รายการมีตอนเช้า 5:00 ถึง 5:30 ทุกวัน จันทร์ ถึง ศุกร์ ทางวิทยุคลื่น FM.106MHz โดย คำถามในหน้านี้ คือ archive รวมทั้งหมด ไตรมาสที่ 1 ปี 2011
ยังมีคนอีกมากมายที่ยังไม่เข้าใจธรรมะซึ่งเป็นสิ่งจําเป็นที่ท่านผู้รู้เผยแผ่ต่อไปกระผมขออนุโมทนาบุญ
สาธุ
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ พระอาจาย์บอกว่าการปฏิบัตินั้นไม่จำเป็นต้องนั้งหลับตาอย่างเดียว เวลาทำงานเเล้วมีสติกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกก้อถือว่าได้ปฏิบัติเเล้ว ผมได้ซื้อหนังสือมาเล่มหนึ่งชื่อหนังสือมหาสติปัฏฐานสูตร หมวดกายานุปัสนาฯหมวดหนึ่ง เขียนว่า …
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง ภิกษุเมื่อเดิน ก็รู้ชัดว่าเราเดิน เมื่อยืน ก็รู้ชัดว่าเรายืน เมื่อนั่ง ก็รู้ชัดว่าเรานั่ง เมื่อนอนก็รู้ชัดว่าเรานอน หรือ เธอตั้งกายไว้ด้วยอาการอย่างใดๆ ก็รู้ชัดอาการอย่างนั้นๆ ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายในกายภายในบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิด ขึ้นในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือ ทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในกายบ้าง..ฯลฯ..”
เวลาผมทำงานผมก้อกำหนดรุ้ลมหายใจไปด้วยเเต่ไม่ถนัดเลยครับ ผมเลยลองเปลี่ยนมารู้อิริยาบทตามพุทธวจนะที่กล่าวมาดูรู้สึกว่าทำบทพุทธวจนะนี้ถนัดกว่า(ผมทำที่ทำงานวันละ1ชั่วโมงครับ) ถามว่าการระลึกรู้ลมหายใจ กับ การระลึกรู้อิริยาบท เเบบไหนได้อนิสงค์มากกว่ากันครับ? นมัสการขอบพระคุณครับ
(คนเราเวลาศึกษาธรรมมะก้อต้องการสนทนาธรรม เเต่ก็ไม่รู้จะไปสนทนากับใคร เวลาคุยธรรมกับคนที่เขาไม่ได้ศึกษาเขาก้อไม่อยากฟังไม่อยากคุย ผมคิดว่าคนที่ฟังรายการนี้คงเจอปัญหาเเบบนี้ ผมเเนะนำให้หาห้องสนทนาธรรมในอินเตอรเน็ตครับ เข้าGoogleเเล้วเชิทคำว่า Dhamma chatเเล้วก้อเจอเลย )
ใช่แล้ว ได้ทุกอิริยาบท. อย่างไหนได้อานิสงส์มากกว่ากัน? ก็วัดได้ 2 อย่าง (ตาม พุทธวัจน์ นะ) 1 วัดที่ ระดับของ ความสุขที่เกิดในภายใน 2 วัดที่ระดับของการปล่อยวาง ว่าอันไหนปล่อยว่างได้เร็ว ได้มากกว่ากัน เท่านั้นเอง
ที่อยู่ในวงเล็บ จะนำไป share กับท่านผู้ฟังรายการวิทยุท่านอื่นๆ สาธุ
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ เจ้าค่ะ โยมมีปัญหาที่ขอความกระจ่างจากพระอาจารย์เจ้าค่ะ คือว่า โยมมีเพื่อนสนิทที่ทำงานคนหนึ่ง เรามีความรู้สึกที่ดีต่อกัน เป็นกัลยานมิตรซึ่งกันและกัน และช่วงที่ผ่านมานี้เพื่อนโยมได้ไปเรียนพระอภิธรรม ขณะนี้เค้าเรียนจบบทที่ 10 แล้วเจ้าค่ะ ด้วยความหวังดีของเพื่อน เค้าชักชวนให้โยมไปเรียนพระอภิธรรม เค้าบอกว่าคนเรียนจะฉลาด คนไม่เรียนโง่ค่ะ ด้วยความที่ไม่อยากเสียเพื่อนกันตอนแก่ ก็ได้แต่ยิ้ม โยมไม่อยากเรียน ไม่ใช่ขี้เกียจเรียนนะเจ้าค๊ะ แต่โยมว่าเรียนยากมาก เข้าใจยาก จะว่าโยมเป็นคนเขลาเบาปัญญาก็ได้ค่ะ ที่ว่ายากเพราะตอนที่เพื่อนเรียน โยมได้ช่วยเค้า search หาข้อมูลให้หลายครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ยินดีช่วยเหลือเพื่อนอยู่แล้วค่ะ แต่ที่ทำให้หงุดหงิดใจ เพราะเพื่อนที่เรียนชอบพูดว่า ถ้าจะสำเร็จต้องเรียนอภิธรรมด้วย ทำสมาธิอย่างเดียวไม่ได้ ทำยังงัยดีค๊ะท่าน จะใช่อย่างที่เพื่อนดิฉันบอกหรือเปล่าค๊ะ โยมไม่ได้คิดหรอกค่ะว่าชาตินี้ตัวเองจะสำเร็จอะไรกับเค้า แต่คิดว่าพยายามทำเท่าที่ทำได้ โยมชอบฝึกแบบอานาปนสติเจ้าค่ะ เพราะหลวงพ่อที่สอนให้ดิฉันได้รู้จักการปฎิบัติ ท่านเรื่มต้นให้ดิฉันทำสมาธิด้วยวิธี อานาปนสติ ซึ่งดิฉันชอบมากและถูกจริตตัวเองค่ะ รบกวนพระอาจารย์ให้ความกระจ่างโยมโยมด้วยค่ะ หมายเหตุ หลวงพ่อที่ท่านได้สอนปฎิบัติธรรม ท่านได้มรณภาพไปตั้งแต่ ปี 2529 แล้วค่ะ กราบนมัสการขอบพระคุณค่ะ คนเบาปัญญา
ตอบตามหลัก พุทธวัจน์ ได้ดังนี้ 1 คนชื่อว่ามีปัญญาคือ “เห็นการเกิดดับ” 2 คนโง่คือคนที่ยึดติดว่า “ส่ิงนี้เท่านั้นจริงส่ิงอื่นเปล่า” 3 ถ้าเราสงเคราะห์เขาด้วยธรรมไม่ได้ ก็ยังควรสงเคราะห์กันด้วย “วาจางาม” หรือ “การให้ปัน” หรือ “ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่กัน” 4 พระพุทธเจ้าก็ใช้ อานาปานสติ แล้วก็สอนสาวกให้ใช้อานาปานสติด้วยน่ะ 5 กัลยาณมิตรดูที่ 4 อย่าง 1มีศีล/2มีศรัทธา/3มีจาคะ/4มีปัญญา ถ้ามีสิ่งเหล่านี้มาก ก็มีคุณสมบัติของความเป็นกัลยาณมิตรมาก ถ้ามีน้อยลงๆ ก็มีคุณสมบัติความเป็นกัลยาณมิตรน้อยลงตามลำดับ
กราบเรียนพระอาจารย์ไพบูลย์ และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ ดิฉันอาจเป็นคนบุญน้อยหรือเปล่าไม่ทราบ ที่เพิ่งมาเริ่มสวดมนต์เมื่ออายุ 52 ตอนนี้ทำมาได้ 2 ปีกว่า เดิมเป็นคนที่คิดว่า การที่เราไม่เบียดเบียนใคร ไม่เป็นคนเลว คนชั่ว ช่วยเหลือคน นั่นแหละ คือความดี ไม่เคยศรัทธาอะไร ไม่เชื่ออะไร เหมือนไม่มีศาสนา มีอยู่วันนึงไปงานศพกลับมา ได้หนังสือสวดมนต์ ก็รู้สึกอยากสวดมนต์ขึ้นมาเอง ก็เลยไปค้นหนังสือธรรมะที่ถูกทิ้งๆอยู่มาอ่านหลายเล่มเหมือนกัน(เล่มเล็กๆ) และเริ่มเชื่อเรื่องบาป บุญ ชาติหน้า ชาติก่อน และก็สวดมนต์เรื่อยมาค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสไปสวดมนต์กับคนอื่น ตามวัดหรือสถานที่ต่างๆ เหมือนยังไม่มีบุญพอ เนื่องจากที่บ้านเป็นครอบครัวที่ติดกันมาก ไปไหนไปด้วยกันหมด อยู่ด้วยกันตลอด แต่เรื่องนี้ยังมีเราคนเดียวที่ปฏิบัติแบบนี้ จึงมีเวลาส่วนตัว แค่วันละ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น เริ่มฟังรายการนี้(คนเดียว)ได้ประมาณหลายเดือน แต่ฟังศัพท์ธรรมะไม่เข้าใจเลย รู้สึกแย่จัง วันนี้ก็เลยลองเข้าเว็บนี้ดู ที่เขียนมานี่ก็อยากระบายความในใจและอยากคุยด้วยน่ะค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
1) คนที่ทำความดีแม้สักว่าคืนเดียว ก็ ดีกว่า คนที่เกิดมาอยู่ 90 ปี แต่ไม่ทำความดีอะไรเลย. ส่ิงที่ผ่านมาแล้ว ให้ละไป ลืมมันไปซะ เรื่องไม่ดีน่ะ. 2) คำสอน พระพุทธเจ้า ก็ไม่ใช่ศาสนา. แต่เป็นวิธีแก้ปัญหาต่างๆ 3) ฟังธรรม/ปฏิบัติธรรม ได้น้อยได้มาก ก็เอา อย่าท้อแท้ ทำนิดเดียวก็ยังดีกว่าไม่ทำ. ดีแล้วๆ
นมัสการค่ะ
บทสวดมนต์ที่มักจะสวดกันประจำ เช่น บทอิติปิโส ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ถวายพรพระ ต่างๆเหล่านี้ ต้องการทราบว่าบทใดเป็นพุทธวจนบ้าง เพราะบางบทก็มีที่ไม่ใช่พุทธวจนใช่มั้ยคะ
กราบเรียนพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ เขียนมาคุยครับ ผมได้ไปอ่านนารายณ์10ปางค์เเล้วรู้สึกไม่ชอบใจเลย กับความเชื่อที่ว่าพระพุทธเจ้าคือปางที่9ของพระนารายณ์ หรือพุทธอวตาร ชาวฮินดูมีความเชื่อว่าพระนารายณ์อวตารในปางนี้เพื่อหลอกลวงให้พวกนอกรีตที่ไม่นับถือวรรณะแยกออกไปจากศาสนาพราหมณ์ นั้นหมายถึงว่าชาวพุทธนั้นเป็นพวกนอกรีต ไม่ชอบใจเลยที่เขามีความเห็นเเบบนี้ เขียนมาคุยนะครับ นมัสการขอบพระคุณครับ
กราบนมัสการพระอาจาย์ไพบูลย์ครับ ผมไม่เข้าใจความหมายของ”นามรูป”ในสายปฏิจสมุปบาทครับ นามรูปในสายปฏิจสมุปบาทนั้น หมายถึงกายใจของเราที่เข้าไปรับรู้วิญญานใช่หรือไม่ครับ? หรือนามรูปในปฏิจสมุปบาทมีความหมายว่า คน สัตว์ สิ่งของ ที่เกิดจากสังขารปรุงเเต่งขึ้น เเล้ว อายตนะก้อไปรับเอานามรูปนั้น? เเบบไหนถูกต้องครับ
ขอถามอีกข้อครับ เคยได้ยินว่าเวลาไฟไหม้ศีษะอย่าเพิ่งดับไฟ ให้มารู้อริยสัจก่อน เพราะอะไรครับ กราบนมัสการขอบพระคุณครับ
1 เรื่องปฏิจจสมุปบาทที่คุณศราวุธเข้าใจนั้นถูกแค่1ใน3 อันนี้จะอธิบายให้ฟังใน “ภาค online” ได้ไหม? ในอีก 2–3 สัปดาห์หน้า เพราะ ทาง FM106 เวลาน้อยมาก พอจะเข้าด้ายเข้าเข็มก็หมดเวลาของทางรายการ. 2 ดับไฟบนศรีษะทีหลังเพราะถ้ายังไม่เป็นโสดาบัน คุณจะต้องดับไฟที่อาจจะเกิดขึ้นนี้อีกในชาติต่อๆไปอย่างไม่มีจบสิ้น. แต่ถ้าเป็นโสดาบันแล้ว ก็ไม่เกิน 7 ชาติ. พูดง่ายๆว่า ถ้าไหนๆ ก็จะตาย (เพราะไฟไหม้บนหัว/เสื้อผ้า) แล้ว, ก็ขอให้ตายแบบเกิดอีกแค่ 7 ชาติ. ไม่ใช่ตายแบบต้องเกิดอีกนับไม่ถ้วน แล้วก็มีสิทธิมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อีกในชาติต่อๆไป
กราบนมัสการภันเต และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ เมื่อคราวกฐินวัดนาป่าพงเมื่อปีที่แล้ว ดิฉัน ได้นำ apple เป็นลูกไปใส่บาตร เมื่อพระท่านรับ ท่านได้ส่ง apple นั้นต่อให้ลูกศิษย์ พร้อมกับกล่าวภาษาบาลีบางคำ ซึ่งดิฉันไม่เข้าใจว่าแปลว่าอะไร แต่จำได้ว่าภันเตเคยบอกว่า ผลไม้ ยังสามารถสืบต่อเผ่าพันธุ์ได้ หรืออะไรประมาณนี้ หากรับบาตรมาพระ จะอาบัติ (ไม่แน่ใจว่า จำมาถูกหรือไม่) นับแต่วันนั้น ดิฉันจึงเลี่ยงที่จะใส่บาตรด้วยผลไม้ ดิฉันขอความกรุณาภันเต อธิบายข้อสงสัยตรงนี้อีกครั้งหนึ่งค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะ
กราบเรียนพระอาจารย์ไพบูลย์ และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ ครั้งก่อนที่ได้เรียนถามความหมายของคำว่านิทานไ้ด้รับทราบคำตอบแล้วกราบขอบพระคุณมากค่ะ เลยต้องกลับไปฟัง CD. ของท่านพระอาจารย์คึกฤทธิ์ใหม่ค่ะท่านพระอาจารย์อ่านว่า “นิทานะ”ตอนนี้เลยทราบความหมายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากขึ้นค่ะ กราบและขอโอกาส ถามคำถามพระอาจารย์อีกครั้งนะคะ เรื่องการทำบุญ โยมได้รวมเงินของสามี ของโยมเอง และของบุตรชายทุกเดือน โดยที่เขาอนุญาตมาทำบุญแต่เขาจะไม่ทำเองให้โยมนำมาทำไม่ทราบว่าเขาจะได้บุญกุศลหรือไม่คะ (จะแบ่งเท่าๆกัน 3 กอง คือวัดนาป่าพงษ์,หนังสือและCD., ร่วมสร้างโบสถ์ที่วัดป่าดอนหายโศก) แต่ตอนเขียนในใบอนุโมทนาจะเขียนเป็นชื่อของโยมค่ะ
กราบมนัสการและขอบพระคุณค่ะ
กราบนมัสการพระอาจาย์ไพบูลย์ และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ มีคำถามที่ต้องการจะทราบเกี่ยวกับ ของที่สามารถเคี้ยวล่วงลำคอ ในวันรักษาอุโบสถค่ะ 1.ในวันพระ ซึ่งเป็นวันที่โยมรักษาอุโบสถ แล้วโยมทราบข้อมูลจากการได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดนาป่าพงษ์เกี่ยวกับ ของที่สามารถเคี้ยวล่วงลำคอ(ในตอนเย็น) อย่างเช่น มีผลพุทราเชื่อม เมล็ดถั่วแดง เฉาก๊วย แปะก๊วย และเมล็ดบัว ค่ะซึ่งได้จากธรรมะบริกรณ์ที่จัดนำมาให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้ทานกัน แต่โยมยังต้องการจะทราบรายละเอียดเพิ่มเติมของสิ่ง ของจำพวก นี้ว่า จัดเข้าในหมู่ ของยาวกลิก หรือ ยาวชีวิก ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองเรียกถูกมั้ย ซึ่งยังไม่มีโอกาสได้ถามพระอาจารย์คึกฤทธิ์ และพระอาจารย์ไพบูลย์เลย แต่ตัวเองก็ได้นำมาปฏิบัติตามอยู่จนถึงกระทั่งปัจจุบันนี้ และมีของประเภทไหนที่ในวันรักษาอุโบสถสามารถเคี้ยวล่วงลำคอได้อีกและเป็นยาได้อีกคะ 2.และวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติเกี่ยวกับของที่สามารถเคี้ยวล่วงลำคอได้ ให้กับภิกษุสงฆ์แล้วกับฆราวาสผู้ต้องการรักษาอุโบสถในวันพระ สิ่งไหนบ้างที่ฆราวาสสามารถทำได้ ในกรณีนำสิ่งของที่จัดเป็นของที่เคี้ยวล่วงลำคอได้นี้คะ ต้องการจะให้พระอาจาย์อธิบายในหลักปฏิบัตินี้อย่างละเอียดด้วยค่ะ
กราบนมัสการขอบพระคุณค่ะ
กราบนมัสการภันเตไพบูลย์ อภิปุณโณ และกราบสวัสดีคุณศันสนีย์และทางทีมงานทุกท่านค่ะ โยมมีข้อสงสัยที่ต้องการจะเรียนถามดังนี้ค่ะ 1.ที่ว่า “เห็นธรรมในธรรม”นัน หมายถึง การเห็นในขณะที่ออกจากสมาธิหรือไม่ค่ะ เพราะถ้าเห็นในขณะที่นั่งสมาธิก็จะเห็นแต่การรู้ในลมหายใจเข้า-ออก และเกิดเวทนาว่าไม่เที่ยงมีการเกิด-ดับ โยมจึงเกิดข้อสงสัยว่า ถ้าเกิดคิดธรรมในขณะที่นั่งสมาธิอยู่ก็จะเป็นการคิดปรุงแต่งค่ะ 2.สมัยก่อนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่โยมจะได้มาฟังภันเตคึกฤิทธิ์ และภันเตไพบูลย์ โยมเคยปฏิบัติที่อื่นมาก่อน ซึ่งให้กำหนดการพูดทุกครั้งในการปฏิบัติเพราะจะได้มีสัมมาวาจาครบถ้วนในมรรคมีองค์8 แต่พอได้ฟังจากทางรายการ คำว่า”สัมมาวาจา”นั้น เป็นคนละความหมายกันเลยค่ะ สัญญาเก่าที่เคยรับฟังจึงเกิดความสงสัยขึ้นมาในเรื่อง”ต้นจิต”ที่จะต้องกำหนดก่อนว่า “อยากจะ…ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้”เช่น”อยากจะเดินหนอ ก่อนที่คิดที่จะเดิน” กรณีนี้คำว่าอยากจะตัวนี้เป็นตัวตัณหาด้วยหรือไม่ค่ะ เพราะภันเตไพบูลย์ได้อธิบายคำว่าอยากไปแล้ว ให้ใช้คำว่าต้องการ หรือคำอื่นแทน 3.คำว่า “ต้นจิต”หมายความว่าอย่างไรค่ะ 4.โยมเคยได้ยินจากบุคคลหนึ่่งมาว่า “น้ำมูตรเน่า”เป็นยารักษาโรคในครั้งพุทธกาล ซึ่่่่่่่่่งในสมัยปัจจุบันนี้บุคคลนั้นก็ได้ทานอยู่เป็นประจำ จึงต้องการทราบจากภันเตไพบูลย์ ว่าความจริงแล้วเป็นอย่างไรค่ะ ขอกราบขอบพระคุณภันเตไพบูลย์ และทางทีมงานทุกท่านนะค่ะ ทั้งทางรายการศันสนีย์สนทนา รายการธรรมรับอรุณ และเปิดธรรมonline พร้อมทั้งwww.puredhamma.com/fm106 ที่เป็นกัลยาณมิตรทั้งทางโลกและทางธรรม ให้กับโยมและผู้ฟังรายการทุกท่านค่ะ และขอร่วมอนุโมทนาในการสร้างมหากุศลกับภันเตไพบูลย์และจากทางทีมงานทุกท่านด้วยนะค่ะ กราบขอบพระคุณและกราบนมัสการลาค่ะ
กราบนมัสการคะ
กราบเรียนถามว่าถ้าเราแท้ลูกโดยไม่เจตนา จะได้กรรมหรือไม่ และ การทำกิ๊ป แล้วไม่สำร็จ จะเป็นการทำบาปหรือไม่ ถ้าเป็นการทำบาป เป็นเพราะเหตุใดในมมื่อเรามีเจตนาที่ดี และจะได้รับกรรมเช่นอย่างไรคะ
กราบขอบพระคุณคะ
กราบนมัสการพระอาจารย์ และสวัสดีคุณศันสนีย์ครับ
ต้องการทราบว่าคุณพิเศษ เช่น วิชชา3 อภิญญา6 และปฏิสัมภิทาญาณ4 เป็นต้น เท่าที่ผมเข้าใจ วิชชา3 จะมีได้เฉพาะพระอรหันต์เท่านั้น ใช่เปล่าครับ ส่วนอภิญญา6 และ ปฏิสัมภิทาญาณ4 คฤหัสถ์สามารถเจริญสมถะกรรมมัฏฐานจะได้ไหมครับ เคยมีในสมัยครั้งพุทธกาลบ้างหรือเปล่าครับ กราบนมัสการขอบพระคุณครับ
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ ขอเรียนถามว่าทำไมเวลาไปงานศพ เวลาหยิบดอกไม้จัน ดิฉันจะหยิบให้เพื่อนด้วยแต่เค้าบอกว่าไม่ให้หยิบให้กันเพราะว่า เป็นการต่อความทุกข์ให้กัน จริงหรือเปล่าค่ะ หรือว่าเป็นการบอกต่อๆ กันมา ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน จึงขอเรียนถามค่ะ
กราบนมัสการค่ะ
ขอเรียนถามว่า ชื่อรายการ(หัวข้อ)ข้างต้นใช้คำว่า “เปิดธรรมที่ถูกปิดด้วยพุทธวัจน์ ไตรมาสที่ 1 ปี 2011″ ทำไมไม่ใช้พุทธศักราชว่า ๒๕๕๔ อ่านแล้วมันขัดกันพิกลครับ
การกราบไหว้พระพุทธรูป หรือการห้อยพระ มีจุดมุ่งหมายเพื่อระลึกถึงพระพุทธคุณของพระพุทธเจ้าใช่หรือเปล่าคะ แล้วคนที่บูชาพระหรือห้อยพระเพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองตนเองให้ปลอดภัย หรือร่ำรวย เป็นจริงหรือไม่ แล้วการห้อยเพราะเหตุผลดังกล่าวนี้เป็นเรื่อง งมงายหรือไม่ หากงมงายแล้วการที่วัดบางแห่งมีพระให้เช่านั้นเป็นมิเท่ากับสนับสนุนให้คนงมงายหรือคะ
กราบนมัสการภัณเต และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ มีคำถามคาใจที่ขอกราบเรียนถามภัณเต ดังนี้ 1. “มาตุคาม” กินใจความถึงสัตว์โลกเพศเมีย ทั้งหมดหรือเปล่าคะ 2. ในพุทธวัจนะ ได้มีการกำหนดถึงฉายาของพระภิกษุหรือไม่ แล้วทำไม ฉายาของพระแต่ละรูปจึงต้องลงท้ายด้วย สระ “โ” มีที่มาอย่างไรคะ 3. จริงหรือไม่ที่พระพุทธเจ้าไม่ต้องการให้มีภิกษุณี ถ้าจริง ด้วยเหตุผลอะไรคะ แล้ว ภิกษุณีที่มีอยู่ในปัจจุบันถือว่าฝ่าฝืนพุทธวัจนะหรือไม่
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ
ภิกษุ ท.! ชนเหล่าใด จะเป็นสมณะหรือพราหมณ์ก็ตาม ติดอก- ติดใจ สยบอยู่ เมาหมกอยู่ ในกามคุณห้าอย่างเหล่านี้แล้ว ไม่มองเห็นส่วนที่ เป็นโทษ ไม่เป็นผู้รู้แจ่มแจ้งในอุบายเป็นเครื่องออกไปจากทุกข์ ทำการบริโภค กามคุณทั้งห้านั้นอยู่; ชนเหล่านั้น อันคนทั้งหลายพึงเข้าใจเถิดว่า เป็นผู้ถึง ความพินาศย่อยยับ แล้วแต่มารผู้มีบาปต้องการจะทำตามอำเภอใจอย่างใด ดังนี้. ภิกษุ ท.! เปรียบได้ดังเนื้อป่าที่ติดบ่วง นอนจมอยู่ในกองบ่วง ในลักษณะที่ ใคร ๆ พึงเข้าใจได้ว่า มันจะถึงซึ่งความพินาศย่อยยับ เป็นไปตามความประสงค์ ของพรานทุกประการ, เมื่อพรานมาถึงเข้า มันจะหนีไปไหนไม่พ้นเลย ดังนี้, ฉันใดก็ฉันนั้น.
นมัสการถามพระอาจารย์ว่า โทษของกามคุณเป็นอย่างไรครับ? อุบายเป็นเครื่องออกไปจากทุกข์ของกามคุณทำอย่างไร? ควรบริโภคกามคุณอย่างไรไม่ให้จมกาม เพราะตัวผมนั้นเป็นคนที่ชอบดูทีวี ฟังเพลงเพราะๆ กินอาหารอร่อยๆอยู่ นมัสการขอบพระคุณครับ
กราบนมัสการพระอาจารย์ และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ
วันนี้มีคำถาม 2 คำถาม ขอเริ่มที่คำถามนะคะ 1. พุทธจวนที่ว่า “จิตออก กายออก จิตไม่ออก กายออก จิตออก กายไม่ออก จิตไม่ออก กายไม่ออก”
มีความหมายแต่ละข้อเป็นอย่างไรคะ โปรดขยายความน่ะค่ะ
2. ได้ไปวัดหนึ่งในช่วงปีใหม่ สวดมนต์บทหนึ่งคล้าย ๆ จะเป็นบทแผ่เมตตา ให้สัตว์ สิ่งมีชีวิต แบ่งเป็นขันธ์ คือ
ขันธ์ 5 ขันธ์ ขันธ์ 4 ขันธ์ และ ขันธ์ ขันธ์เดียว
โปรดยกตัวอย่าง สิ่งมีชีวิต ในแต่ละแบบของขันธ์ดังกล่าวน่ะค่ะ
กราบขอบพระคุณพระอาจาย์เจ้าค่ะ มณีเนตร :>
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ ต้องการทราบว่า คำของอรรถกถาคืออะไรครับ
นมัสการขอบพระคุณครับ
ยังมีคนอีกมากมายที่ยังไม่เข้าใจธรรมะซึ่งเป็นสิ่งจําเป็นที่ท่านผู้รู้เผยแผ่ต่อไปกระผมขออนุโมทนาบุญ
สาธุ
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ พระอาจาย์บอกว่าการปฏิบัตินั้นไม่จำเป็นต้องนั้งหลับตาอย่างเดียว เวลาทำงานเเล้วมีสติกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกก้อถือว่าได้ปฏิบัติเเล้ว ผมได้ซื้อหนังสือมาเล่มหนึ่งชื่อหนังสือมหาสติปัฏฐานสูตร หมวดกายานุปัสนาฯหมวดหนึ่ง เขียนว่า …
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง ภิกษุเมื่อเดิน ก็รู้ชัดว่าเราเดิน เมื่อยืน ก็รู้ชัดว่าเรายืน เมื่อนั่ง ก็รู้ชัดว่าเรานั่ง เมื่อนอนก็รู้ชัดว่าเรานอน หรือ เธอตั้งกายไว้ด้วยอาการอย่างใดๆ ก็รู้ชัดอาการอย่างนั้นๆ ดังพรรณนามาฉะนี้ ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายในกายภายในบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรม คือความเกิด ขึ้นในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือ ทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในกายบ้าง..ฯลฯ..”
เวลาผมทำงานผมก้อกำหนดรุ้ลมหายใจไปด้วยเเต่ไม่ถนัดเลยครับ ผมเลยลองเปลี่ยนมารู้อิริยาบทตามพุทธวจนะที่กล่าวมาดูรู้สึกว่าทำบทพุทธวจนะนี้ถนัดกว่า(ผมทำที่ทำงานวันละ1ชั่วโมงครับ) ถามว่าการระลึกรู้ลมหายใจ กับ การระลึกรู้อิริยาบท เเบบไหนได้อนิสงค์มากกว่ากันครับ?
นมัสการขอบพระคุณครับ
(คนเราเวลาศึกษาธรรมมะก้อต้องการสนทนาธรรม เเต่ก็ไม่รู้จะไปสนทนากับใคร เวลาคุยธรรมกับคนที่เขาไม่ได้ศึกษาเขาก้อไม่อยากฟังไม่อยากคุย ผมคิดว่าคนที่ฟังรายการนี้คงเจอปัญหาเเบบนี้ ผมเเนะนำให้หาห้องสนทนาธรรมในอินเตอรเน็ตครับ เข้าGoogleเเล้วเชิทคำว่า Dhamma chatเเล้วก้อเจอเลย )
ใช่แล้ว ได้ทุกอิริยาบท. อย่างไหนได้อานิสงส์มากกว่ากัน? ก็วัดได้ 2 อย่าง (ตาม พุทธวัจน์ นะ)
1 วัดที่ ระดับของ ความสุขที่เกิดในภายใน
2 วัดที่ระดับของการปล่อยวาง ว่าอันไหนปล่อยว่างได้เร็ว ได้มากกว่ากัน
เท่านั้นเอง
ที่อยู่ในวงเล็บ จะนำไป share กับท่านผู้ฟังรายการวิทยุท่านอื่นๆ สาธุ
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ เจ้าค่ะ
โยมมีปัญหาที่ขอความกระจ่างจากพระอาจารย์เจ้าค่ะ คือว่า โยมมีเพื่อนสนิทที่ทำงานคนหนึ่ง เรามีความรู้สึกที่ดีต่อกัน
เป็นกัลยานมิตรซึ่งกันและกัน และช่วงที่ผ่านมานี้เพื่อนโยมได้ไปเรียนพระอภิธรรม ขณะนี้เค้าเรียนจบบทที่ 10 แล้วเจ้าค่ะ
ด้วยความหวังดีของเพื่อน เค้าชักชวนให้โยมไปเรียนพระอภิธรรม เค้าบอกว่าคนเรียนจะฉลาด คนไม่เรียนโง่ค่ะ
ด้วยความที่ไม่อยากเสียเพื่อนกันตอนแก่ ก็ได้แต่ยิ้ม โยมไม่อยากเรียน ไม่ใช่ขี้เกียจเรียนนะเจ้าค๊ะ
แต่โยมว่าเรียนยากมาก เข้าใจยาก จะว่าโยมเป็นคนเขลาเบาปัญญาก็ได้ค่ะ
ที่ว่ายากเพราะตอนที่เพื่อนเรียน โยมได้ช่วยเค้า search หาข้อมูลให้หลายครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ยินดีช่วยเหลือเพื่อนอยู่แล้วค่ะ
แต่ที่ทำให้หงุดหงิดใจ เพราะเพื่อนที่เรียนชอบพูดว่า ถ้าจะสำเร็จต้องเรียนอภิธรรมด้วย ทำสมาธิอย่างเดียวไม่ได้
ทำยังงัยดีค๊ะท่าน จะใช่อย่างที่เพื่อนดิฉันบอกหรือเปล่าค๊ะ โยมไม่ได้คิดหรอกค่ะว่าชาตินี้ตัวเองจะสำเร็จอะไรกับเค้า
แต่คิดว่าพยายามทำเท่าที่ทำได้ โยมชอบฝึกแบบอานาปนสติเจ้าค่ะ เพราะหลวงพ่อที่สอนให้ดิฉันได้รู้จักการปฎิบัติ
ท่านเรื่มต้นให้ดิฉันทำสมาธิด้วยวิธี อานาปนสติ ซึ่งดิฉันชอบมากและถูกจริตตัวเองค่ะ รบกวนพระอาจารย์ให้ความกระจ่างโยมโยมด้วยค่ะ
หมายเหตุ หลวงพ่อที่ท่านได้สอนปฎิบัติธรรม ท่านได้มรณภาพไปตั้งแต่ ปี 2529 แล้วค่ะ
กราบนมัสการขอบพระคุณค่ะ
คนเบาปัญญา
ตอบตามหลัก พุทธวัจน์ ได้ดังนี้
1 คนชื่อว่ามีปัญญาคือ “เห็นการเกิดดับ”
2 คนโง่คือคนที่ยึดติดว่า “ส่ิงนี้เท่านั้นจริงส่ิงอื่นเปล่า”
3 ถ้าเราสงเคราะห์เขาด้วยธรรมไม่ได้ ก็ยังควรสงเคราะห์กันด้วย “วาจางาม” หรือ “การให้ปัน” หรือ “ทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่กัน”
4 พระพุทธเจ้าก็ใช้ อานาปานสติ แล้วก็สอนสาวกให้ใช้อานาปานสติด้วยน่ะ
5 กัลยาณมิตรดูที่ 4 อย่าง 1มีศีล/2มีศรัทธา/3มีจาคะ/4มีปัญญา ถ้ามีสิ่งเหล่านี้มาก ก็มีคุณสมบัติของความเป็นกัลยาณมิตรมาก ถ้ามีน้อยลงๆ ก็มีคุณสมบัติความเป็นกัลยาณมิตรน้อยลงตามลำดับ
กราบเรียนพระอาจารย์ไพบูลย์ และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ
ดิฉันอาจเป็นคนบุญน้อยหรือเปล่าไม่ทราบ ที่เพิ่งมาเริ่มสวดมนต์เมื่ออายุ 52 ตอนนี้ทำมาได้ 2 ปีกว่า
เดิมเป็นคนที่คิดว่า การที่เราไม่เบียดเบียนใคร ไม่เป็นคนเลว คนชั่ว ช่วยเหลือคน นั่นแหละ คือความดี
ไม่เคยศรัทธาอะไร ไม่เชื่ออะไร เหมือนไม่มีศาสนา มีอยู่วันนึงไปงานศพกลับมา ได้หนังสือสวดมนต์
ก็รู้สึกอยากสวดมนต์ขึ้นมาเอง ก็เลยไปค้นหนังสือธรรมะที่ถูกทิ้งๆอยู่มาอ่านหลายเล่มเหมือนกัน(เล่มเล็กๆ)
และเริ่มเชื่อเรื่องบาป บุญ ชาติหน้า ชาติก่อน และก็สวดมนต์เรื่อยมาค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสไปสวดมนต์กับคนอื่น
ตามวัดหรือสถานที่ต่างๆ เหมือนยังไม่มีบุญพอ เนื่องจากที่บ้านเป็นครอบครัวที่ติดกันมาก ไปไหนไปด้วยกันหมด
อยู่ด้วยกันตลอด แต่เรื่องนี้ยังมีเราคนเดียวที่ปฏิบัติแบบนี้ จึงมีเวลาส่วนตัว แค่วันละ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น
เริ่มฟังรายการนี้(คนเดียว)ได้ประมาณหลายเดือน แต่ฟังศัพท์ธรรมะไม่เข้าใจเลย รู้สึกแย่จัง วันนี้ก็เลยลองเข้าเว็บนี้ดู
ที่เขียนมานี่ก็อยากระบายความในใจและอยากคุยด้วยน่ะค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะ
1) คนที่ทำความดีแม้สักว่าคืนเดียว ก็ ดีกว่า คนที่เกิดมาอยู่ 90 ปี แต่ไม่ทำความดีอะไรเลย. ส่ิงที่ผ่านมาแล้ว ให้ละไป ลืมมันไปซะ เรื่องไม่ดีน่ะ.
2) คำสอน พระพุทธเจ้า ก็ไม่ใช่ศาสนา. แต่เป็นวิธีแก้ปัญหาต่างๆ
3) ฟังธรรม/ปฏิบัติธรรม ได้น้อยได้มาก ก็เอา อย่าท้อแท้ ทำนิดเดียวก็ยังดีกว่าไม่ทำ.
ดีแล้วๆ
นมัสการค่ะ
บทสวดมนต์ที่มักจะสวดกันประจำ เช่น บทอิติปิโส ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ถวายพรพระ ต่างๆเหล่านี้ ต้องการทราบว่าบทใดเป็นพุทธวจนบ้าง
เพราะบางบทก็มีที่ไม่ใช่พุทธวจนใช่มั้ยคะ
กราบเรียนพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ เขียนมาคุยครับ ผมได้ไปอ่านนารายณ์10ปางค์เเล้วรู้สึกไม่ชอบใจเลย กับความเชื่อที่ว่าพระพุทธเจ้าคือปางที่9ของพระนารายณ์ หรือพุทธอวตาร ชาวฮินดูมีความเชื่อว่าพระนารายณ์อวตารในปางนี้เพื่อหลอกลวงให้พวกนอกรีตที่ไม่นับถือวรรณะแยกออกไปจากศาสนาพราหมณ์ นั้นหมายถึงว่าชาวพุทธนั้นเป็นพวกนอกรีต ไม่ชอบใจเลยที่เขามีความเห็นเเบบนี้
เขียนมาคุยนะครับ นมัสการขอบพระคุณครับ
กราบนมัสการพระอาจาย์ไพบูลย์ครับ ผมไม่เข้าใจความหมายของ”นามรูป”ในสายปฏิจสมุปบาทครับ นามรูปในสายปฏิจสมุปบาทนั้น หมายถึงกายใจของเราที่เข้าไปรับรู้วิญญานใช่หรือไม่ครับ?
หรือนามรูปในปฏิจสมุปบาทมีความหมายว่า คน สัตว์ สิ่งของ ที่เกิดจากสังขารปรุงเเต่งขึ้น เเล้ว อายตนะก้อไปรับเอานามรูปนั้น? เเบบไหนถูกต้องครับ
ขอถามอีกข้อครับ เคยได้ยินว่าเวลาไฟไหม้ศีษะอย่าเพิ่งดับไฟ ให้มารู้อริยสัจก่อน เพราะอะไรครับ
กราบนมัสการขอบพระคุณครับ
1 เรื่องปฏิจจสมุปบาทที่คุณศราวุธเข้าใจนั้นถูกแค่1ใน3 อันนี้จะอธิบายให้ฟังใน “ภาค online” ได้ไหม? ในอีก 2–3 สัปดาห์หน้า เพราะ ทาง FM106 เวลาน้อยมาก พอจะเข้าด้ายเข้าเข็มก็หมดเวลาของทางรายการ.
2 ดับไฟบนศรีษะทีหลังเพราะถ้ายังไม่เป็นโสดาบัน คุณจะต้องดับไฟที่อาจจะเกิดขึ้นนี้อีกในชาติต่อๆไปอย่างไม่มีจบสิ้น. แต่ถ้าเป็นโสดาบันแล้ว ก็ไม่เกิน 7 ชาติ. พูดง่ายๆว่า ถ้าไหนๆ ก็จะตาย (เพราะไฟไหม้บนหัว/เสื้อผ้า) แล้ว, ก็ขอให้ตายแบบเกิดอีกแค่ 7 ชาติ. ไม่ใช่ตายแบบต้องเกิดอีกนับไม่ถ้วน แล้วก็มีสิทธิมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อีกในชาติต่อๆไป
กราบนมัสการภันเต และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ
เมื่อคราวกฐินวัดนาป่าพงเมื่อปีที่แล้ว ดิฉัน ได้นำ apple เป็นลูกไปใส่บาตร เมื่อพระท่านรับ ท่านได้ส่ง apple นั้นต่อให้ลูกศิษย์ พร้อมกับกล่าวภาษาบาลีบางคำ ซึ่งดิฉันไม่เข้าใจว่าแปลว่าอะไร แต่จำได้ว่าภันเตเคยบอกว่า ผลไม้ ยังสามารถสืบต่อเผ่าพันธุ์ได้ หรืออะไรประมาณนี้ หากรับบาตรมาพระ จะอาบัติ (ไม่แน่ใจว่า จำมาถูกหรือไม่) นับแต่วันนั้น ดิฉันจึงเลี่ยงที่จะใส่บาตรด้วยผลไม้ ดิฉันขอความกรุณาภันเต อธิบายข้อสงสัยตรงนี้อีกครั้งหนึ่งค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะ
กราบเรียนพระอาจารย์ไพบูลย์ และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ
ครั้งก่อนที่ได้เรียนถามความหมายของคำว่านิทานไ้ด้รับทราบคำตอบแล้วกราบขอบพระคุณมากค่ะ เลยต้องกลับไปฟัง CD. ของท่านพระอาจารย์คึกฤทธิ์ใหม่ค่ะท่านพระอาจารย์อ่านว่า “นิทานะ”ตอนนี้เลยทราบความหมายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามากขึ้นค่ะ
กราบและขอโอกาส ถามคำถามพระอาจารย์อีกครั้งนะคะ เรื่องการทำบุญ โยมได้รวมเงินของสามี ของโยมเอง และของบุตรชายทุกเดือน โดยที่เขาอนุญาตมาทำบุญแต่เขาจะไม่ทำเองให้โยมนำมาทำไม่ทราบว่าเขาจะได้บุญกุศลหรือไม่คะ (จะแบ่งเท่าๆกัน 3 กอง คือวัดนาป่าพงษ์,หนังสือและCD., ร่วมสร้างโบสถ์ที่วัดป่าดอนหายโศก) แต่ตอนเขียนในใบอนุโมทนาจะเขียนเป็นชื่อของโยมค่ะ
กราบมนัสการและขอบพระคุณค่ะ
กราบนมัสการพระอาจาย์ไพบูลย์ และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ
มีคำถามที่ต้องการจะทราบเกี่ยวกับ ของที่สามารถเคี้ยวล่วงลำคอ ในวันรักษาอุโบสถค่ะ
1.ในวันพระ ซึ่งเป็นวันที่โยมรักษาอุโบสถ แล้วโยมทราบข้อมูลจากการได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดนาป่าพงษ์เกี่ยวกับ ของที่สามารถเคี้ยวล่วงลำคอ(ในตอนเย็น) อย่างเช่น มีผลพุทราเชื่อม เมล็ดถั่วแดง เฉาก๊วย แปะก๊วย และเมล็ดบัว ค่ะซึ่งได้จากธรรมะบริกรณ์ที่จัดนำมาให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้ทานกัน แต่โยมยังต้องการจะทราบรายละเอียดเพิ่มเติมของสิ่ง ของจำพวก นี้ว่า จัดเข้าในหมู่ ของยาวกลิก หรือ ยาวชีวิก ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองเรียกถูกมั้ย ซึ่งยังไม่มีโอกาสได้ถามพระอาจารย์คึกฤทธิ์ และพระอาจารย์ไพบูลย์เลย แต่ตัวเองก็ได้นำมาปฏิบัติตามอยู่จนถึงกระทั่งปัจจุบันนี้ และมีของประเภทไหนที่ในวันรักษาอุโบสถสามารถเคี้ยวล่วงลำคอได้อีกและเป็นยาได้อีกคะ
2.และวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติเกี่ยวกับของที่สามารถเคี้ยวล่วงลำคอได้ ให้กับภิกษุสงฆ์แล้วกับฆราวาสผู้ต้องการรักษาอุโบสถในวันพระ สิ่งไหนบ้างที่ฆราวาสสามารถทำได้ ในกรณีนำสิ่งของที่จัดเป็นของที่เคี้ยวล่วงลำคอได้นี้คะ
ต้องการจะให้พระอาจาย์อธิบายในหลักปฏิบัตินี้อย่างละเอียดด้วยค่ะ
กราบนมัสการขอบพระคุณค่ะ
กราบนมัสการภันเตไพบูลย์ อภิปุณโณ และกราบสวัสดีคุณศันสนีย์และทางทีมงานทุกท่านค่ะ
โยมมีข้อสงสัยที่ต้องการจะเรียนถามดังนี้ค่ะ
1.ที่ว่า “เห็นธรรมในธรรม”นัน หมายถึง การเห็นในขณะที่ออกจากสมาธิหรือไม่ค่ะ เพราะถ้าเห็นในขณะที่นั่งสมาธิก็จะเห็นแต่การรู้ในลมหายใจเข้า-ออก และเกิดเวทนาว่าไม่เที่ยงมีการเกิด-ดับ โยมจึงเกิดข้อสงสัยว่า ถ้าเกิดคิดธรรมในขณะที่นั่งสมาธิอยู่ก็จะเป็นการคิดปรุงแต่งค่ะ
2.สมัยก่อนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่โยมจะได้มาฟังภันเตคึกฤิทธิ์ และภันเตไพบูลย์ โยมเคยปฏิบัติที่อื่นมาก่อน ซึ่งให้กำหนดการพูดทุกครั้งในการปฏิบัติเพราะจะได้มีสัมมาวาจาครบถ้วนในมรรคมีองค์8 แต่พอได้ฟังจากทางรายการ คำว่า”สัมมาวาจา”นั้น เป็นคนละความหมายกันเลยค่ะ
สัญญาเก่าที่เคยรับฟังจึงเกิดความสงสัยขึ้นมาในเรื่อง”ต้นจิต”ที่จะต้องกำหนดก่อนว่า “อยากจะ…ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้”เช่น”อยากจะเดินหนอ ก่อนที่คิดที่จะเดิน” กรณีนี้คำว่าอยากจะตัวนี้เป็นตัวตัณหาด้วยหรือไม่ค่ะ เพราะภันเตไพบูลย์ได้อธิบายคำว่าอยากไปแล้ว ให้ใช้คำว่าต้องการ หรือคำอื่นแทน
3.คำว่า “ต้นจิต”หมายความว่าอย่างไรค่ะ
4.โยมเคยได้ยินจากบุคคลหนึ่่งมาว่า “น้ำมูตรเน่า”เป็นยารักษาโรคในครั้งพุทธกาล ซึ่่่่่่่่่งในสมัยปัจจุบันนี้บุคคลนั้นก็ได้ทานอยู่เป็นประจำ จึงต้องการทราบจากภันเตไพบูลย์ ว่าความจริงแล้วเป็นอย่างไรค่ะ
ขอกราบขอบพระคุณภันเตไพบูลย์ และทางทีมงานทุกท่านนะค่ะ ทั้งทางรายการศันสนีย์สนทนา รายการธรรมรับอรุณ และเปิดธรรมonline พร้อมทั้งwww.puredhamma.com/fm106 ที่เป็นกัลยาณมิตรทั้งทางโลกและทางธรรม ให้กับโยมและผู้ฟังรายการทุกท่านค่ะ และขอร่วมอนุโมทนาในการสร้างมหากุศลกับภันเตไพบูลย์และจากทางทีมงานทุกท่านด้วยนะค่ะ
กราบขอบพระคุณและกราบนมัสการลาค่ะ
กราบนมัสการคะ
กราบเรียนถามว่าถ้าเราแท้ลูกโดยไม่เจตนา จะได้กรรมหรือไม่ และ การทำกิ๊ป แล้วไม่สำร็จ จะเป็นการทำบาปหรือไม่ ถ้าเป็นการทำบาป เป็นเพราะเหตุใดในมมื่อเรามีเจตนาที่ดี และจะได้รับกรรมเช่นอย่างไรคะ
กราบขอบพระคุณคะ
กราบนมัสการพระอาจารย์ และสวัสดีคุณศันสนีย์ครับ
ต้องการทราบว่าคุณพิเศษ เช่น วิชชา3 อภิญญา6 และปฏิสัมภิทาญาณ4 เป็นต้น เท่าที่ผมเข้าใจ วิชชา3 จะมีได้เฉพาะพระอรหันต์เท่านั้น ใช่เปล่าครับ ส่วนอภิญญา6 และ ปฏิสัมภิทาญาณ4 คฤหัสถ์สามารถเจริญสมถะกรรมมัฏฐานจะได้ไหมครับ เคยมีในสมัยครั้งพุทธกาลบ้างหรือเปล่าครับ
กราบนมัสการขอบพระคุณครับ
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ ขอเรียนถามว่าทำไมเวลาไปงานศพ เวลาหยิบดอกไม้จัน ดิฉันจะหยิบให้เพื่อนด้วยแต่เค้าบอกว่าไม่ให้หยิบให้กันเพราะว่า เป็นการต่อความทุกข์ให้กัน จริงหรือเปล่าค่ะ หรือว่าเป็นการบอกต่อๆ กันมา ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน จึงขอเรียนถามค่ะ
กราบนมัสการค่ะ
ขอเรียนถามว่า ชื่อรายการ(หัวข้อ)ข้างต้นใช้คำว่า “เปิดธรรมที่ถูกปิดด้วยพุทธวัจน์ ไตรมาสที่ 1 ปี 2011″ ทำไมไม่ใช้พุทธศักราชว่า ๒๕๕๔ อ่านแล้วมันขัดกันพิกลครับ
การกราบไหว้พระพุทธรูป หรือการห้อยพระ มีจุดมุ่งหมายเพื่อระลึกถึงพระพุทธคุณของพระพุทธเจ้าใช่หรือเปล่าคะ แล้วคนที่บูชาพระหรือห้อยพระเพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองตนเองให้ปลอดภัย หรือร่ำรวย เป็นจริงหรือไม่ แล้วการห้อยเพราะเหตุผลดังกล่าวนี้เป็นเรื่อง งมงายหรือไม่ หากงมงายแล้วการที่วัดบางแห่งมีพระให้เช่านั้นเป็นมิเท่ากับสนับสนุนให้คนงมงายหรือคะ
กราบนมัสการภัณเต และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ
มีคำถามคาใจที่ขอกราบเรียนถามภัณเต ดังนี้
1. “มาตุคาม” กินใจความถึงสัตว์โลกเพศเมีย ทั้งหมดหรือเปล่าคะ
2. ในพุทธวัจนะ ได้มีการกำหนดถึงฉายาของพระภิกษุหรือไม่ แล้วทำไม ฉายาของพระแต่ละรูปจึงต้องลงท้ายด้วย สระ “โ” มีที่มาอย่างไรคะ
3. จริงหรือไม่ที่พระพุทธเจ้าไม่ต้องการให้มีภิกษุณี ถ้าจริง ด้วยเหตุผลอะไรคะ แล้ว ภิกษุณีที่มีอยู่ในปัจจุบันถือว่าฝ่าฝืนพุทธวัจนะหรือไม่
กราบขอบพระคุณค่ะ
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ
ภิกษุ ท.! ชนเหล่าใด จะเป็นสมณะหรือพราหมณ์ก็ตาม ติดอก-
ติดใจ สยบอยู่ เมาหมกอยู่ ในกามคุณห้าอย่างเหล่านี้แล้ว ไม่มองเห็นส่วนที่
เป็นโทษ ไม่เป็นผู้รู้แจ่มแจ้งในอุบายเป็นเครื่องออกไปจากทุกข์ ทำการบริโภค
กามคุณทั้งห้านั้นอยู่; ชนเหล่านั้น อันคนทั้งหลายพึงเข้าใจเถิดว่า เป็นผู้ถึง
ความพินาศย่อยยับ แล้วแต่มารผู้มีบาปต้องการจะทำตามอำเภอใจอย่างใด ดังนี้.
ภิกษุ ท.! เปรียบได้ดังเนื้อป่าที่ติดบ่วง นอนจมอยู่ในกองบ่วง ในลักษณะที่
ใคร ๆ พึงเข้าใจได้ว่า มันจะถึงซึ่งความพินาศย่อยยับ เป็นไปตามความประสงค์
ของพรานทุกประการ, เมื่อพรานมาถึงเข้า มันจะหนีไปไหนไม่พ้นเลย ดังนี้,
ฉันใดก็ฉันนั้น.
นมัสการถามพระอาจารย์ว่า โทษของกามคุณเป็นอย่างไรครับ? อุบายเป็นเครื่องออกไปจากทุกข์ของกามคุณทำอย่างไร? ควรบริโภคกามคุณอย่างไรไม่ให้จมกาม เพราะตัวผมนั้นเป็นคนที่ชอบดูทีวี ฟังเพลงเพราะๆ กินอาหารอร่อยๆอยู่
นมัสการขอบพระคุณครับ
กราบนมัสการพระอาจารย์ และสวัสดีคุณศันสนีย์ค่ะ
วันนี้มีคำถาม 2 คำถาม ขอเริ่มที่คำถามนะคะ
1. พุทธจวนที่ว่า
“จิตออก กายออก
จิตไม่ออก กายออก
จิตออก กายไม่ออก
จิตไม่ออก กายไม่ออก”
มีความหมายแต่ละข้อเป็นอย่างไรคะ โปรดขยายความน่ะค่ะ
2. ได้ไปวัดหนึ่งในช่วงปีใหม่ สวดมนต์บทหนึ่งคล้าย ๆ จะเป็นบทแผ่เมตตา
ให้สัตว์ สิ่งมีชีวิต แบ่งเป็นขันธ์ คือ
ขันธ์ 5 ขันธ์
ขันธ์ 4 ขันธ์
และ ขันธ์ ขันธ์เดียว
โปรดยกตัวอย่าง สิ่งมีชีวิต ในแต่ละแบบของขันธ์ดังกล่าวน่ะค่ะ
กราบขอบพระคุณพระอาจาย์เจ้าค่ะ
มณีเนตร :>
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ครับ ต้องการทราบว่า คำของอรรถกถาคืออะไรครับ
นมัสการขอบพระคุณครับ