนั้น ครั้น เห็นงูตัวใหญ่ จึงเอาท่อนไม้มีง่ามดังเท้าแพะ กดงูนั้น ให้เป็นการถูกกดไว้อย่างดี ครั้นแล้ว จึงจับงูนั้นที่คออย่างมั่นคง. แม้งูตัวนั้น จะพึงรัดเอามือ แขน หรืออวัยวะแห่งใดแห่งหนึ่งของบุรุษนั้นด้วยลำตัวของมัน ก็ตามที, แต่บุรุษนั้นไม่ตาย หรือไม่ต้องได้รับทุกข์เจียนตายเพราะการรัดเอาของงูนั้นเป็นเหตุ. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ? เพราะงูตัวนั้นถูกจับไว้อย่างมั่นคงดีแล้วเป็นเหตุ;
กราบนมัสการท่านอาจารย์ครับ พระอาจารย์พูดในรายการว่าการที่เราเจริญเมตตาจิตอยู่เสมอๆเป็นการเผากิเลส เเละสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้เลย อันนี้เป็นพุทธวจนะหรือปล่าวครับ พระพุทธเจ้าตรัสว่าการเจริญเมตตาจิตเเค่กาลเพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียวถือว่าไม่เหินห่างจากฌานเเค่นั้นไม่ใช่หรอครับ เเละการเจริญเมตตาจิตน่าจะทำได้เเค่ละโทสะ เท่านั้น ไม่น่าจะละ ราคะ เเละโมหะได้
สมมุติว่ามีคนๆหนึ่งที่นับถือศาสนาอื่นที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธ เขาจึงไม่ได้ศึกษาธรรมมะ เขาจึงมีความเห็นว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาน เป็นของเที่ยง เป็นตัวตน เป็นของตน เเต่ศาสนาที่เขานับถืออยู่นั้นสอนเรื่องความเมตตา กรุณา ต่อผู้อื่นอยุ่เสมอๆ เขาจึงมีเมตตาจิตต่อผู้อื่นเสมอๆ ถามว่าคนๆนั้นจะสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้หรือไม่ นมัสการขอบพระคุณครับ
กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ
ดิฉันเพิ่งเริ่มศึกษาธรรมะมาไม่นาน จึงมีความไม่เข้าใจในหลายๆเรื่องที่คนอื่นๆอาจรู้กันหมดแล้ว ขอเรียนถามพระอาจารย์ดังนี้ค่ะ
1 การที่คนใส่บาตรด้วยข้าวที่ทานเหลือจากเมื่อวานอย่างเดียว ไม่มีกับข้าวผลไม้หรือน้ำดื่มเลย ผู้ทำมีฐานะดีปล่อยเงินกู้ เขาจะได้บุญเต็มที่หรือไม่ เพราะเหตุปัจจัยครบ3ประการคือ ผู้ทำต้องการทำบุญ ผู้รับเป็นผู้ทรงศีล ประการสุดท้ายจำไม่ได้ค่ะ
2 การที่ดิฉันให้อาหารสุนัขจรจัดเป็นกิจวัตร อารหารที่ให้เป็นอย่างเดียวกับที่เลี้ยงสุนัขในบ้าน แต่จะเพิ่ม1ใน4 อย่างนี้ให้พวกเขาทุกครั้งคือ น้ำมันปลาBlackmores ไข่ นมสดและยาบำรุง เพราะถ้าพวกเขาไม่สบายจะไม่มีใครพาไปหาหมอ ที่ท้ายรถยังมีอาหารเม็ดและผ้าผืนใหญ่2ผืนเผื่อในกรณีพบสุนุขหิวโซหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง แต่ทุกตัวที่ช่วยตายหมด หลายคนบอกดิฉันว่าให้ทานกับคนทุศีลหรือโจรจะได้บุญมากกว่าช่วยเหลือสัตว์นับพันเท่า ไม่มีใครรู้ว่าทุกครั้งที่พวกเขาได้กินอิ่ม ดิฉันก็อิ่มและเต็ม(ในใจ)ด้วย มีความสุขในลมหายใจขณะนั้นมาก อยากทราบเหตุผลที่พระพุทธเจ้าบัญญัติว่าทำบุญกับคนทุศีลได้บุญมากกว่าทำทานกับสัตว์นับพันเท่าคืออะไรคะ หากชาติหน้าถ้าดิฉันต้องเกิดอีกคงมีบุญเพียงแค่เป็นตัวหนอน ซึ่งก็ได้เตรียมใจไว้แล้วค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะ
ตอบให้แล้วในรายการวิทยุ สั้นๆตรงนี้ก่อนคือว่า
เมื่อทำบุญด้วยการให้ทาน แล้วจิตมีปีติสุข ==> ไปสวรรค์แน่นอน
เมื่อทำบุญด้วยการให้ทาน แล้วจิตไป “ยึด” ในส่ิงของที่ทำ หรือ บุคคล(สัตว์)ที่เราทำให้ ==> ก็ไปตามบุคคล(สัตว์)นั้น/สิ่งของนี้นแน่นอน
เพราะฉะนั้นก็อยู่ที่เราจะควบคุมจิตเราให้ อยู่ในคุณธรรมคือ “การให้” โดยไม่ยึดในส่ิงของที่ให้ (อันนี้คิดว่าคุณพรทิพย์ทำได้แล้ว) และ ไม่ยึดในบุคคล/สัตว์ ที่เราทำให้
กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ
ดิฉันมีเรื่องที่ติดค้างในใจมาโดยตลอดและไม่ทราบจะแก้ไขอย่างไร ความผิดที่เคยฝากคำถามเกี่ยวกับพาสุนัขไปบริจาคเลือด และได้อ้างถึงพระอาจารย์คึกฤทธิ์โดยตกคำว่าอาจารย์ไป ตอนพิมพ์มีคำว่าอาจารย์ในใจแต่พิมพ์ช้า ความเร็วไม่เท่ากับความคิด รู้สึกผิดมากๆมาโดยตลอด จึงขอกราบขออภัยต่อท่านมาณ ที่นี้ด้วยค่ะไม่ต้องออกทางวิทยุก็ได้ค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะ
เรียนพระอาจารย์ไพบูลย์ที่เคารพ
เวลาที่ผมนั่งสมาธิ จิตใจเรามักจะฟุ้งซ่านคิดๆไปต่างๆนาๆ
เมื่อเรารู้สึกตัวดึงตัวเองกลับมาในสมาธิได้ ไม่เกิน 2 นาทีก็จะเริ่มฟุ้งซ่านอีกครั้ง
อยากทราบว่าเป็นเพราะว่า ห่วงหน้าที่การงานความรับผิดชอบ หรือ เพราะจิตใจเราไม่เข้ากับธรรมะ
อยากให้ท่านพระอาจารย์ช่วยชี้แจง และช่วยแนะนำว่าควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อแก้ไขครับ
เป็นธรรมดาที่ผู้ที่เริ่มฝึกนั่งสมาธิจะมีความคิดไปต่างๆนานา. 2 นาทีก็ดีแล้ว. ใจทุกคนต้องการธรรมทั้งนั้น ใจทุกคนเข้ากันได้กับธรรมทั้งนั้น เพราะธรรมเกิดมาจากใจ มีธรรมชาติอย่างเดียวกัน. จะตอบละเอียดให้ในรายการน่ะ
หลังจากที่ผมใส่บาตรพระตอนเช้า ผมมักจะลืมกวดน้ำเสมอๆ ไม่ทราบว่าจะมีผลอะไรเกี่ยวกับการอุทิศผลบุญกุศลไปให้ผู้ล่วงลับหรือเปล่า
ขอบพระคุณสำหรับคำตอบครับ
บุญเกิดที่ไหน? ตอบ, ที่จิต
จะแผ่บุญแผ่ที่ไหน? ตอบ, ที่จิต
ดังนั้นก็ใช้จิตในการแผ่นั่นแหล่ะ
ถ้าไม่มีจิต แผ่ไม่ได้แน่ ส่วนอุปกรณ์ต่างๆจะมีหรือไม่มีไม่ใช่สาระสำคัญอะไรมาก
กราบนมัสการพระอาจารย์เจ้าค่ะ
มีข้อสงสัยเกี่ยวกับวินัยสงฆ์ดังนี้ค่ะ
1. โปรดให้คำจำกัดความหมาย ที่ถูกต้อง และชัดเจน ตามพุทธวจนของคำว่า “เครื่องลูบไล้” ที่กล่าวในหลายพระสูตร
สำหรับ สงฆ์และสมณะพราหมณ์
2. แป้งทาผิวกาย เป็น “เครื่องลูบไล้” สำหรับสงฆ์และสมณะพราหมณ์ หรือไม่
หาก สงฆ์หรือสมณะพราหมณ์ รับแป้งทาผิว ถือเป็นความผิดหรือไม่
3. พระสงฆ์สามารถปฏิเสธ และชี้แนะ ปัจจัยที่ผิดพระวินัย แก่ฆราวาสนำมาถวาย ได้หรือไม่
โปรดเมตตาตอบลงในเวปนี้นะคะ เพราะไม่สะดวกรับฟังรายการทางวิทยุ ในช่วงเวลาที่ออกอากาศได้
กราบนมัสการขอบพระคุณเจ้าค่ะ
มณีเนตร :>
เรียนถามพระอาจารย์ครับ
จากพระสูตรนี้ แสดงว่า โสดาบันบุคคล-พระอรหันต์ สามารถไหว้ บูชาศาลพระพรหม ศาลพระภูมิเจ้าที่ บูชาพระราหู ฯลฯ ได้ใช่มั้ยครับ
[232] โภคอาทิยะ หรือ โภคาทิยะ 5 (ประโยชน์ที่ควรถือเอาจากโภคทรัพย์ หรือ เหตุผลที่อริยสาวกควรยึดถือ ในการที่จะมีหรือครอบครองโภคทรัพย์
อริยสาวกแสวงหาโภคทรัพย์มาได้ ด้วยน้ำพักน้ำแรงความขยันหมั่นเพียรของตน และโดยทางสุจริตชอบธรรมแล้ว
1. เลี้ยงตัว มารดาบิดา บุตรภรรยา และคนในปกครองทั้งหลายให้เป็นสุข
2. บำรุงมิตรสหายและผู้ร่วมกิจการงานให้เป็นสุข
3. ใช้ป้องกันภยันตราย
4. ทำพลี 5 อย่าง
ก. ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ
ข. อติถิพลี ต้อนรับแขก
ค. ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับ
ง. ราชพลี บำรุงราชการด้วยการเสียภาษีอากรเป็นต้น
จ. เทวตาพลี ถวายเทวดา คือ สักการะบำรุงหรือทำบุญอุทิศสิ่งที่เคารพบูชา ตามความเชื่อถือ
กราบเรียน พระอาจารย์ไพบูลย์ ที่เคารพ
1. การดูลมหายใจขณะขับขี่ยานพาหนะน่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้นะครับ
2. พระพุทธเจ้า บอกว่าขณะขับถ่ายอุจจาระ ไม่ควรอ่านหนังสือ หรือแปรงฟัน ไปพร้อม ๆ กัน
3. การทำสมาธิ และฟังพระการบรรยายธรรม ไปด้วย
การปฏิบัติทั้ง 3 ข้อ ดูคล้าย ๆ กัน ตามความเข้าใจของผมดูมันจะขัดกันไปในตัว
ที่ว่าจิดทำงานได้ทีละอย่าง ขอคำอธิบายอย่างละเอียดด้วยครับ
ขออนุโมทนา
ฝากพระอาจารย์ถามคุณติ๋วว่า ไฟล์เสียงย้อยหลังที่ uploadอยู่ใน archive.org มีแค่มกรา 54 จึงอยากฝากให้ช่วยuploadของเดือน2-3-4-5และอัปทุกอาทิตย์ได้ไหมคะ เพราะตื่นเช้าฟังไม่ทันคะ พุทธวัจสวัสดีคะ
กรานมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ
ผมขอเรียนถามพระอาจารย์ว่า ประโยคที่ว่า “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” มีพุทธวจนะ ตรัสไว้เช่นไรครับ ขอทั้ง บาลี และคำแปลด้วยครับ
นมัสการขอบพระคุณครับ
พุทธวัจน์ว่า
“ความโศก ย่อมเกิดมาแต่ความรัก, ความกลัว ย่อมเกิดมาแต่ความรัก เมื่อพ้นแล้วจากความรัก, ความโศกย่อมไม่มี, แล้วความกลัว จะมีมาแต่ไหนเล่า”– ธ. ขุ. ๒๕/๔๓/๒๖ (อ/๓๖๗)
นมัสการขอบพระคุณพระอาจารย์ครับ
กราบนมัสการท่านอาจารย์ค่ะ
ดิฉันเคยฝากคำถามในรายการFM106ค่ะ แต่รอฟังมา1อาทิตย์แล้ว คิดว่าส่งมาถามดีกว่าค่ะ คำว่าผัสสะคือความรู้สึกใช่หรือไม่คะ เพราะติ๊บเคยถามพระคึกฤทธิ์ว่าถ้าเราพาสุนัขไปบริจาคเลือด พวกเขาจะได้บุญไหม เพราดิฉันอยากให้พวกเขาได้มีโอกาสสร้างกุศลบ้าง เพื่อให้พวกเขาได้เกิดเป็นมนุษย์จะได้มีโอกาสทำบุญและพ้นทุกข์ ท่านตอบว่าให้พวกเขาได้รับผัสสะที่ดีก่อนตาย ก็จะได้เกิดในที่ที่ดี ดิฉันสงสัยว่าการที่ดิฉันกอดพวกเขาบ่อยๆทุกวันตั้งแต่นำมาเลี้ยง(และฮัมเพลงให้ฟังแต่ตอนนี้เลิกแล้วเพราะพวกเขาเดินหนีทุกครั้ง) เป็นผัสสะที่ดีรึเปล่าคะ พวกเขามีสุขภาพจิตที่ดีมากค่ะ กรุณาตอบในนี้นะคะ กลัวพลาดฟังทางวิทยุค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะ
ผัสสะ คือ สัมผัส (ทั้ง6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจ)
ความรู้สึก คือ เวทนา (สุข/ทุกข์/ไม่ทุกข์ไม่สุข)
สัตว์เดรัจฉานเนี่ยพยากรณ์ยาก เพราะถึงแม้ว่า เราจะให้ผัสสะเขาดีๆ (กรรมเก่าของเขา) แต่ถ้ากรรมที่เขาสร้าง ณ ตอนนั้น (ก่อนเขาตาย) เป็นไปเพื่อความยืดถือในตัวเรา (แล้วเรายังเป็นมนุษย์อยู่) เขาก็จะมาเกิดใกล้ๆเรา (อาจเป็นคนหรือเป็นหมา หรือเป็นสัตว์อื่นก็ไม่รู้)
แต่ถ้าเขา(หมา) ยึดในส่ิงที่เป็นกุศลอื่น เขาก็อาจจะหลุดพ้นจากความเป็นสัตว์เดรัจฉานได้.
แต่จริงๆแล้ว สัตว์เดรัจฉานเนี่ยมักจะมีความพอใจในภพของตน จึงมักมาเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานสักหลายๆร้อยชาติ. แต่ถ้าเมื่อไหร่เขาเบื่อความเป็นหมา เบื่อภพนี้แล้ว เขาก็ต้องไปตามกรรมที่เขาได้ทำไว้ต่อไป อาจจะมาเป็นคนหรือเทวดาได้ เพราะ ดูจากการที่ได้รับการเลื้ยงดูอย่างดี ก็น่าจะมีบุญอยู่ไม่น้อย.
นมัสการพระอาจารย์อีกครั้งหนึ่งครับ ต่อจากพระสูตรก่อนมีอีกพระสูตรที่ต้องการให้พระอาจารย์ช่วยพิจารณา จากหนังสือพุทธประวัติจากพระโอษฐหน้าที่98-102เรื่อง “วิหารธรรมที่ทรงอยู่มากที่สุด ก่อนตรัสรู้” พระพุทธองค์ตรัสว่า
….เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นความไม่เที่ยง หายใจเข้าอยู่”, ว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นความไม่เที่ยง หายใจออกอยู่”.
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความจางคลาย หายใจเข้าอยู่”, ว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็น ความจางคลาย หายใจออกอยู่”.
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความดับสนิท หายใจเข้าอยู่”. ว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความดับสนิท หายใจออกอยู่”.
เธอย่อมทำการสำเหนียกฝึกฝน โดยหลักว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความสลัดกลับหลัง หายใจเข้าอยู่”, ว่า “เราจักเป็นผู้มองเห็นธรรมเป็นความสลัดกลับหลัง หายใจออกอยู่”. ดังนี้.
ภิกษุ ท.! เมื่อบุคคลเจริญทำให้มากซึ่งอานาปานสติสมาธิ อยู่อย่างนี้แล ความหวั่นไหวโยกโคลงแห่งกาย หรือความหวั่นไหวโยกโคลงแห่งจิตก็ตามย่อมมีขึ้นไม่ได้. ….ฯลฯ….
ภิกษุ ท.! แม้เราเองก็เหมือนกัน ในกาลก่อนแต่การตรัสรู้ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ ย่อมอยู่ด้วยวิหารธรรม คืออานาปานสติสมาธินี้ เป็นส่วนมาก. เมื่อเราอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้เป็นส่วนมาก กายก็ไม่ลำบาก ตาก็ไม่ลำบาก และจิตของเราก็หลุดพ้นจากอาสวะ เพราะไม่มีอุปาทาน.
ภิกษุ ท.! เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ ถ้าภิกษุหวังว่า กายของเราก็อย่าลำบาก ตาของเราก็อย่าลำบาก และจิตของเราก็จงหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่มีอุปาทานเถิด ดังนี้แล้ว; ภิกษุนั้นจงทำในใจ ในอานาปานสติสมาธินี้ให้เป็นอย่างดี.
ครับจากพุทธวจนะบทนี้เเสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์ทรงให้มีสติเห็นการเกิดดับอยู่ทุกๆลมหายใจเข้าออก สิ่งที่เกิดดับอยู่เสมอๆคือลมหายใจของเราพระพุทธองค์ทรงหมายถึงให้เราพิจารณาณาการเกิดดับของลมหายใจใช่หรือไม่ เช่น หายใจเข้า–>เกิดขึ้น หายใจออก–>ดับไป รบกวนพระอาจารย์ช่วยพิจารณาด้วยครับ นมัสการขอบพระคุณครับ
- คนจะเห็นเกิด/ดับได้ ต้องมี “สติ”
- สติคือเป็นเป้าหมายของสูตรนี้
- เกิดดับนั้น มีในลมหายใจก็ได้ มีใน ความคิดก็ได้ มีใน ความรู้สึกก็ได้. พูดง่ายๆว่า เห็นการเกิด/ดับในขันธ์ทั้งห้านั่นเอง อะไรก็ได้ อันไหนก็ได้ ขอให้มีสติ แล้วจะเห็นได้
คำว่าไม่ประมาทในพุทธวจนะแปลว่าอะไรหรือคับ(ผมได้ยินคำนี้บ่อยแต่ความหมายไม่เคยรู้ความหมายเลยคับ)
อัปปะมาโท (บาลี) = ไม่ประมาท (ไทย) ก็แปลว่า “มีสติ” นั่นเอง. ภาษาอังกฤษ ว่า “Heedfulness” or “Attentive” or “Vigilance”. จะตอบเป็น พุทธวัจน์ ในรายการน่ะ
กรานมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ มหาสติปัฏฐานสูตรหมวดอานาปานสติพระพุทธเจ้าตรัสว่า
เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่า เราหายใจออกสั้น เมื่อหายใจ
เข้าสั้น ก็รู้ชัดว่า เราหายใจเข้าสั้น ย่อมสำเหนียกว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้กองลม
ทั้งปวงหายใจออก ย่อมสำเหนียกว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจเข้า
ย่อมสำเหนียกว่า เราจักระงับกายสังขารหายใจออก ย่อมสำเหนียกว่า เรา
จักระงับกายสังขารหายใจเข้า ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายใน
กายภายในบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายทั้ง
ภายในทั้งภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกายบ้าง พิจารณาเห็น
ธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อม
ในกายบ้าง ย่อมอยู่ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ
เรียนถามพระอาจารย์ว่า การ พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกายบ้าง พิจารณาเห็น
ธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อม ในกายบ้าง หมายความว่าอย่างไรครับ
นมัสการขอบพระคุณครับ
พระพุทธเจ้าให้เป็น 3 จังหวะ คือ
1 เห็นเกิด
2 เห็นดับ
3 เห็นเกิด/ดับ
“เห็นเกิดเห็นดับ” คือเห็น 2 จังหวะ (ข้อ 1 และ 2), ส่วน “เห็นเกิดดับ” คือเห็นจังหวะเดียว (ข้อ3)
ในทาง Digital เรียกข้อ 1 ว่า “On State”,
เรียกข้อ 2 ว่า “Off State”
เรียกข้อ 3 ว่า “Pulse”
Pulse นี้ย่ิงถ้าให้ width เล็กเท่าไหร่ยิ่งดี.
จะค่อยตอบในรายการวิทยุให้ในวันจันทร์หน้า (ออกอากาศ 25 เม.ย. 54)