<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Pure Dhamma : ธรรมะล้วนๆ &#187; ฆราวาสธรรม</title>
	<atom:link href="http://puredhamma.com/category/%e0%b8%86%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://puredhamma.com</link>
	<description>by Abhiboono Bhikku ( อภิปุณโณภิกขุ ) http://puredhamma.com</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Sep 2010 14:57:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>&quot;ฉันเป็นผู้ชายนะยะ&quot;</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/08/30/ordination-qualification/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/08/30/ordination-qualification/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Aug 2010 22:09:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัทธา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=407</guid>
		<description><![CDATA[นี่เป็นคำถามที่สืบเนื่องมาจากการไปบรรยายธรรม ในสถานศึกษาหนึ่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถ้าข้าพเจ้าจะบวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ แต่จิตใจไม่ใช่ผู้ชาย ร่างกายเป็นผู้ชายแต่มีความปรารถนาที่จะตั้งใจปฏิบัติในการบวช ถ้าข้าพเจ้าบวชพ่อและแม่จะได้บุญหรือไม่? หรือ พ่อแม่จะบาป (บวชโกนผมห่มผ้าเหลือง) ไม่ใช่บวชเพียงถือศีลเท่านั้น (บวชผ้าขาว) คำตอบคือ การบวชหรือการประพฤติพรหมจรรย์ ก็เพื่อ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นี่เป็นคำถามที่สืบเนื่องมาจากการไปบรรยายธรรม ในสถานศึกษาหนึ่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p>
<blockquote><p>ถ้าข้าพเจ้าจะบวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ แต่จิตใจไม่ใช่ผู้ชาย ร่างกายเป็นผู้ชายแต่มีความปรารถนาที่จะตั้งใจปฏิบัติในการบวช</p>
<p>ถ้าข้าพเจ้าบวชพ่อและแม่จะได้บุญหรือไม่? หรือ พ่อแม่จะบาป (บวชโกนผมห่มผ้าเหลือง) ไม่ใช่บวชเพียงถือศีลเท่านั้น (บวชผ้าขาว)</p>
</blockquote>
<p><strong>คำตอบคือ</strong></p>
<h2>การบวชหรือการประพฤติพรหมจรรย์ ก็เพื่อ <span style="text-decoration:underline;">&#8220;รื้อถอนตัวตน&#8221;</span> การที่ยังมีความสำคัญมั่นหมายว่า &#8220;ฉันเป็นอย่างนั้น ฉันเป็นอย่างนี้&#8221; เพราะความยึดถือนี่แหล่ะที่ทำให้เราเป็นทุกข์ &lt;== อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องละ</h2>
<h2>ถ้าท่านมี &#8220;คุณสมบัติครบ&#8221; ในการบรรพชา อุปสมบท <span style="text-decoration:underline;">แล้วประพฤติปฏิบัติ ตามศีลของพระได้ครบถ้วน</span> <span style="text-decoration:underline;"><strong><em><span style="color:#ff0000;">อันนี้ดีมากเลย</span></em></strong></span></h2>
<h2>&#8220;คุณสมบัติครบ&#8221; คืออะไร? ให้ถามตัวเอง ดังต่อไปนี้<span id="more-407"></span></h2>
<ol>
<li>เป็นโรค 5 ชนิดหรือไม่?</li>
<li>เป็นกะเทย 3 ประเภท (จาก 5 ประเภท) หรือไม่?</li>
<li>เป็นคนมีอวัยวะ 2 เพศ หรือเปล่า?</li>
<li>เคยทำอนันตริยกรรม5 หรือไม่?</li>
<li>มีหนึ้สินหรือเปล่า?</li>
<li>เป็นโจรที่มีหมายจับ/แหกคุก ?</li>
<li>เป็นข้าราขการที่ยังไม่ได้รับอนุญาติจากผู้บังคับบัญชา</li>
<li>เป็นทาสหรือเปล่า?</li>
<li>อายุน้อยกว่า 20 ปี?</li>
</ol>
<h2>ถ้าตอบว่า &#8220;ไม่&#8221;​ ได้ทั้งหมด ก็มีคุณสมบัติครบในการบวช ก็แค่ไปหา บาตร จีวร และ พระอุปัชฌา ก็บวชได้แล้ว</h2>
<p>แล้ว โรค 5 ชนิดคืออะไรล่ะ? คือ โรคเรื้อน โรคฝี โรคกลาก โรคหลอดลมโป่งพอง โรคลมบ้าหมู</p>
<p>แล้วกะเทย (บัฒเฑาะก์) 5 ประเภทคืออะไร?</p>
<blockquote><p>๑.อาสิตตบัณเฑาะก์ คนที่ดับความใคร่เร่าร้อน (เพราะกาม) ของตนโดยใช้ปากอม องคชาตของผู้อื่น</p>
<p>๒.อุสูยบัณเฑาะก์ คนที่เมื่อเห็นผู้อื่นประพฤติล่วงเกินทางเพศกัน เกิดความริษยาขึ้น ความเร่าร้อน จึงระงับไป</p>
<p>๓.โอปักกมิกบัณเฑาะก์ คนที่ถูกตัดองคชาต</p>
<p>๔.ปักขบัณเฑาะก์ คนที่เป็นบัณเฑาะก์ในเวลาข้างแรม ด้วยอานุภาพแห่งอกุศลวิบาก</p>
<p>๕.นปุงสกบัณเฑาะก์ คนที่เป็นบัณเฑาะก์โดยกำเนิด</p>
<p>ในบัณเฑาะก์ 5 นั้น ประเภทที่ 1, 2 ไม่ห้ามบรรพชา ส่วนที่เหลือ ห้ามบรรพชา (วิ. อ. ๓ / ๑๐๙ / ๘๑ &#8211; ๘๒)</p>
</blockquote>
<p>อนัตตริยกรรม 5 ก็คือ การฆ่าบิดา/มารดา ฆ่าพระอรหันต์ ทำสงฆ์ให้แตกกัน ทำพระพุทธเจ้าให้ห้อเลือด</p>
<p>คนที่มีอวัยวะ 2 เพศ ไม่เหมือกับกะเทย เพราะกะเทยมีอวัยวะของคนเพศเดียว อันนี้ พระพุทธเจ้า บอกตรงตัวอยู่แล้ว คนมีอวัยวะ 2 เพศ</p>
<h2>ถ้าท่านเป็นกะเทยประเภทที่ 1 หรือ 2 และ มีคุณสมบัติอย่างอื่นครบตามนี้ ก็บวชได้ และเมื่อบวชมาแล้ว ก็ปฏิบัติตามศีลของพระ ได้ทุกประการ ตัวท่านย่อมได้บุญแน่นอน</h2>
<h3>และถ้าสามารถทำให้มารดาบิดา</h3>
<h3>ถ้าท่านทุศีล ==&gt; ให้เป็นคนมีศีล;</h3>
<h3>ถ้าท่านมีมิจฉาทิฐิ ==&gt; ให้มีสัมมาทิฐิ;</h3>
<h3>ถ้าท่านไม่มีสมาธิ ==&gt; ให้ท่านมีสมาธิ;</h3>
<h3>ถ้าท่านไม่มีปัญญาเครื่องเจาะแทงกิเลส ==&gt; ให้ท่านมีปัญญา</h3>
<h3>&lt;== ถ้าทำได้อย่างนี้ ชื่อว่าตอบแทนบุญคุณ มารดา/บิดา ได้เต็มที่ทึ่สุดเลย</h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/08/30/ordination-qualification/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีระงับความอาฆาต 5 ประการ</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/08/18/hatred-remover/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/08/18/hatred-remover/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Aug 2010 23:57:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ภันเต สารีบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่อยู่ใน 5 เล่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=375</guid>
		<description><![CDATA[ทุกวันพุธ ทาง FM106 เวลา 5 น. จะได้แสดง พระสูตรที่ไม่ได้รวบรวมไว้ในชุด 5 เล่มจากพระโอษฐ์ แต่เป็นพระสูตรที่ดี ในสัปดาห์นี่ ได้นำเรื่องที่แสดงไว้โดยพระสารีบุตร ผู้เป็นธรรมเสนาบดีมาให้ได้ฟัง(อ่าน) กัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกวันพุธ ทาง FM106 เวลา 5 น. จะได้แสดง พระสูตรที่ไม่ได้รวบรวมไว้ในชุด 5 เล่มจากพระโอษฐ์ แต่เป็นพระสูตรที่ดี</p>
<p>ในสัปดาห์นี่ ได้นำเรื่องที่แสดงไว้โดยพระสารีบุตร ผู้เป็นธรรมเสนาบดีมาให้ได้ฟัง(อ่าน) กัน โดยพระสารีบุตรได้บอกถึงวิธีการระงับความอาฆาต ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็น<span style="color:#ff0000;">คนไม่ดี</span>ขนาดไหนก็ตาม สรุปได้ดังนี้คือ</p>
<p>เราพึงระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้</p>
<ol>
<li>มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ (แต่) วาจาบริสุทธิ์</li>
<li>มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ (แต่) วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์</li>
<li>มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ แต่ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร</li>
<li>มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ และ <span style="color:#ff0000;">ไม่ได้</span>ความสงบทางใจ <span style="color:#ff0000;">ไม่ได้</span>ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร</li>
<li>มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ และ วาจาบริสุทธิ์ และ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร</li>
</ol>
<h3>เราคงเคยเห็นคนที่ <em>&#8220;พูดโกหกซึ่งๆหน้า วาจาก็แย่ ปากก็เหม็น แต่ว่าเขาไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ได้ขโมย&#8221;</em> คนแบบนี้ คือ ข้อ 2,​ เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้</h3>
<h3>เราคงเคยเห็น <em>&#8220;ชาวนาที่ต้องไปดักปลา ดักหนู ล่าเขียด มากิน แต่ว่าเขาก็มีสัมมาวาจา&#8221;</em> คนแบบี้ คือ ข้อ 1, เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้</h3>
<h3>เราคงเคยเห็นคนที่ <em>&#8220;พูดก็ไม่ดี เอะอะโวยวาย ตบยุง ขโมยของ โอ้อวด แต่เขาก็ยัง ใส่บาตร เข้าวัดถวายทานบ้าง&#8221;</em> คนแบบนี้คือข้อ 3,​ เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้</h3>
<h3>เราคงเคยเห็นคนที่<em> &#8220;โกหกหน้าด้านๆ โกงชาติบ้านเมือง พูดเฉไฉบิดเบือน ยืมมือคนอื่นฆ่า แถม วัดวาบุญทานก็ทำแบบขอไปทีหวังชื่อเสียง ไม่เคยนั่งสมาธิ&#8221;</em> คนแบบนี้คือข้อ 4 เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้ (ถึงแม้ว่าเขาจะทำอะไรให้เราไม่พอใจก็ตาม)</h3>
<h3>เราคงเคยเห็นคนที่ <em>&#8220;พูดดีคิดดีทำดี น่ายกย่องนับถือ มีศึล ทำประโยขน์แก่บ้านเมือง&#8221;</em> คนแบบนี้คือข้อ 5 เราควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้ (ถึงแม้ว่าเขาจะทำอะไรให้เราไม่พอใจก็ตาม)</h3>
<p>โดยเปรียบเทียบแต่ละข้อดังนี้</p>
<ul>
<li>
<h2>1 เหมือนภิกษุใช้ผ้าบังสุกุล</h2>
</li>
</ul>
<ul>
<li>(มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ (แต่) วาจาบริสุทธิ์)</li>
</ul>
<blockquote><p>&#8220;พระที่ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เห็นผ้าเก่าที่ถนน  เหยียบให้มั่นด้วยเท้าซ้าย  เขี่ยออกดูด้วยเท้าขวา<span style="text-decoration:underline;"> <span style="color:#000000;">ส่วนใดเป็นสาระ ก็เลือกถือเอาส่วนนั้นแล้วหลีกไป</span></span> ฉันใด; ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">กายไม่บริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา เธอ<span style="color:#000000;">ไม่พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นในสมัยนั้น ส่วนความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">วาจาบริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา เธอ<span style="color:#000000;">พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นในสมัยนั้น ฉันนั้น เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้น อย่างนี้&#8221;</p></blockquote>
<p>ผ้าบังสุกุล คือผ้าที่เขาทิ้งแล้ว ไม่ใช้แล้ว เช่นผ้าห่อศพ หรือผ้าเปื้อนฝุ่น<span id="more-384"></span></p>
<ul>
<li>
<h2>2 เหมือนการกินน้ำในสระน้ำที่มีสาหร่ายปกคลุม</h2>
</li>
<li>(มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ (แต่) วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์)</li>
</ul>
<blockquote><p>&#8220;สระน้ำที่ถูกสาหร่ายและแหนคลุมไว้บุรุษผู้เดินทางร้อนอบอ้าว เหนื่อยอ่อน  ระหายน้ำ เขาลงสู่สระน้ำนั้น<span style="color:#000000;"> <span style="text-decoration:underline;">แหวกสาหร่ายและแหนด้วยมือทั้งสองแล้ว กอบน้ำขึ้นดื่มแล้วพึงหลีกไป</span></span> ฉันใด ; ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">วาจาไม่บริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา เธอ<span style="color:#000000;">ไม่พึงใส่ใจ</span>ในส่วนนั้นในสมัยนั้น ส่วนความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">กายบริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา  <span style="color:#000000;">เธอพึงใส่ใจ</span>ในส่วนนั้นในสมัยนั้น ฉันนั้น    เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนี้อย่างนี้</p></blockquote>
<ul>
<li>
<h2>3 เหมือนการกินน้ำน้อยในรอยโค</h2>
</li>
<li>(มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ แต่ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร)</li>
</ul>
<blockquote><p>&#8220;น้ำเล็กน้อยมีอยู่ในรอยโค  บุรุษผู้เดินทางร้อนอบอ้าวเหนื่อยอ่อน  ระหายน้ำ   เขาพึงเกิดความคิดอย่างนี้ว่า   &#8216;น้ำเล็กน้อยมีอยู่ในรอยโคนี้   ถ้าเราจะกอบขึ้นดื่มหรือใช้ภาชนะตักขึ้นดื่มไซร้    เราก็จักทำน้ำนั้นให้  ไหวบ้าง   ให้ขุ่นบ้าง   ให้ไม่เป็นที่ควรดื่มบ้าง   ถ้ากระไรเราพึงคุกกเข่าก้มลงดื่มน้ำอย่างโคดื่มน้ำแล้วหลีกไปเถิด&#8217;  <span style="color:#000000;"><span style="text-decoration:underline;">เขาคุกเข่าก้มลงดื่มน้ำอย่างโคดื่มน้ำแล้วหลีกไป</span></span> แม้ฉันใด ; ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">กายไม่บริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา เธอ<span style="color:#000000;">ไม่พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นสมัยนั้น แม้ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">วาจาไม่บริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา <span style="color:#000000;">เธอก็ไม่พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นในสมัยนั้น  แต่การ<span style="color:#000000;">ได้ทางสงบใจได้ความเลื่อมใส</span>โดยกาลอันสมควรส่วนใดของเขา เธอ<span style="color:#000000;">พึงใส่ใจส่วนนั้น</span>ในสมัยนั้น    ฉันนั้น  เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้นอย่างนี้&#8221;</p></blockquote>
<ul>
<li>
<h2>4 เหมือนสงสารคนป่วยไม่สบาย</h2>
</li>
<li>(มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ และ <span style="color:#ff0000;">ไม่ได้</span>ความสงบทางใจ<span style="color:#ff0000;"> ไม่ได้</span>ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร)</li>
</ul>
<blockquote><p>&#8220;บุรุษผู้อาพาธ  มีทุกข์   เป็นไข้หนัก เดินทางไกลแม้ข้างหน้าเขาก็มีบ้านอยู่ไกล แม้ข้างหลังเขาก็มีบ้านอยู่ไกล เขาไม่พึงได้อาหารที่สบาย (ถูกโรค)  เภสัชที่สบาย  ผู้พยาบาลที่สมควร  และผู้นำทางไปสู่บ้าน บุรุษบางคนผู้เดินทางไกลพึงเห็นเขา <span style="color:#000000;"><span style="text-decoration:underline;">บุรุษนั้นพึงเข้าไปตั้งความกรุณาความเอ็นดู</span></span> ควานอนุเคราะห์ในเขาว่า   &#8216;โอ   คน  ๆ นี้พึงได้อาหารที่สบายเภสัชที่สบาย   ผู้พยาบาลที่สมควร   และผู้นำทางไปสู่บ้าน&#8217;   ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะเหตุว่า  <span style="color:#000000;"><span style="text-decoration:underline;">คน ๆ นี้อย่าถึงความพินาศฉิบหาย  ณ ที่นี้เลย</span></span> แม้ฉันใด; เธอ พึงเข้าไปตั้งความกรุณา   ความเอ็นดู   ความอนุเคราะห์  ในบุคคลแม้เห็น ปานนี้ว่า   โอท่านผู้นี้พึงละกายทุจริตแล้ว  อบรมกายสุจริต  พึงละวจีทุจริตแล้ว อบรมวจีสุจริต  พึงละมโนทุจริตแล้ว   อบรมมโนสุจริต     ข้อนั้นเพราะเหตุไร  เพราะเหตุว่า  ท่านผู้นี้เมื่อตายไปแล้ว   อย่าเข้าถึงอบาย   ทุคติ   วินิบาต  นรก ฉันนั้น   เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้นอย่างนี้&#8221;</p></blockquote>
<ul>
<li>
<h2>5 เหมือนเล่นน้ำในสระน้ำใสเย็น</h2>
</li>
<li>(มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ และ วาจาบริสุทธิ์ และ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร)</li>
</ul>
<blockquote><p>&#8220;สระน้ำที่มีน้ำใส  มีน้ำอร่อยดี  มีน้ำเย็น  มีน้ำขาว    มีท่าน้ำราบเรียบ  น่ารื่นรมย์ดาดาษไปด้วยต้นไม้พันธุ์ต่าง ๆ บุคคลผู้เดินทางร้อนอบอ้าว  เหนื่อย  อ่อน กระหายน้ำ   เขาพึงลงสู่สระน้ำนั้น    อาบบ้าง   ดื่มบ้าง แล้วขึ้นมานั่งบ้าง  นอนบ้าง ที่ร่มไม้ใกล้สระน้ำนั้น    แม้ฉันใด ; แม้ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">กายบริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา   เธอ<span style="color:#000000;">พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นในสมัยนั้น    แม้ ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">วาจาบริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา     เธอพึงใส่ใจส่วนนั้นในสมัยนั้น    แม้การ<span style="color:#000000;">ได้ทางสงบใจ   ได้ความเลื่อมใสโดยการอันสมควร</span> ส่วนใดของเขา  เธอ<span style="color:#000000;">พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นในสมัยนั้น    ฉันนั้น     ภิกษุพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้นอย่างนี้&#8221;</p></blockquote>
<h2><em>ทักษิณ </em>แม้ว่าเขาจะดีจริงหรือไม่ดีจริง เราก็ไม่ควรอาฆาตเขา <em>อภิสิทธิ์ </em>แม้เขาจะดีจริงหรือไม่ดีจริง เราก็ไม่ควรอาฆาตเขา ใครจะดีหรือไม่ดี ก็ไม่เป็นไร เพราะเราจะเป็นคนดี คนดีไม่อาฆาตใคร แม้ว่าเขาจะไม่ดีขนาดไหนก็ตาม กรรมใครก็กรรมมัน กรรมของเขาอย่าเอามาเป็นของเรา</h2>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/08/18/hatred-remover/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขอฝน</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/07/23/328/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/07/23/328/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jul 2010 23:34:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ภันเต ดร. สะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัทธา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=328</guid>
		<description><![CDATA[ขอย้ายเรื่องนี้ไปที่ Blog ของหลวงพ่อ ดร. สะอาด http://luangpordoctor.com/2010/07/23/drought]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอย้ายเรื่องนี้ไปที่ Blog ของหลวงพ่อ ดร. สะอาด<br />
<a href="http://luangpordoctor.com/2010/07/23/drought">http://luangpordoctor.com/2010/07/23/drought</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/07/23/328/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะเป็นเด็กกันไปถึงไหน มาเป็นผู้ใหญ่กันดีกว่า</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/06/30/kido/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/06/30/kido/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2010 06:07:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมากัมมันตะ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาทิฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาวาจา]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาสติ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาอาชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่อยู่ใน 5 เล่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=284</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงหลังนี้ได้มีบทความทางนิตยสารสำหรับเด็กชื่อว่า &#8220;Siam Chilli Kid&#8221; ที่รับผิดชอบอยู่ทุกเดือน ๆ ดังนั้นจึงจะนำเอาบทความที่ลงในนิตยสาร  ดังกล่าว มา post ในที่นี้ด้วยเพื่อให้ได้อ่านกันเกิดประโยชน์ จะเป็นเด็กกันไปถึงไหน มาเป็นผู้ใหญ่กันดีกว่า ความเป็นผู้ใหญ่ (หรือเถระ) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วงหลังนี้ได้มีบทความทางนิตยสารสำหรับเด็กชื่อว่า <a title="Siam Chilli Kids" href="http://www.siamchillikids.com/">&#8220;Siam Chilli Kid&#8221;</a> ที่รับผิดชอบอยู่ทุกเดือน ๆ</p>
<p>ดังนั้นจึงจะนำเอาบทความที่ลงในนิตยสาร  ดังกล่าว มา post ในที่นี้ด้วยเพื่อให้ได้อ่านกันเกิดประโยชน์</p>
<h1>จะเป็นเด็กกันไปถึงไหน มาเป็นผู้ใหญ่กันดีกว่า</h1>
<p>ความเป็นผู้ใหญ่  (หรือเถระ) ไม่ได้วัดกันที่อายุ หรือขนาดของร่างกาย</p>
<p>แต่วัดกันที่ (1)  ว่าผู้นั้นมีมารยาท การกระทำ หรือถ้อยคำที่ดีงาม  ไม่ฆ่าไม่ด่าไม่ว่าไม่ทำร้าย แต่เป็นคนเรียบร้อยอ่อนน้อมถ่อมตน,</p>
<p>วัดกันที่ (2) ว่าในสถานการณ์ที่น่ากลัว น่าตกใจต่างๆ  ยังสามารถรักษาจิตให้น่ิงอยู่ได้ ยังเป็นผู้มีสติอยู่,</p>
<p>วัดกันที่ (3)  ว่า มีความสามารถในการที่จะปล่อยวางไม่ยึดติดกับความคิดหรือสิ่ง ของต่างๆ</p>
<div id=":pc">ข้อที่ (1) คือ “ศีล” ข้อ (2) คือ “สมาธิ” ข้อ (3) คือ “ปัญญา” ผู้ใหญ่  (แต่ตัว) บางคน ไม่มี ศีล สมาธิ ปัญญา ก็ไม่ถือว่า เป็นผู้ใหญ่ (เถระ) น่ะ<br />
วันนี้เรามาเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้ใหญ่ กันสักวัน รักษา  กาย/วาจา/ใจของเราให้เป็นเถระกันเถิด</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/06/30/kido/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวดมนต์ได้ประโยชน์อะไร</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/06/17/recitation-benefit/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/06/17/recitation-benefit/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Jun 2010 00:02:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ภันเต คึกฤิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาทิฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาวาจา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=270</guid>
		<description><![CDATA[สวดมนต์ / สาธยายมนต์ / ท่องมนต์ มีประโยชน์ อย่างไร มีวิธีการอย่างไร มีข้อควรระวังและวีธีป้องกันอย่างไร]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มี อุบาสก อุบาสิกา จำนวนมากมีคำถามเกี่ยวกับการสวดมนต์ เป็นต้นว่า</p>
<li>สวดอย่างไร ใช้เสียงอย่างไร ?</li>
<li>ทำเวลาไหนดีการสวดมนต์ ?</li>
<li>สวดแล้วทำอย่างไรจำไม่ค่อยได้ ?</li>
<li>สวดมนต์แทนการนั่งสมาธิได้ไหม เพราะสวดแล้วจิตสงบดี ?</li>
<li>สวดคนเดียวหรือเป็นหมู่ดี ?</li>
<li>จำเป็นต้องสวดมนต์ก่อนนั่งสมาธิหรือไม่ ?</li>
<li>สวดบทไหนดี ?</li>
<li>แต่ละครั้งใช้เวลาสวดนานเท่าไรจึงควร ?</li>
<li>ชอบสวดมนต์มาก แต่ไม่ชอบนั่งสมาธิ จะทำอย่างไร ?</li>
<li>ฯลฯ</li>
<p>แล้ว พระพุทธเจ้า ตรัสอย่างไรเกี่ยวกับการ<span style="text-decoration: underline;"><strong>สาธยายมนต์ หรือ การสวดมนต์ หรือ ท่องมนต์ </strong></span>ซึ่งเป็นคำที่ใช้แทนกันได้. จึงได้รวบรวมมาให้ ท่านผู้อ่าน ดังนี้</p>
<h2>ประโยชน์ของการสาธยายมนต์ (สวดมนต์, ท่องมนต์)</h2>
<ol>
<li>
<h4>เพื่อความตั้งมั่นของพระสัทธรรม (เป็นหนึ่งในเหตุห้าประการ) &#8211; ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๖๑/๑๕๕</h4>
</li>
<li>
<h4>เป็นเครื่องให้ถึงวิมุตติ (เป็นหนึ่งในธรรมห้าประการ) &#8211; ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๒-๒๕/๒๖. (อ/๗๕๗)</h4>
</li>
<li>
<h4>เป็นอาหารของความเป็นพหูสูต – อํ. ทสก. ๒๔/๑๒๐/๗๓<span id="more-270"></span></h4>
</li>
<li>
<h4>องค์ประกอบของการเป็นบริษัทที่เลิศ – อํ. ทุก. ๒๐/๖๘/๒๙๒</h4>
</li>
<li>
<h4>ทำให้ไม่เป็นมลทิน   – อํ. อฎฺฐก. ๒๓/๑๔๙/๑๐๕</h4>
</li>
<li>
<h4>เป็นบริขารของจิตเพื่อความไม่มีเวรไม่เบียดเบียน (เป็นหนึ่งในห้าบริขาร) – ม.ม. ๑๓/๕๐๐/๗๒๘</h4>
</li>
<li>
<h4>เป็นเหตุให้ละความง่วงได้ (หนึ่งในแปดวิธีละความง่วง)  – อํ. สตฺตก. ๒๓/๗๓/๕๘</h4>
</li>
</ol>
<h2>ข้อควรระวังและวิธีป้องกันในการสวด</h2>
<ul>
<li>
<h4>สาธยายมนต์แล้วคิดว่าได้เป็นผู้ปฏิบัติด้วยข้อปฏิบัติอันยิ่งโดยเพียงแต่อาการแห่งการสาธยายมนต์  – ม. มู. ๑๒/๓๖๑/๔๗๙</h4>
</li>
</ul>
<h4><span style="text-decoration: underline;">วิธีแก้:</span> เมื่อสาธยายแล้วให้เพียรเผากิเลสด้วย จึงขื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติด้วยข้อปฏิบัติอันยิ่ง</h4>
<ul>
<li>
<h4>สาธยายมนต์จนเป็นเหตุให้วันคืนล่วงไปโดยไม่ประกอบความสงบในใจ ละเลยการหลีกเร้น ยังไม่ใช่ผู้อยู้ด้วยธรรม &#8211; ปญฺจก. อํ. ๒๒/๗๘/๗๓</h4>
</li>
</ul>
<h4><span style="text-decoration: underline;">วิธีแก้:</span> อย่าเอาแต่สาธยายจนไม่มีเวลาในการทำความเพียรทางจิต, ให้อาศัยโคนไม้, เรือนว่างทำความเพียรไม่ประมาท ด้วยการทำความสงบในใจด้วย และด้วยการหลีกเร้นด้วย</h4>
<h2>วีธีการสาธยายมนต์ให้แจ่มแจ้งได้นาน</h2>
<ul>
<li>
<h4>ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ถูกเหนี่ยวรั้ง ย่อมรู้ย่อมเห็นอุบายเป็นเครื่องสลัดออกซึ่งนิวรณ์ทั้งห้า (กามราคะ, พยาบาท, ถีนมิทธะ, อุทธัจจกุกกุจจะ, วิจิกิจฉา) ทำให้รู้เห็นประโยชน์ตตามที่เป็นจริง – สํ. มหาวาร. ๑๙/๑๔๕/๖๐๓</h4>
</li>
</ul>
<p>หมายเหตุ :<br />
ข้อมูลนี้ได้รวบรวมไว้เพื่อความสะดวกในการอ้างอิง<br />
ข้อความบทพยัญชนะโดยพุทธวัจนะนั้นยาวมาก จะรวบรวมไว้ให้อ่านในหน้าพิเศษต่อไป</p>
<p>ตอนนี้ให้ข้อมูลเบี้องต้นเท่านี้ก่อน แล้วติดตามตอนต่อไป<br />
ถ้ามีความเห็นหรือข้อสงสัย ก็สามารถ post comment ไว้ได้ข้างล่างนี้<!--more--><!--more--><!--more--><!--more--><!--more--></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/06/17/recitation-benefit/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มีลูก หรือ ไม่มีลูกดี?</title>
		<link>http://puredhamma.com/2009/07/21/babyornot/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2009/07/21/babyornot/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Jul 2009 11:16:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.wordpress.com/?p=173</guid>
		<description><![CDATA[ในรายการศันสนีย์สนทนา ทางสถานีวิทยุ 106FM ระหว่างวันจันทร์ &#8211; ศุกร์ เวลา 0500-0530 ได้มีการพูดถึงภรรยาสามีคู่หนึ่งมีความคิดว่าไม่อยากมีบุตรเพราะเห็นว่าความเกิดเป็นทุกข์ จึงไม่ควรให้ใครเกิดมาเป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสสอนว่าไม่ให้มีบุตรหรือให้มีบุตร คือไม่ฟันธงลงไปว่ามีดี หรือไม่มีดี โดยพุทธวัจนะ มีแต่ตรัสเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในรายการศันสนีย์สนทนา ทางสถานีวิทยุ 106FM ระหว่างวันจันทร์ &#8211; ศุกร์ เวลา 0500-0530 ได้มีการพูดถึงภรรยาสามีคู่หนึ่งมีความคิดว่าไม่อยากมีบุตรเพราะเห็นว่าความเกิดเป็นทุกข์ จึงไม่ควรให้ใครเกิดมาเป็นทุกข์</p>
<p>พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสสอนว่าไม่ให้มีบุตรหรือให้มีบุตร คือไม่ฟันธงลงไปว่ามีดี หรือไม่มีดี โดยพุทธวัจนะ มีแต่ตรัสเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่ ที่เมื่อเป็นลูก หรือ เป็นมารดาบิดา ต้องมีหน้าทีต่อกันอย่างไร</p>
<h2>แล้วสำหรับผู้ที่ยังไม่มีบุตร จะพิจารณาอย่างไรโดยใช้หลักพุทธวัจนะ ว่าจะมีลูกหรือไม่?</h2>
<p>ง่าย ๆ ดังนี้ว่า</p>
<h3><strong><span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff0000;">ไม่ควร</span></span></strong>มีบุตรเพราะเหตุสักว่า</h3>
<ul>
<li>หวังว่าลูกจะเลี้ยงเราตอบ</li>
<li>ได้เล่นกับลูกสนุกสนานตอนที่ลูกยังเป็นเด็ก</li>
<li>มีลูกไว้ใช้งาน</li>
<li>หวังว่าจะมอบสมบัติให้ลูกไว้ดูแลรักษาต่อ</li>
</ul>
<p>ที่ไม่ควรมีด้วยเหตุนั้นเพราะว่า</p>
<ul>
<li>ลูกอาจจะตายก่อนเรา</li>
<li>ลูกอาจจะติดยาเสพติด</li>
<li>ลูกอาจโตมาไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา</li>
</ul>
<p>มีความเสี่ยงเพราะความไม่เที่ยงของสังสารวัฎ</p>
<h3><strong>ถ้าจะมีลูก<span style="text-decoration:underline;"><span style="color:#ff0000;">ควรมีลูก</span></span>ด้วยเหตุดังนี้คือ</strong></h3>
<ul>
<li>มีความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้ให้</li>
<li>มีความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้อุปการะผู้อื่นก่อน</li>
<li>มีความสุขที่ทำให้เกิดหิริโอตัปปะ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี</li>
<li>มีความสุขที่เกิดจากความรักความเมตตา</li>
<li>เป็นนิมิต(เครื่องหมาย) ของการทำความดีเพิ่มขึ้น</li>
</ul>
<p>เพราะเหตุใดเล่า?</p>
<ul>
<li>เพราะความสุขนั้นเป็นความสุขที่เกิดจากในภายใน</li>
<li>เป็นความสุขที่พระพุทธเจ้าให้เสพ</li>
<li>มีความเปลื่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นได้น้อยกว่า อันเนื่องมาจากป้จจัยภายนอก</li>
</ul>
<p>อาตมาเคยเห็นผู้ชายบางคน หลังแต่งงานก่อนมีลูก ทำตัวผิดศีล กินเหล้าเมาเบียร์ แต่พอมีลูกเท่านั้น เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ขยันทำมาหากิน เลิกอบายมุขทุกอย่าง</p>
<p>ในขณะเดียวกัน ก็เคยเห็นผู้ชายที่เป็นอย่างตรงกันข้ามเป๊ะเลย คือพอมึลูกปุ๊ป ก็เริ่มสัมมะเรเทเมา ออกนอกลู่นอกทาง ไม่เอาลูกเมีย</p>
<p>การทำความดีมันมาจากข้างใน ไม่ใช่ข้างนอก <em>&#8220;คนดีทำความดีง่ายอยู่แล้ว&#8221; </em>โดยมี <em>&#8220;ใจเป็นใหญ่ใจเป็นประทาน&#8221;</em> หมายความว่า <strong>คนเราจะเริ่มทำความดีน่ะ ไม่ต้องรอให้มีลูกหรอก เริ่มทำได้เลย <span style="text-decoration:underline;">ถ้าต้องรอนั่นรอนี่ อันนี้เป็นข้ออ้างของกิเล</span><span style="text-decoration:underline;">ส <span style="color:#ff0000;">อย่า</span>ไปหลงเชื่อมัน</span></strong></p>
<h2>ส่วนผู้ที่มีบุตร/บุตรีอยู่แล้ว ควรทำอย่างไร?</h2>
<p>ก็ให้ทำหน้าที่ของมารดาบิดาดังนี้คือ</p>
<ol>
<li>ห้ามเสียจากบาป</li>
<li>ให้ตั้งอยู่ในความดี</li>
<li>ให้ศีกษาศิลปะ</li>
<li>ให้มีคู่ครองที่สมควร</li>
<li>มอบมรดกให้ตามเวลา</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2009/07/21/babyornot/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Human Condition</title>
		<link>http://puredhamma.com/2009/06/17/humancondition/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2009/06/17/humancondition/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Jun 2009 10:26:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[English]]></category>
		<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัทธา]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาทิฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่อยู่ใน 5 เล่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.wordpress.com/?p=155</guid>
		<description><![CDATA[Just as mountains of solid rock, Massive, reaching to the sky, Might draw together from [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote>
<h2><span style="font-weight:normal;">Just as mountains of solid rock,</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">Massive, reaching to the sky,</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">Might draw together from all sides,</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">Crushing all the four quarters –</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">So aging and death come</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">Rolling over living beings –</span></h2>
</blockquote>
<p><em><span id="more-155"></span><br />
</em></p>
<blockquote>
<h2><span style="font-weight:normal;">Khattiyas, brahmins, vessas, suddas,</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">Outcasts and scavengers:</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">They Spare none along the way</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">But come crashing everything.</span></h2>
</blockquote>
<p><em><br />
</em></p>
<blockquote>
<h2><span style="font-weight:normal;">There&#8217;s no hope there for victory</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">By elephant troops, chariots, and infantry.</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">One can&#8217;t defeat them by subterfuge,</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">Or buy them off by means of wealth.</span></h2>
</blockquote>
<p><em><br />
</em></p>
<blockquote>
<h2><span style="font-weight:normal;">Therefore a person of wisdom here,</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">Out of regard for his own good,</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">Steadfast, should settle faith</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">In the Buddha, Dhamma, and Sangha.</span></h2>
</blockquote>
<p><em><br />
</em></p>
<blockquote>
<h2><span style="font-weight:normal;">When one conducts oneself by Dhamma</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">With body, speech, and mind,</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">They praise one here in the present life,</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">And after death one rejoices in heaven.</span></h2>
</blockquote>
<p><em><br />
</em></p>
<blockquote>
<h2><span style="font-weight:normal;">ภูเขาใหญ่แล้วด้วยศิลา</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">จดท้องฟ้า</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">กลิ้งบดสัตว์มาโดยรอบทั้ง ๔ ทิศ </span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">แม้ฉันใด ชราและมัจจุก็ฉันนั้น </span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">ย่อมครอบงำสัตว์ทั้งหลาย</span></h2>
</blockquote>
<p><em><br />
</em></p>
<blockquote>
<h2><span style="font-weight:normal;">คือ พวกกษัตริย์ พวกพราหมณ์ พวกแพศย์พวกศูทร</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">พวกจัณฑาล และ คนเทมูลฝอย</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">ไม่เว้นใครๆไว้เลย</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">ย่อมย่ำยีเสียสิ้น ณ ที่นั้น </span></h2>
</blockquote>
<p><em><br />
</em></p>
<blockquote>
<h2><span style="font-weight:normal;">ไม่มียุทธภูมิสำหรับพลช้าง พลม้า</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">ไม่มียุทธภูมิสำหรับพลรถ ไม่มียุทธภูมิสำหรับพลราบ</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">และไม่อาจจะเอาชนะแม้ด้วยการรบด้วยมนต์ </span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">หรือด้วยทรัพย์ </span></h2>
</blockquote>
<p><em><br />
</em></p>
<blockquote>
<h2><span style="font-weight:normal;">เพราะฉะนั้นแล บุรุษผู้เป็นบัณฑิตมีปัญญา</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน </span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">พึงตั้งศรัทธาไว้ </span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">ในพระพุทธเจ้า ในพระธรรมและในพระสงฆ์ </span></h2>
</blockquote>
<p><em><br />
</em></p>
<blockquote>
<h2><span style="font-weight:normal;">ผู้ใดมีปรกติประพฤติธรรม</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ </span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;"> บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญผู้นั้น ในโลกนี้นั่นเทียว</span></h2>
<h2><span style="font-weight:normal;">ผู้นั้นละโลกนี้ไป ย่อมบันเทิงในสวรรค์</span></h2>
</blockquote>
<p><em><br />
</em><br />
– SN3:25; I100-102 (224-29)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2009/06/17/humancondition/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชีวิตคือทางเลือก</title>
		<link>http://puredhamma.com/2009/05/20/matter-of-choice/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2009/05/20/matter-of-choice/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 May 2009 14:21:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาทิฐิ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.wordpress.com/?p=137</guid>
		<description><![CDATA[ในชีวิตนี้เราจะต้องเจอสิ่งที่ชอบใจ และไม่ชอบใจ, สิ่งที่ชอบใจเรายกไว้ก่อน ลองมาดูสิ่งที่ไม่ชอบใจก่อนก็ได้ สิ่งที่ไม่ชอบใจ แน่นอนว่า มันเป็นทุกข์ ถ้าคุณเจอความทุกข์ แล้วจะเลือกที่จะทำกับมันอย่างไร? พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดังนี้ว่า ภิกษุ ท.! ผลของทุกข์ เป็นอย่างไรเล่า ? [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในชีวิตนี้เราจะต้องเจอสิ่งที่ชอบใจ และไม่ชอบใจ, สิ่งที่ชอบใจเรายกไว้ก่อน ลองมาดูสิ่งที่ไม่ชอบใจก่อนก็ได้</p>
<p>สิ่งที่ไม่ชอบใจ แน่นอนว่า มันเป็นทุกข์ ถ้าคุณเจอความทุกข์ แล้วจะ<strong><span style="color:#ff0000;"><span style="text-decoration:underline;">เลือก</span></span></strong>ที่จะทำกับมันอย่างไร? พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดังนี้ว่า</p>
<blockquote>
<h2>ภิกษุ ท.! ผลของทุกข์ เป็นอย่างไรเล่า ?</h2>
<h2>ภิกษุ ท.! บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกความทุกข์ชนิดใดครอบงำแล้ว มีจิตอันความทุกข์รวบรัดแล้วย่อมโศกเศร้า ย่อมระทมใจ คร่ำครวญ ตีอกร่ำไห้ ย่อมถึงความหลงใหล; หรือว่า ถูกความทุกข์ชนิดใดครอบงำแล้ว มีจิตอันความทุกข์รวบรัดแล้ว ย่อมถึงการแสวงหาที่พึ่งภายนอก ว่า <span style="color:#ff6600;">&#8220;ใครหนอย่อมรู้วิธี เพื่อความดับไม่เหลือของทุกข์นี้ สักวิธีหนึ่ง หรือสองวิธี&#8221; </span>ดังนี้.</h2>
<h2>ภิกษุ ท.! เรากล่าวว่า ความทุกข์มี<span style="text-decoration:underline;"> (๑) ความหลงไหลเป็นผล</span> หรือมิฉะนั้น ก็มี <span style="text-decoration:underline;">(๒) การแสวงหาที่พึ่งภายนอกเป็นผล</span>. ภิกษุ ท.! นี้เรียกว่า ผลของทุกข์.</h2>
</blockquote>
<p>แล้วท่านจะเลือกอะไร? จะยอมหลงไปกับความทุกข์ที่เผิชญอยู่บัดนี้ หรือจะเลือกที่จะหาที่พึ่งภายนอก ว่า &#8220;ใครหนอย่อมรู้วิธี เพื่อความดับไม่เหลือของทุกข์นี้ สักหนึ่ง หรือสองวิธี&#8221;?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2009/05/20/matter-of-choice/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&quot;You are Here to be Happy&quot;</title>
		<link>http://puredhamma.com/2009/04/23/you-are-here-to-be-happy/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2009/04/23/you-are-here-to-be-happy/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2009 22:37:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สมาธิภาวนา]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาทิฐิ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.wordpress.com/?p=125</guid>
		<description><![CDATA[ลองพิจารณา โฆษณาชิ้นนี้ 90 วินาที เกี่ยวกับชายอายุ 102 ปี และ เด็กแรกเกิดในวันนั้น http://www.youtube.com/watch?v=m6jZMH_bwEM The old man said &#8220;Don&#8217;t [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ลองพิจารณา โฆษณาชิ้นนี้ 90 วินาที เกี่ยวกับชายอายุ 102 ปี และ เด็กแรกเกิดในวันนั้น</p>
<p>http://www.youtube.com/watch?v=m6jZMH_bwEM</p>
<p>The old man said</p>
<h2>&#8220;Don&#8217;t waste your time on trivialities, go in pursuit of happiness because time run very fast.&#8221;</h2>
<p>&#8220;อย่าไปมัวเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หรือ เรื่องขี้ปะติ๋ว เพราะเวลาไม่คอยใคร&#8221;</p>
<h2>&#8220;The only thing you won&#8217;t like about life is that it will feel too short. <strong><span style="text-decoration: underline;">You are here  to be Happy</span></strong>&#8220;</h2>
<p>Yes, you are here to be happy.</p>
<h2>คนเราเมื่อเกิดมาควรแสวงหาความสุข ไม่ควรเสียเวลากับเรื่องไร้สาระขี้ปะติ๋ว</h2>
<p>อะไรคือความสุข?</p>
<p>ความสุขมีสองอย่าง คือความสุขที่ควรเสพ และ ความสุขที่ไม่ควรเสพ</p>
<ol>
<li>ความสุขที่<span style="text-decoration: underline;">ไม่</span>ควรเสพ คือ ความสุขที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น และ สัมผัสทางกาย คือขึ้นอยู่กับสิ่งเร้าภายนอกอันเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ยาก</li>
<li>ความสุขที่ควรเสพ คือ ความสุขที่เกิดจากความสงบ คือสมาธิ เป็นความสุขทึ่เกิดจากในภายในคนอื่นเอาไปไม่ได้</li>
</ol>
<p>อะไรคือเรื่องไรสาระขี้ประติ๋ว?</p>
<p>คือความโกรธ, ความเกลียด, ความมุ่งร้าย, ความขี้เกียจ, ความริษยา, ความมักโกรธ, ความลบหลู่คุณท่าน, แข่งดี ,โอ้อวด ,มีมารยา, กระด้าง ,ว่ายาก, ประมาท, มีมิตรชั่ว, เพ้อเจ้อ, พูดเท็จ, ส่อเสียด, ขี้ขโมย, เบียดเบียน, ฆ่าสัตว์, ไม่มีศร้ทธา, มีสติหลงลืม, ปัญญาทราม, ยึดติด ฯลฯ</p>
<h2>ชีวิตนี้สั้นนัก ไม่ควรเสียเวลากับเรื่องขี้ปะติ๋ว แล้วแสวงหาความสุขทึ่ควรเสพเถิด</h2>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2009/04/23/you-are-here-to-be-happy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถึงสามี</title>
		<link>http://puredhamma.com/2009/04/18/to-husband/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2009/04/18/to-husband/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Apr 2009 02:41:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมากัมมันตะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.wordpress.com/?p=121</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าคุณเป็นผู้ที่กำลังจะแต่งงาน โปรดทำความมั่นใจซะก่อนว่าคุณสามารถทำสิ่ง ๕​ อย่างต่อไปนี้ได้ ถ้าทำไม่ได้ คนที่คุณกำลังจะแต่งงานด้วย จะกลายเป็น &#8220;ภัย&#8221; อันใหญ่หลวงในอนาคต ถ้าคุณเป็นสามีแล้ว (คือมีภรรยาแล้ว) ไม่ว่าเรื่่องอดีตจะเป็นมาอย่างไร คุณก็ต้องทำส่ิง ๕ อย่างต่อไปนี้ให้ได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2>ถ้าคุณเป็นผู้ที่กำลังจะแต่งงาน โปรดทำความมั่นใจซะก่อนว่าคุณสามารถทำสิ่ง ๕​ อย่างต่อไปนี้ได้</h2>
<p>ถ้าทำไม่ได้ คนที่คุณกำลังจะแต่งงานด้วย จะกลายเป็น &#8220;ภัย&#8221; อันใหญ่หลวงในอนาคต</p>
<h2>ถ้าคุณเป็นสามีแล้ว (คือมีภรรยาแล้ว) ไม่ว่าเรื่่องอดีตจะเป็นมาอย่างไร คุณก็ต้องทำส่ิง ๕ อย่างต่อไปนี้ให้ได้</h2>
<p>ถ้าทำไม่ได้ ภรรยาของคุณจะเป็น &#8220;ภัย&#8221; ข้างเตียงอันใหญ่หลวงได้</p>
<blockquote><p>ห้าอย่างคืออะไรเล่า? ห้าอย่างคือ</p>
<p>๑ ยกย่องเธอ<br />
๒ ไม่ดูหมิ่นเธอ<br />
๓ ไม่ประพฤตินอกใจเธอ<br />
๔ มอบความเป็นใหญ่ในหน้าที่ให้เธอ<br />
๕ ให้เครื่องประดับแก่เธอ</p></blockquote>
<p>การที่ผู้ชายคนใดคนหนึ่งจะทำสิ่งห้าอย่างนี้กับผู้หญิงคนหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องหนักหนาเลยไม่ว่าคุณจะรักผู้หญิงคนนั้นมากหรือน้อยหรือไม่รักก็ตาม ทำห้าอย่างนี้ได้ง่ายๆ แค่ทำตามหน้าที่ของสามี</p>
<p>ไม่ว่าเธอผู้นั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม เมื่อคุณทำได้เช่นนี้แล้วความเป็น &#8220;ภัย&#8221; ก็จะไม่เกิด ผู้หญิงคนนั้นก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นผู้มีภัยแก่ครอบครัว</p>
<p>เมื่อคุณ ยกย่องเธอ, เธอก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นภัยในครอบครัว</p>
<p>เมื่อคุณ ไม่ดูหมิ่นเธอ, เธอก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นภัยในครอบครัว</p>
<p>เมื่อคุณ ไม่ประพฤตินอกใจเธอ, เธอก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นภัยในครอบครัว</p>
<p>เมื่อคุณ มอบความเป็นใหญ่ในหน้าที่ให้เธอ, เธอก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นภัยในครอบครัว</p>
<p>เมื่อคุณ ให้เครื่องประดับแก่เธอ, เธอก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นภัยในครอบครัว.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2009/04/18/to-husband/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
