<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Pure Dhamma : ธรรมะล้วนๆ &#187; ฆราวาสธรรม</title>
	<atom:link href="http://puredhamma.com/category/%e0%b8%86%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://puredhamma.com</link>
	<description>by Abhiboono Bhikku ( อภิปุณโณภิกขุ ) http://puredhamma.com</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Feb 2012 23:24:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>บาทฐานแห่งความสำเร็จ</title>
		<link>http://puredhamma.com/2011/11/24/success-formula/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2011/11/24/success-formula/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Nov 2011 22:30:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[pencast]]></category>
		<category><![CDATA[อิทธิบาท]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=759</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://puredhamma.com/2011/11/24/success-formula/" title="บาทฐานแห่งความสำเร็จ"><img src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2011/11/Screen-shot-2011-11-25-at-5.32.59-AM-150x150.png" alt="บาทฐานแห่งความสำเร็จ" class="thumbnail " /></a>แก้ปัญหาชีวิตด้วยอิทธิบาท อิทธิบาท = บาทฐานแห่งอิทธิ การเจิรญอิทธิบาท 4, ต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>แก้ปัญหาชีวิตด้วยอิทธิบาท</h3>
<p>อิทธิบาท = บาทฐานแห่งอิทธิ</p>
<p>การเจิรญอิทธิบาท 4, ต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="pencast"><a href="http://www.livescribe.com/cgi-bin/WebObjects/LDApp.woa/wa/MLSOverviewPage?sid=sKJWqQ4RRfls" target="_blank">อิทธิบาท 4</a></div>
<div class="pencast"><small></small><br />
<object width="620" height="374" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="FlashVars" value="path=http%3A//www.livescribe.com/cgi-bin/WebObjects/LDApp.woa/wa/flashXML%3Fxml%3D0000C0A8011600003A9A846900000133614DFAAE6A20196A&amp;embedversion=1" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.livescribe.com/media/swf/embedPlayer.swf?path=http%3A//www.livescribe.com/cgi-bin/WebObjects/LDApp.woa/wa/flashXML%3Fxml%3D0000C0A8011600003A9A846900000133614DFAAE6A20196A&amp;embedversion=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="flashvars" value="path=http%3A//www.livescribe.com/cgi-bin/WebObjects/LDApp.woa/wa/flashXML%3Fxml%3D0000C0A8011600003A9A846900000133614DFAAE6A20196A&amp;embedversion=1" /><embed width="620" height="374" type="application/x-shockwave-flash" src="http://www.livescribe.com/media/swf/embedPlayer.swf?path=http%3A//www.livescribe.com/cgi-bin/WebObjects/LDApp.woa/wa/flashXML%3Fxml%3D0000C0A8011600003A9A846900000133614DFAAE6A20196A&amp;embedversion=1" FlashVars="path=http%3A//www.livescribe.com/cgi-bin/WebObjects/LDApp.woa/wa/flashXML%3Fxml%3D0000C0A8011600003A9A846900000133614DFAAE6A20196A&amp;embedversion=1" allowFullScreen="true" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" flashvars="path=http%3A//www.livescribe.com/cgi-bin/WebObjects/LDApp.woa/wa/flashXML%3Fxml%3D0000C0A8011600003A9A846900000133614DFAAE6A20196A&amp;embedversion=1" /></object></div>
<p>ธรรมเครื่องปรุงแต่ง ก็คือ ทุกๆอย่างในชีวิตเรานั่นแหล่ะ, ไม่ว่าจะเป็นปัญหา, โอกาส, สุขภาพ, ความสัมพันธ์, เงินทอง, ความสุข, ฯลฯ</p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-760" title="Screen shot 2011-11-25 at 5.32.59 AM" src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2011/11/Screen-shot-2011-11-25-at-5.32.59-AM-600x688.png" alt="" width="600" height="688" /></p>
<div align="right" style="float: right; padding: 5px 0px 0px 5px;"><a name="fb_share" type="button_count" share_url="http://puredhamma.com/2011/11/24/success-formula/"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2011/11/24/success-formula/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดธรรมที่ถูกปิดภาค online ตอนที่ 22</title>
		<link>http://puredhamma.com/2011/06/09/podcast-22/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2011/06/09/podcast-22/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Jun 2011 01:32:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[podcast]]></category>
		<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=649</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://puredhamma.com/2011/06/09/podcast-22/" title="เปิดธรรมที่ถูกปิดภาค online ตอนที่ 22"><img src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2011/06/22-150x150.jpg" alt="เปิดธรรมที่ถูกปิดภาค online ตอนที่ 22" class="thumbnail " /></a>คราวนี้ได้พูดถึงบุญคุณของมารดาบิดาทำไมถึงได้มีมากโดย พุทธวัจน์ และ วิธีตอบแทนที่เหมาะสม http://www.archive.org/download/1104a/1104a0609.mp3]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คราวนี้ได้พูดถึงบุญคุณของมารดาบิดาทำไมถึงได้มีมากโดย พุทธวัจน์ และ วิธีตอบแทนที่เหมาะสม</p>
<p><a href="http://www.archive.org/download/1104a/1104a0609.mp3" target="_blank">http://www.archive.org/download/1104a/1104a0609.mp3</a></p>
<p><a rel="attachment wp-att-650" href="http://puredhamma.com/2011/06/09/podcast-22/attachment/22/"><img class="alignnone size-full wp-image-650" title="22" src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2011/06/22.jpg" alt="" width="247" height="204" /></a></p>
<div align="right" style="float: right; padding: 5px 0px 0px 5px;"><a name="fb_share" type="button_count" share_url="http://puredhamma.com/2011/06/09/podcast-22/"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2011/06/09/podcast-22/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
<enclosure url="http://www.archive.org/download/1104a/1104a0609.mp3" length="0" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เศร้าโศก An agony</title>
		<link>http://puredhamma.com/2011/05/30/an-agony/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2011/05/30/an-agony/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 May 2011 23:58:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาสติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=549</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://puredhamma.com/2011/05/30/an-agony/" title="เศร้าโศก An agony"><img src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2010/10/demotivators_agony-150x150.jpg" alt="เศร้าโศก An agony" class="thumbnail " /></a>ในช่วงระยะที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเยี่ยมไข้คนป่วย และ ไปงานศพ บ่อยครั้ง. เคยถามตัวเองว่า ทำไมเวลาที่คนเรามีความสุขอยู่ ไม่ค่อยจะนึกถึงพระสงฆ์เท่าไหร๋ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วงระยะที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเยี่ยมไข้คนป่วย และ ไปงานศพ บ่อยครั้ง. เคยถามตัวเองว่า ทำไมเวลาที่คนเรามีความสุขอยู่ ไม่ค่อยจะนึกถึงพระสงฆ์เท่าไหร๋ แต่เมื่อกลับมีความทุกข์ อันเกิดจากความเสื่อมเพราะโรค ความเสื่อมเพราะโภคะทรัพย์ จึงนึกถึงคำสอน พระพุทธเจ้า นึกถึงพระสงฆ์.</p>
<p>ความปริวิตกนี้ก็เกิดขึ้นว่า &#8220;ก็คำสอนเหล่านี้ไม่ใช่เหรอที่จะมาช่วยบรรเทาความทุกข์ที่เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นการที่เมื่อเขามีความทุกข์แล้วยังระลึกได้อยู่ก็ชื่อว่าดีแล้ว ระดับหนึ่ง และจะดีไปกว่านั้นถ้าเมื่อตอนยังไม่ประสบความเสื่อมเพราะโรค หรือ ความเสื่อมเพราะโภคะ ได้ มาศึกษาปฏิบัติวิธีแก้เอาไว้ก่อน จะชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท&#8221;</p>
<p>ดังนี้นจึงรวบรวม ตัดตอน พุทธวัจน์ บางตอนที่เกี่ยวกับเรื่องความเศร้าโศกมาไว้ที่นี้ บ้างบางส่วน ดังนี้.</p>
<h2>คนที่ไม่ได้เคยฟังธรรมปฏิบัติธรรม เมื่อถูกต้องกับความทุกข์ แล้วจะมีความรู้สึกว่า</h2>
<blockquote><p>แม้อาหารเราก็ไม่อยากรับประทาน แม้กายก็พึงเศร้าหมองซูบผอม แม้การงานก็พึงหยุดชะงัก แม้พวกอมิตรก็พึงดีใจ แม้พวกมิตรพึงเสียใจ&#8221;</p>
<p>เมื่อสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา แก่ไปแล้ว;</p>
<p>เมื่อสิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา เจ็บไข้ไปแล้ว;</p>
<p>เมื่อสิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดา ตายไปแล้ว;</p>
<p>เมื่อสิ่งที่มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา สิ้นไปแล้ว;</p>
<p>เมื่อสิ่งที่มีความฉิบหายเป็นธรรมดา ฉิบหายไปแล้ว;</p>
<p>เขาย่อมเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอก คร่ำครวญ ถึงความมีสติคลั่งเพ้อ นี้เรียกว่าปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ถูกลูกศร คือ ความโศกที่มีพิษแทงเข้าแล้ว ย่อมทำตนให้เดือดร้อน</p></blockquote>
<h2>เราควรต้องมามีสติระลึกอย่างนี้ว่า</h2>
<blockquote><p>&#8220;สัตว์ทั้งปวง ทั้งที่เป็นคนหนุ่มและคนแก่,ทั้งที่ เป็นคนพาล และบัณฑิต, ทั้งที่มั่งมีและยากจน ล้วนแต่มี ความตาย เป็นที่ไปถึงในเบื้องหน้า, เปรียบเหมือนภาชนะดิน ที่ช่างหม้อปั้นแล้ว ทั้งเล็กและใหญ่, ทั้งที่ สุกแล้วและยังดิบ ล้วนแต่มีการแตกทำลายเป็นที่สุด ฉันใด; ชีวิตแห่งสัตว์ ทั้งหลาย ก็มีความตายเป็นเบื้องหน้า ฉันนั้น&#8221;</p>
<p>&#8220;ฐานะที่ว่า ขอสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา [ของเรา] อย่าแก่ ๑; ขอสิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา [ของเรา]อย่าเจ็บไข้ ๑; ขอสิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดา [ของเรา] อย่าตาย ๑; ขอสิ่งที่มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา [ของเรา] อย่าสิ้นไป ๑; ขอสิ่งที่มีความฉิบหายเป็นธรรมดา [ของเรา] อย่าฉิบหายไป ๑; อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม  หรือใครๆ ในโลก ไม่พึงได้&#8221;</p>
<p>&#8220;ประโยชน์แม้เล็กน้อยในโลกนี้ อันใครๆ ย่อมไม่ได้เพราะการเศร้าโศกเพราะการคร่ำครวญ พวกอมิตรทราบว่าเขาเศร้าโศกเป็นทุกข์ย่อมดีใจ&#8221;</p>
<p>&#8220;เมื่อบัณฑิตผู้พิจารณารู้เนื้อความไม่หวั่นไหวในอันตรายทั้งหมดคราวนั้น พวกอมิตรเห็นหน้าอันไม่ผิดปรกติของบัณฑิตนั้น ยิ้มแย้มตามเคยย่อมเป็นทุกข์&#8221;</p>
<p>&#8220;ถ้าพึงทราบว่าความต้องการอย่างนี้อันเราหรือผู้อื่นไม่พึงได้ไซร้ก็ไม่ควร เศร้าโศก ควรตั้งใจทำงานโดยเด็ดขาดว่า บัดนี้เราทำอะไรอยู่ดังนี้ ฯ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>by the way. All pain can be a gain, if you wise enough.</p>
<p><a rel="attachment wp-att-646" href="http://puredhamma.com/2011/05/30/an-agony/demotivators_agony/"><img class="alignnone size-full wp-image-646" title="demotivators_agony" src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2010/10/demotivators_agony.jpg" alt="" width="402" height="337" /></a></p>
<div align="right" style="float: right; padding: 5px 0px 0px 5px;"><a name="fb_share" type="button_count" share_url="http://puredhamma.com/2011/05/30/an-agony/"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2011/05/30/an-agony/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องมหัศจรรย์</title>
		<link>http://puredhamma.com/2011/03/01/the-miracle/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2011/03/01/the-miracle/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Mar 2011 09:43:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[Reflection]]></category>
		<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัทธา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่อยู่ใน 5 เล่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=593</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://puredhamma.com/2011/03/01/the-miracle/" title="เรื่องมหัศจรรย์"><img src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2011/03/lancome-miracle-eau-de-parfum-spray-30ml-150x150.jpg" alt="เรื่องมหัศจรรย์" class="thumbnail " /></a>เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่… เราได้เกิดเป็นมนุษย์ เราได้มาพบกันในสังสารวัฏที่กว้างใหญ่อย่างนี้ ในสังสารวัฏที่กว้างใหญ่อย่างนี้ ก็ยังมี ทิฐิสัมปันนบุคคล หลุดพ้นออกมาได้ ธรรมได้รุ่งเรืองไปทั่วโลก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่…</p>
<ul>
<li>เราได้เกิดเป็นมนุษย์</li>
<li>เราได้มาพบกันในสังสารวัฏที่กว้างใหญ่อย่างนี้</li>
<li>ในสังสารวัฏที่กว้างใหญ่อย่างนี้ ก็ยังมี ทิฐิสัมปันนบุคคล หลุดพ้นออกมาได้</li>
<li>ธรรมได้รุ่งเรืองไปทั่วโลก</li>
<li>คนที่มีธุลีในดวงตาแต่น้อยก็มีอยู่ ที่ยังขวนขวายฟังธรรม</li>
<li>ความฝันที่เราได้เคยฝันนั้น ก็พบว่ามีอุปมาเหมือนขันธ์ทั้งห้า</li>
<li>เราสามารถพบความจริงในหัวใจได้ว่า มันเป็นอนัตตา</li>
<li>คนที่ยืนเคียงข้างเราเสมอนั้นก็คือ จิตประภัสสร ซึ่งถูกทำให้เศร้าหมองด้วยกิเลสที่เป็น อคันตุกะ จรมา</li>
<li>องคุลีมาล (นักฆ่า 999 ศพ) ก็ยังเป็น พระอรหันต์ได้</li>
<li>เราสามารถฝึกให้จิตมีสติได้ตลอดทุกขณะจิต</li>
</ul>
<p>เป็นเรื่องมหัศจรรย์ จริงๆ</p>
<p><a rel="attachment wp-att-594" href="http://puredhamma.com/2011/03/01/the-miracle/lancome-miracle-eau-de-parfum-spray-30ml/"><img class="alignnone size-full wp-image-594" title="lancome-miracle-eau-de-parfum-spray-30ml" src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2011/03/lancome-miracle-eau-de-parfum-spray-30ml.jpg" alt="" width="300" height="298" /></a></p>
<p>ปล. ที่ใส่รูปน้ำหอมเพราะ เป็น &#8220;ผัสสะ&#8221; อย่างเดียวที่มีคำว่า &#8220;Miracle&#8221;</p>
<div align="right" style="float: right; padding: 5px 0px 0px 5px;"><a name="fb_share" type="button_count" share_url="http://puredhamma.com/2011/03/01/the-miracle/"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2011/03/01/the-miracle/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประวัติผู้วายชน</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/11/02/mums-biography/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/11/02/mums-biography/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Nov 2010 12:20:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัทธา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=550</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://puredhamma.com/2010/11/02/mums-biography/" title="ประวัติผู้วายชน"><img src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG00317-20101030-1527-150x150.jpg" alt="ประวัติผู้วายชน" class="thumbnail " /></a>นี้เป็นประวัติย่อ คุณแม่ทัสดา เขมะนันทะกุล ท่ีอ่านในงาน ประชุมเพลิง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นี้เป็นประวัติย่อ คุณแม่ทัสดา เขมะนันทะกุล ท่ีอ่านในงาน ประชุมเพลิง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา อ่านโดย คุณกฤต บุศยารักษ์ บุตรชายคนเล็ก ของคุณแม่ทัสดา</p>
<p>ในการนี้ ต้องขอขอบกราบขอบพระคุณในความเมตตาของพระคุณเจ้าประคุณ &#8220;สมเด็จพระวันรัต&#8221; วัดบวรนิเวศวิหาร ที่เสด็จมาเป็นประทานในพิธีประชุมเพลิงในครั้งนี้</p>
<p>======================</p>
<blockquote><p>&#8220;คุณแม่ทัสดา เขมะนันทกุล หรือ นางปึง เสียบ เอ็ง เป็นบุตรี คนที่ 2 ของ นายบักเคี้ยง แซ่ปึง และ นางลั่งเฮียง แซ่อึ้ง เกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พุทธศัการาช 2490 มีพี่น้องร่วมสายเลือดด้วยกัน 5 คน คือ นางเซี่ยมไน้ แซ่ปึง อายุ 75 ปี, นายกิมเซี้ย แซ่ปึง ถึงแก่กรรมแล้ว, นางสุรีรัตน์ ตั่งเด่นไพศาล อายุ 56 ปี, นายธนาคม เขมะนันทะกุล อายุ 58 ปี และ นายสิทธิชัย เขมะนันทะกุล อายุ 53 ปี&#8221;</p></blockquote>
<blockquote><p>&#8220;คุณแม่ทัสดา เขมะนันทะกุล ได้สมรสกับ คุณพ่อ อนันต์ บุศยารักษ์ เมื่อปี พุทธศักราช 2511 และได้ถือกำเนิดบุตร/ธิดา รวม 5 คน คือ นางสาวศิโสภา บุศยารักษ์ อายุ 40 ปี, นางสาวนฤดี บุศยารักษ์ อายุ 39 ปี, นางนีรนุช ดีวิเศษภัณฑ์ อายุ 39 ปี, พระไพบูลย์ อภิปุณโณ อายุ 35 ปี, นายกฤต บุศยารักษ์ อายุ 34 ปี&#8221;</p></blockquote>
<blockquote><p>&#8220;เนื่องจากการที่คุณแม่ทัสดา ฯ ได้ถือกำเนิดในครอบครัวชาวจีนแต้จิ๋ว ที่เข้ามาพึงพระบรมโพธิสมภาร ในประเทศไทย จึงทำให้ได้มีการอบรมบ่มนิสัยให้เป็นผู้มีพื้นฐานของความเป็นคนกตัญญูกตเวที, มีความขยันหม่ันเพียรในการประกอบกิจการงาน และอดทน&#8221;</p></blockquote>
<blockquote><p>&#8220;คุณแม่ทัสดา มีความสามารถในการประกอบอาหารเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหวาน โดยเฉพาะอย่างย่ิง ขนมเปี้ย จนเป็นที่ติดอกติดใจในบรรดาหมู่ญาติ มิตร ทำให้เป็นที่มาของการริเร่ิมประกอบธุรกิจขนมเปี้ย ภายใต้เครื่องหมายการค้า “หงส์ทองขนมเปี๊ย”&#8221;</p></blockquote>
<blockquote><p>&#8220;และเนื่องจากความที่เป็นคนช่างสังเกตุ รอบคอบมีความคิดสร้างสรรค์ ทำให้มีการปรับปรุงและพัฒนาขนมสูตรใหม่ๆ อยู่เสมอ จนเป็นที่ชื่นชอบพึงพอใจของบรรดาลูกค้าเป็นอย่างย่ิง และประกอบกับการที่เป็นคนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก, ซื่อสัตย์, เป็นคนตรงเป็นคนสะอาด และ ประหยัดมัธยัส ทำให้ธุรกิจประสบความก้าวหน้าสำเร็จผล สามารถเลี้ยงดูครอบครัว ผ่านวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ดำเนินมาได้กว่า 20 ปี&#8221;</p></blockquote>
<blockquote><p>&#8220;คุณแม่ทัสดายังเป็นคนใส่ใจในเรื่องการศึกษาอย่างมากเพราะถึงแม้ตัวท่านเอง จะไม่ได้รับการศึกษาภาคบังคับอย่างเป็นทางการเนื่องจากกิจหน้าที่การงานในปฐมวัย แต่ก็ได้มีความสนใจศึกษาด้วยตนเองในด้านภาษาศาสตร์คือภาษาไทย/ภาษาจีน และ ดนตรีคือการร้องเพลง ในภาคค่ำหรือในเวลาว่าง เป็นประจำอยู่่เสมอ และได้สนับสนุนส่งเสียให้บุตร/ธิดาทุกคน เป็นผู้ได้รับการศึกษาในระบบ จนถึงระดับอุดมศึกษาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่าง ถูกต้อง สมบูรณ์ ซึ่งเป็นความภูมิใจของคุณแม่ทัสดาเป็นอย่างมาก&#8221;</p></blockquote>
<blockquote><p>&#8220;นอกจากนี้คุณแม่ทัสดา ยังเป็นคนที่มีพื้นฐานของบัณฑิต คือเป็นบุคคลที่มีจิตใจงาม เป็นคนใจกว้างโอบอ้อมอารี, มีมนุษยสัมพันธ์, เอื้อเฟี้อเผื่อแผ่ มีการให้บัน และรู้จักประมาณ&#8221;</p></blockquote>
<blockquote><p>&#8220;ด้วยคุณธรรมและอุปนิสัยดังกล่าว จึงทำให้คุณแม่ทัสดา เป็นที่เคารพรักของบรรดา บุตรธิดา ญาติสนิท มิตรสหาย, ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ใกล้ชิดทั้งหลายเป็นอย่างมาก&#8221;</p></blockquote>
<blockquote><p>&#8220;ตั่งแต่ไหนแต่ไร คุณแม่ ฯ เป็นคนที่ใส่ใจ ในเรื่องการสร้างกุศลบำเพ็ญบุญ ด้วยการให้ทาน ใส่บาตร ถือศีลกินเจ และสวดมนต์อยู่เสมอ จนในบั้นปลายของชีิวิต ได้มีความสนใจในเรื่องของธรรมะ คือได้รับการศึกษาและปฏิบัติในเรื่องของการฝึกจิตภาวนา อย่างถูกต้อง ตามหลักธรรมที่ประกาศไว้ดีแล้ว โดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนได้เข้ารับการฝึกสมาธิวิปัสสนาในรูปแบบต่างๆ อยู่หลายครั้ง&#8221;</p></blockquote>
<blockquote><p>&#8220;คุณแม่ทัสดา ได้มีอาการป่วยด้วยโรคปอดอักเสบ อย่างกระทันหัน และได้เข้ารับรักษาตัว ในโรงพยาบาล ตั้งแต่ปลายเดือน สิงหาคม ที่ผ่านมา และ ได้ถึงแก่กรรมด้วยอาการอันสงบ ในวันที่ 22 ตุลาคม พุทธศักราช 2553 สิริรวมอายุ 63 ปี 3 เดือน&#8221;</p></blockquote>
<blockquote><p>&#8220;คุณงามความดี และ เกียรติภูมิ ตลอดจนหน้าที่ ในฐานะมารดา ฐานะภรรยา ฐานะเพื่อน ฐานะญาติ และฐานะมนุษย์คนหนึ่ง  ที่คุณแม่ ฯ ได้สร้างสมไว้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ได้เป็นเครืองบ่งบอกถึงคติที่ไปของท่าน การจากไปของท่าน เป็นการจากไปอย่างองอาจมีเกียรติ ถึงแม้รูปกายของคุณแม่จะได้สูญสิ้นไปในวาระแห่งการประชุมเพลิง แต่เกียรติยศอันท่านทำไว้ดีแล้วนี้ จะได้จารึกตราตรึงไว้ในก้นบึ้งแห่งหัวใจของพวกเราที่มีท่านเป็นที่เคารพรัก เพื่อให้เป็นเครื่องเตือนสติให้สร้างกุศลบำเพ็ญบุญทำความดีต่อไป.&#8221;</p></blockquote>
<p>==========</p>
<p>และขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมเป็นเกียรติ แห่งคุณงามความดีที่คุณแม่ได้สร้างไว้ อันเป็นเครื่องป้องกันความขลาดของผู้ที่จะทำกาละ, และเมื่อผู้ใดได้สร้างความดีทางกาย/วาจา/ใจ อันเป็นเครื่องป้องกัน ความขลาดนี้ไว้ดีแล้ว ก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีลเป็นอย่างดี มีความดำริอันตั้งไว้แล้วด้วยดี ตามรักษาซึ่งจิตของตนเถิดดังนี้</p>
<p>ปล. ต่อไปนี้ ไม่มีอาหารที่โยมแม่ทำให้ฉันแล้ว ถึงแม้จะเป็นอาหารอันปราณีต ที่โยมแม่ทำ หรือ เป็นอาหารอันไม่ปราณีต ที่ได้จากการบิณบาตรตามมีตามได้ ก็ต้องพิจารณาแล้วจึงฉันอยู่ดี</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-medium wp-image-551 aligncenter" title="ป้ายบรรพบุรุษ" src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2010/11/IMG00317-20101030-1527-405x1000.jpg" alt="" width="405" height="1000" /></p>
<div align="right" style="float: right; padding: 5px 0px 0px 5px;"><a name="fb_share" type="button_count" share_url="http://puredhamma.com/2010/11/02/mums-biography/"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/11/02/mums-biography/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกียรติยศของมารดา</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/10/22/honor-ofmother/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/10/22/honor-ofmother/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Oct 2010 16:50:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัทธา]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาทิฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่อยู่ใน 5 เล่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=546</guid>
		<description><![CDATA[<a href="http://puredhamma.com/2010/10/22/honor-ofmother/" title="เกียรติยศของมารดา"><img src="http://puredhamma.com/wp-content/uploads/2010/10/images-150x150.jpg" alt="เกียรติยศของมารดา" class="thumbnail " /></a>การทอดทิ้งร่างเป็นธรรมะอย่างหนึ่ง จึงจะขอนำข้อมูลนี้มาใส่ใน puredhamma.com ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบด้วย มารดาผู้ให้กำเนิดของพระไพบูลย์ ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคปอดอักเสบ  ณ​ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การทอดทิ้งร่างเป็นธรรมะอย่างหนึ่ง จึงจะขอนำข้อมูลนี้มาใส่ใน puredhamma.com ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบด้วย</p>
<p>มารดาผู้ให้กำเนิดของพระไพบูลย์ ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคปอดอักเสบ  ณ​  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ด้วยอาการอันสงบ ในวันที่ 22 ตุลาคม 2553, ศิริอายุรวม  63 ปี</p>
<p>ขณะนี้ได้บำเพ็ญกุศลอยู่ ณ​ วัดพลับพลาชัย (ใกล้ 5 แยกพลับพลาชัย) ศาลา 2, ระหว่างวันที่ 24 – 30 ตุลาคม 2553 โดยมีกำหนดการดังนี้</p>
<p>24 ตุลาคม 2553</p>
<ul>
<li>19.00 น. ปาฐกถาธรรม โดย พระครูสิทธิปภากร (หลวงพ่อ ดร. สะอาด) วัดป่าดอนหายโศก</li>
<li>19.35 น. แสดงธรรมสังเวชเป็นภาษาบาลี</li>
<li>19.45 น. พัก / เคารพศพ</li>
</ul>
<p>25 ตุลาคม 2553</p>
<ul>
<li>19.00 น. ปาฐกถาธรรม โดย พระอาจารย์ คึกฤทธิ์ โสตถิผโล วัดนาป่าพง</li>
<li>19.35 น. แสดงธรรมสังเวชเป็นภาษาบาลี</li>
<li>19.45 น. พัก / เคารพศพ</li>
</ul>
<p>26 ตุลาคม 2553</p>
<ul>
<li>19.00 น. ปาฐกถาธรรม โดย พระอาจารย์มหาศิลป ธัมมสิปโป (ปธ.7) วัดบวรนิเวศวิหาร</li>
<li>19.35 น. แสดงธรรมสังเวชเป็นภาษาบาลี</li>
<li>19.45 น. พัก / เคารพศพ</li>
</ul>
<p>27 ตุลาคม 2553</p>
<ul>
<li>19.00 น. ปาฐกถาธรรม โดย พระอาจารย์ ดร. มหาฉัตรชัย สุฉัตตชโย (ปธ.9) วัดบวรนิเวศวิหาร</li>
<li>19.35 น. แสดงธรรมสังเวชเป็นภาษาบาลี</li>
<li>19.45 น. พัก / เคารพศพ</li>
</ul>
<p>28 ตุลาคม 2553</p>
<ul>
<li>19.00 น. ปาฐกถาธรรม โดย พระเทพปริยัติวิมล วัดบวรนิเวศวิหาร</li>
<li>19.35 น. แสดงธรรมสังเวชเป็นภาษาบาลี</li>
<li>19.45 น. พัก / เคารพศพ</li>
</ul>
<p>29 ตุลาคม 2553</p>
<ul>
<li>13.00 น. พิธีกงเต็กด้วยพระสงฆ์จีน</li>
</ul>
<p>30 ตุลาคม 2553</p>
<ul>
<li>11.00 น. ถวายเพลพระสงฆ์ 10 รูป</li>
<li>14.00 น. ประชุมเพลิง</li>
</ul>
<p>เกียรติยศของมารดา ท่านได้ทำไว้แล้วในการประคบประหงมบำรุงเลี้ยง, แสดงโลกนี้แก่บุตรธิดาทั้งหลาย เป็นผู้มีอุปการะมากแก่เรา;</p>
<p>เราก็ร่วมกันจัดงานนี้ให้ท่าน อย่างสมศักคิ์ศรีของความเป็นแม่ในวาระสุดท้ายนี้ เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ผู้ที่เป็นมารดาทั้งหลาย ผู้ที่ควรได้รับการยกย่องด้วย</p>
<p>ใครที่มีเลื่อมใสในเราเห็นว่าเราเป็นผู้มีความกรุณา ก็ให้พึงเห็นว่ามารดาของเรายิ่งเป็นผู้มีอุปการะ มีบุญคุณ มากกว่านั้นอีก</p>
<p>จึงขอแจ้งข่าวเชิญให้ท่านทั้งหลายมาร่วมกันเป็นเกียรติ เป็นศักดิ์ศรี แก่กันและกัน ในวาระนี้ด้วย</p>
<p>ชื่อ นามสกุล: นางทัสดา เขมะนันทกุล (สุดารัตน์ บุศยารักษ์)</p>
<p>พระไพบูลย์</p>
<div align="right" style="float: right; padding: 5px 0px 0px 5px;"><a name="fb_share" type="button_count" share_url="http://puredhamma.com/2010/10/22/honor-ofmother/"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/10/22/honor-ofmother/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บุญคุณมารดาบิดา ตอบแทนกันไม่ได้ง่ายๆ</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/10/20/gratitude-toward-parents/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/10/20/gratitude-toward-parents/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Oct 2010 19:39:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัทธา]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาทิฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่อยู่ใน 5 เล่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=542</guid>
		<description><![CDATA[ภิกษุทั้งหลาย!  เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายแก่ท่านทั้ง ๒ ท่านทั้ง ๒ คือใคร คือ มารดา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>ภิกษุทั้งหลาย!  เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายแก่ท่านทั้ง ๒ ท่านทั้ง ๒ คือใคร คือ มารดา ๑ บิดา ๑</p>
<p>ภิกษุ ท. ! บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วย บ่าข้างหนึ่ง เขามีอายุ มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้ง ๒ นั้นด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และท่านทั้ง ๒ นั้น พึงถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ ภิกษุ ท. ! การกระทำอย่างนั้นยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก</p>
<p>ภิกษุ ท. ! อนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาในราชสมบัติ อันเป็นอิสราธิปัตย์ในแผ่นดินใหญ่อันมีรตนะ ๗ ประการมากหลายนี้ การกระทำกิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย</p>
<p>ส่วนบุตรคนใด</p>
<ol>
<li>ยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้สมาทานตั้งมั่นในสัทธาสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยศรัทรา)</li>
<li>ยังมารดาบิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นในศีลสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยศีล)</li>
<li>ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยการบริจาค)</li>
<li>ยังมารดา บิดาทรามปัญญา ให้สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา (ความถึงพร้อมด้วยปัญญา)</li>
</ol>
<p>ภิกษุ ท. ! ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล การกระทำอย่างนั้นย่อมชื่อว่าอันบุตรนั้นทำแล้ว และทำตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดา.</p></blockquote>
<p>ต้องถามท่านผู้อ่านว่า อะไรหาง่ายกว่ากัน ระหว่าง</p>
<ol>
<li>รัตนะทั้ง 7 มี จักรแก้ว, ช้างแก้ว, ม้าแก้ว, มณีแก้ว, นางแก้ว, ปรินายกแก้ว, คฤหบดีแก้ว</li>
<li>ศรัทธา, ศีล, จาคะ, ปัญญา</li>
</ol>
<p>ข้อแรก เป็นการแสวงหาภายนอก หาดินแดน หาความรวย หาอำนาจ แล้วนำมาให้ มารดาบิดา เป็นการตอบแทนท่าน</p>
<p>ข้อสอง เป็นการแสวงหาภายใน คือ ศรัทธา, ศีล, จาคะ, ปัญญา เมื่อเรามีแล้ว แล้วสามารถชักนำให้มารดาบิดาเป็นอย่างนั้น เป็นการตอบแทนท่าน</p>
<p>ทำแบบข้อหนึ่งชื่อว่ายังไม่ตอบแทนกันได้โดยสมควรเลย</p>
<p>ทำแบบข้อสองถึงจะชื่อว่าเป็นการตอบแทนอันสมควรแล้ว</p>
<div align="right" style="float: right; padding: 5px 0px 0px 5px;"><a name="fb_share" type="button_count" share_url="http://puredhamma.com/2010/10/20/gratitude-toward-parents/"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/10/20/gratitude-toward-parents/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุณเป็นมิตรแบบไหน?</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/09/17/what-kind-of-friend/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/09/17/what-kind-of-friend/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 17 Sep 2010 10:53:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาสมาธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่อยู่ใน 5 เล่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=489</guid>
		<description><![CDATA[เพื่อนมีหลายแบบ แล้วเราเป็นเพื่อนกับคนอื่นแบบไหน? ดูได้ง่ายๆ เพื่อนไม่ดี จะพาไป นำให้เป็นนักเลงการพนัน นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้ นำให้เป็นนักเลงเหล้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อนมีหลายแบบ แล้วเราเป็นเพื่อนกับคนอื่นแบบไหน? ดูได้ง่ายๆ</p>
<p><strong>เพื่อนไม่ดี จะพาไป</strong></p>
<ol>
<li>นำให้เป็นนักเลงการพนัน</li>
<li>นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้</li>
<li>นำให้เป็นนักเลงเหล้า</li>
<li>นำให้เป็นคนลวงผู้อื่นด้วยของปลอม</li>
<li>นำให้เป็นคนโกงเขาซึ่งหน้า</li>
<li>นำให้เป็นคนหัวไม้ 11/183 ฑี.ปา</li>
</ol>
<p>เพราะฉะนั้นก่อนคบใครเป็นเพื่อนให้ดูเลยว่าถ้าใครเป็นคนมีการทำ 6 อย่างนี้ มีสิทธิ์เป็นเพื่อนชั่ว</p>
<ol>
<li>การนอนสาย</li>
<li>การเสพภรรยาผู้อื่น</li>
<li>ความประสงค์ผูกเวร</li>
<li>ความเป็นผู้ทำแต่สิ่งหาประโยชน์มิได้</li>
<li>เป็นมิตรชั่ว</li>
<li>เป็นผู้ตระหนี่เหนียวแน่นนัก 11/185 ฑี.ปา</li>
</ol>
<p>คนแบบนี้เป็นเพื่อนชั่วได้แน่นอน อย่างคบเลย</p>
<p><strong>เพื่อนยังมีอีก 8 แบบ ดังนี้คือ</strong></p>
<table style="height: 89px;" border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="319">
<tbody>
<tr>
<td style="text-align: center;" width="115" valign="top">เพื่อนไม่ดี</td>
<td style="text-align: center;" width="115" valign="top">เพื่อนดี</td>
</tr>
<tr>
<td width="115" valign="top">
<ol>
<li>คนปอกลอก</li>
<li>คนดีแต่พูด</li>
<li>คนหัวประจบ</li>
<li>คนชักชวนฉิบหาย</li>
</ol>
</td>
<td width="115" valign="top">
<ol>
<li>มิตรมีอุปการะ</li>
<li>มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์</li>
<li>มิตรแนะประโยชน์</li>
<li>มิตรมีความรักใคร่</li>
</ol>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="color: #ff00ff;"><em><strong>คนปอกลอก</strong></em></span> ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตรโดยสถาน ๔ คือ</p>
<ol>
<li>เป็นคนคิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว</li>
<li>เสียให้น้อยคิดเอาให้ได้มาก</li>
<li>ไม่รับทำกิจของเพื่อนในคราวมีภัย</li>
<li>คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัว</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff00ff;"><em><strong>คนดีแต่พูด</strong></em></span> ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตรโดยสถาน ๔ คือ</p>
<ol>
<li>เก็บเอาของล่วงแล้วมาปราศรัย</li>
<li>อ้างเอาของที่ยังไม่มาถึงมาปราศรัย</li>
<li>สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้</li>
<li>เมื่อกิจเกิดขึ้นแสดงความขัดข้อง [ออกปากพึ่งมิได้]</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff00ff;"><em><strong>คนหัวประจบ</strong></em></span> ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตรโดยสถาน ๔ คือ</p>
<ol>
<li>ตามใจเพื่อนให้ทำความชั่ว [จะทำชั่วก็คล้อยตาม]</li>
<li>ตามใจเพื่อนให้ทำความดี [จะทำดีก็คล้อยตาม]</li>
<li>ต่อหน้าสรรเสริญ</li>
<li>ลับหลังนินทา</li>
</ol>
<p><em><strong><span style="color: #ff00ff;">คนชักชวนในทางฉิบหาย</span></strong></em> ท่านพึงทราบว่าไม่ใช่มิตร เป็นแต่คนเทียมมิตรโดยสถาน ๔ คือ</p>
<ol>
<li>ชักชวนให้ดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย  อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท</li>
<li>ชักชวนให้เที่ยวตามตรอกต่างๆ ในเวลากลางคืน</li>
<li>ชักชวนให้เที่ยวดูการมหรสพ</li>
<li>ชักชวนให้เล่นการพนันอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท</li>
</ol>
<blockquote><p>บัณฑิตรู้แจ้งมิตร ๔ จำพวกเหล่านี้ คือ มิตรปอกลอก ๑ มิตรดีแต่พูด ๑ มิตรหัวประจบ ๑ มิตรชักชวนในทางฉิบหาย ๑ ว่าไม่ใช่มิตรแท้ ดังนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล เหมือนคนเดินทางเว้นทางที่มีภัย ฉะนั้น ฯ 11/191 ฑี.ปา.</p></blockquote>
<p><span style="color: #ff00ff;"><em><strong>มิตรมีอุปการะ</strong></em></span> ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้โดยสถาน ๔ คือ</p>
<ol>
<li>รักษาเพื่อนผู้ประมาทแล้ว</li>
<li>รักษาทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว</li>
<li>เมื่อมีภัยเป็นที่พึ่งพำนักได้</li>
<li>เมื่อกิจที่จำต้องทำเกิดขึ้นเพิ่มทรัพย์ให้สองเท่า [เมื่อมีธุระช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก]</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff00ff;"><em><strong>มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์</strong></em></span> ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้โดยสถาน ๔ คือ</p>
<ol>
<li>บอกความลับ [ของตน] แก่เพื่อน</li>
<li>ปิดความลับของเพื่อน</li>
<li>ไม่ละทิ้งในเหตุอันตราย</li>
<li>แม้ชีวิตก็อาจสละเพื่อประโยชน์แก่เพื่อนได้</li>
</ol>
<p><strong><em><span style="color: #ff00ff;">มิตรแนะประโยชน์ </span></em></strong>ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้โดยสถาน ๔ คือ</p>
<ol>
<li>ห้ามจากความชั่ว</li>
<li>ให้ตั้งอยู่ในความดี</li>
<li>ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง</li>
<li>บอกทางสวรรค์ให้</li>
</ol>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong><em>มิตรมีความรักใคร่</em></strong> </span>ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้โดยสถาน ๔ คือ</p>
<ol>
<li>ไม่ยินดีด้วยความเสื่อมของเพื่อน</li>
<li>ยินดีด้วยความเจริญของเพื่อน</li>
<li>ห้ามคนที่กล่าวโทษเพื่อน</li>
<li>สรรเสริญคนที่สรรเสริญเพื่อน</li>
</ol>
<blockquote><p>บัณฑิตรู้แจ้งมิตร ๔ จำพวกเหล่านี้ คือ มิตรมีอุปการะ ๑ มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ๑ มิตรแนะประโยชน์ ๑ มิตรมีความรักใคร่ ๑ ว่าเป็นมิตรแท้ ฉะนี้แล้ว พึงเข้าไปนั่งใกล้โดยเคารพเหมือนมารดากับบุตร ฉะนั้น บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมรุ่งเรืองส่องสว่างเพียงดังไฟ เมื่อบุคคลออมโภคสมบัติอยู่เหมือนแมลงผึ้งผนวกรัง โภคสมบัติย่อมถึงความสั่งสมดุจจอมปลวกอันตัวปลวกก่อขึ้น  ฉะนั้น</p>
<p>คฤหัสถ์ในตระกูลผู้สามารถ ครั้นสะสมโภคสมบัติได้อย่างนี้แล้ว  พึงแบ่งโภคสมบัติออกเป็นสี่ส่วน เขาย่อม<em><span style="text-decoration: underline;"><strong>สมานมิตร</strong></span></em>ไว้ได้ พึงใช้สอยโภคสมบัติด้วยส่วนหนึ่ง พึงประกอบการงานด้วยสองส่วน   พึงเก็บส่วนที่สี่ไว้ด้วย หมายว่าจักมีไว้ในยามอันตราย ดังนี้ ฯ  11/197 ฑี.ปา</p></blockquote>
<div align="right" style="float: right; padding: 5px 0px 0px 5px;"><a name="fb_share" type="button_count" share_url="http://puredhamma.com/2010/09/17/what-kind-of-friend/"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/09/17/what-kind-of-friend/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&quot;ฉันเป็นผู้ชายนะยะ&quot;</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/08/30/ordination-qualification/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/08/30/ordination-qualification/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Aug 2010 22:09:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัทธา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=407</guid>
		<description><![CDATA[นี่เป็นคำถามที่สืบเนื่องมาจากการไปบรรยายธรรม ในสถานศึกษาหนึ่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถ้าข้าพเจ้าจะบวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ แต่จิตใจไม่ใช่ผู้ชาย ร่างกายเป็นผู้ชายแต่มีความปรารถนาที่จะตั้งใจปฏิบัติในการบวช ถ้าข้าพเจ้าบวชพ่อและแม่จะได้บุญหรือไม่? หรือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นี่เป็นคำถามที่สืบเนื่องมาจากการไปบรรยายธรรม ในสถานศึกษาหนึ่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p>
<blockquote><p>ถ้าข้าพเจ้าจะบวชเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ แต่จิตใจไม่ใช่ผู้ชาย ร่างกายเป็นผู้ชายแต่มีความปรารถนาที่จะตั้งใจปฏิบัติในการบวช</p>
<p>ถ้าข้าพเจ้าบวชพ่อและแม่จะได้บุญหรือไม่? หรือ พ่อแม่จะบาป (บวชโกนผมห่มผ้าเหลือง) ไม่ใช่บวชเพียงถือศีลเท่านั้น (บวชผ้าขาว)</p>
</blockquote>
<p><strong>คำตอบคือ</strong></p>
<h2>การบวชหรือการประพฤติพรหมจรรย์ ก็เพื่อ <span style="text-decoration:underline;">&#8220;รื้อถอนตัวตน&#8221;</span> การที่ยังมีความสำคัญมั่นหมายว่า &#8220;ฉันเป็นอย่างนั้น ฉันเป็นอย่างนี้&#8221; เพราะความยึดถือนี่แหล่ะที่ทำให้เราเป็นทุกข์ &lt;== อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องละ</h2>
<h2>ถ้าท่านมี &#8220;คุณสมบัติครบ&#8221; ในการบรรพชา อุปสมบท <span style="text-decoration:underline;">แล้วประพฤติปฏิบัติ ตามศีลของพระได้ครบถ้วน</span> <span style="text-decoration:underline;"><strong><em><span style="color:#ff0000;">อันนี้ดีมากเลย</span></em></strong></span></h2>
<h2>&#8220;คุณสมบัติครบ&#8221; คืออะไร? ให้ถามตัวเอง ดังต่อไปนี้<span id="more-407"></span></h2>
<ol>
<li>เป็นโรค 5 ชนิดหรือไม่?</li>
<li>เป็นกะเทย 3 ประเภท (จาก 5 ประเภท) หรือไม่?</li>
<li>เป็นคนมีอวัยวะ 2 เพศ หรือเปล่า?</li>
<li>เคยทำอนันตริยกรรม5 หรือไม่?</li>
<li>มีหนึ้สินหรือเปล่า?</li>
<li>เป็นโจรที่มีหมายจับ/แหกคุก ?</li>
<li>เป็นข้าราขการที่ยังไม่ได้รับอนุญาติจากผู้บังคับบัญชา</li>
<li>เป็นทาสหรือเปล่า?</li>
<li>อายุน้อยกว่า 20 ปี?</li>
</ol>
<h2>ถ้าตอบว่า &#8220;ไม่&#8221;​ ได้ทั้งหมด ก็มีคุณสมบัติครบในการบวช ก็แค่ไปหา บาตร จีวร และ พระอุปัชฌา ก็บวชได้แล้ว</h2>
<p>แล้ว โรค 5 ชนิดคืออะไรล่ะ? คือ โรคเรื้อน โรคฝี โรคกลาก โรคหลอดลมโป่งพอง โรคลมบ้าหมู</p>
<p>แล้วกะเทย (บัฒเฑาะก์) 5 ประเภทคืออะไร?</p>
<blockquote><p>๑.อาสิตตบัณเฑาะก์ คนที่ดับความใคร่เร่าร้อน (เพราะกาม) ของตนโดยใช้ปากอม องคชาตของผู้อื่น</p>
<p>๒.อุสูยบัณเฑาะก์ คนที่เมื่อเห็นผู้อื่นประพฤติล่วงเกินทางเพศกัน เกิดความริษยาขึ้น ความเร่าร้อน จึงระงับไป</p>
<p>๓.โอปักกมิกบัณเฑาะก์ คนที่ถูกตัดองคชาต</p>
<p>๔.ปักขบัณเฑาะก์ คนที่เป็นบัณเฑาะก์ในเวลาข้างแรม ด้วยอานุภาพแห่งอกุศลวิบาก</p>
<p>๕.นปุงสกบัณเฑาะก์ คนที่เป็นบัณเฑาะก์โดยกำเนิด</p>
<p>ในบัณเฑาะก์ 5 นั้น ประเภทที่ 1, 2 ไม่ห้ามบรรพชา ส่วนที่เหลือ ห้ามบรรพชา (วิ. อ. ๓ / ๑๐๙ / ๘๑ &#8211; ๘๒)</p>
</blockquote>
<p>อนัตตริยกรรม 5 ก็คือ การฆ่าบิดา/มารดา ฆ่าพระอรหันต์ ทำสงฆ์ให้แตกกัน ทำพระพุทธเจ้าให้ห้อเลือด</p>
<p>คนที่มีอวัยวะ 2 เพศ ไม่เหมือกับกะเทย เพราะกะเทยมีอวัยวะของคนเพศเดียว อันนี้ พระพุทธเจ้า บอกตรงตัวอยู่แล้ว คนมีอวัยวะ 2 เพศ</p>
<h2>ถ้าท่านเป็นกะเทยประเภทที่ 1 หรือ 2 และ มีคุณสมบัติอย่างอื่นครบตามนี้ ก็บวชได้ และเมื่อบวชมาแล้ว ก็ปฏิบัติตามศีลของพระ ได้ทุกประการ ตัวท่านย่อมได้บุญแน่นอน</h2>
<h3>และถ้าสามารถทำให้มารดาบิดา</h3>
<h3>ถ้าท่านทุศีล ==&gt; ให้เป็นคนมีศีล;</h3>
<h3>ถ้าท่านมีมิจฉาทิฐิ ==&gt; ให้มีสัมมาทิฐิ;</h3>
<h3>ถ้าท่านไม่มีสมาธิ ==&gt; ให้ท่านมีสมาธิ;</h3>
<h3>ถ้าท่านไม่มีปัญญาเครื่องเจาะแทงกิเลส ==&gt; ให้ท่านมีปัญญา</h3>
<h3>&lt;== ถ้าทำได้อย่างนี้ ชื่อว่าตอบแทนบุญคุณ มารดา/บิดา ได้เต็มที่ทึ่สุดเลย</h3>
<div align="right" style="float: right; padding: 5px 0px 0px 5px;"><a name="fb_share" type="button_count" share_url="http://puredhamma.com/2010/08/30/ordination-qualification/"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/08/30/ordination-qualification/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีระงับความอาฆาต 5 ประการ</title>
		<link>http://puredhamma.com/2010/08/18/hatred-remover/</link>
		<comments>http://puredhamma.com/2010/08/18/hatred-remover/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Aug 2010 23:57:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Abhiboono Bhikku</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฆราวาสธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ภันเต สารีบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่อยู่ใน 5 เล่ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://puredhamma.com/?p=375</guid>
		<description><![CDATA[ทุกวันพุธ ทาง FM106 เวลา 5 น. จะได้แสดง พระสูตรที่ไม่ได้รวบรวมไว้ในชุด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกวันพุธ ทาง FM106 เวลา 5 น. จะได้แสดง พระสูตรที่ไม่ได้รวบรวมไว้ในชุด 5 เล่มจากพระโอษฐ์ แต่เป็นพระสูตรที่ดี</p>
<p>ในสัปดาห์นี่ ได้นำเรื่องที่แสดงไว้โดยพระสารีบุตร ผู้เป็นธรรมเสนาบดีมาให้ได้ฟัง(อ่าน) กัน โดยพระสารีบุตรได้บอกถึงวิธีการระงับความอาฆาต ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็น<span style="color:#ff0000;">คนไม่ดี</span>ขนาดไหนก็ตาม สรุปได้ดังนี้คือ</p>
<p>เราพึงระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้</p>
<ol>
<li>มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ (แต่) วาจาบริสุทธิ์</li>
<li>มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ (แต่) วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์</li>
<li>มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ แต่ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร</li>
<li>มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ และ <span style="color:#ff0000;">ไม่ได้</span>ความสงบทางใจ <span style="color:#ff0000;">ไม่ได้</span>ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร</li>
<li>มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ และ วาจาบริสุทธิ์ และ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร</li>
</ol>
<h3>เราคงเคยเห็นคนที่ <em>&#8220;พูดโกหกซึ่งๆหน้า วาจาก็แย่ ปากก็เหม็น แต่ว่าเขาไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ได้ขโมย&#8221;</em> คนแบบนี้ คือ ข้อ 2,​ เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้</h3>
<h3>เราคงเคยเห็น <em>&#8220;ชาวนาที่ต้องไปดักปลา ดักหนู ล่าเขียด มากิน แต่ว่าเขาก็มีสัมมาวาจา&#8221;</em> คนแบบี้ คือ ข้อ 1, เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้</h3>
<h3>เราคงเคยเห็นคนที่ <em>&#8220;พูดก็ไม่ดี เอะอะโวยวาย ตบยุง ขโมยของ โอ้อวด แต่เขาก็ยัง ใส่บาตร เข้าวัดถวายทานบ้าง&#8221;</em> คนแบบนี้คือข้อ 3,​ เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้</h3>
<h3>เราคงเคยเห็นคนที่<em> &#8220;โกหกหน้าด้านๆ โกงชาติบ้านเมือง พูดเฉไฉบิดเบือน ยืมมือคนอื่นฆ่า แถม วัดวาบุญทานก็ทำแบบขอไปทีหวังชื่อเสียง ไม่เคยนั่งสมาธิ&#8221;</em> คนแบบนี้คือข้อ 4 เราก็ควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้ (ถึงแม้ว่าเขาจะทำอะไรให้เราไม่พอใจก็ตาม)</h3>
<h3>เราคงเคยเห็นคนที่ <em>&#8220;พูดดีคิดดีทำดี น่ายกย่องนับถือ มีศึล ทำประโยขน์แก่บ้านเมือง&#8221;</em> คนแบบนี้คือข้อ 5 เราควรระงับความอาฆาตแม้ในบุคคลเช่นนี้ (ถึงแม้ว่าเขาจะทำอะไรให้เราไม่พอใจก็ตาม)</h3>
<p>โดยเปรียบเทียบแต่ละข้อดังนี้</p>
<ul>
<li>
<h2>1 เหมือนภิกษุใช้ผ้าบังสุกุล</h2>
</li>
</ul>
<ul>
<li>(มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ (แต่) วาจาบริสุทธิ์)</li>
</ul>
<blockquote><p>&#8220;พระที่ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เห็นผ้าเก่าที่ถนน  เหยียบให้มั่นด้วยเท้าซ้าย  เขี่ยออกดูด้วยเท้าขวา<span style="text-decoration:underline;"> <span style="color:#000000;">ส่วนใดเป็นสาระ ก็เลือกถือเอาส่วนนั้นแล้วหลีกไป</span></span> ฉันใด; ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">กายไม่บริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา เธอ<span style="color:#000000;">ไม่พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นในสมัยนั้น ส่วนความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">วาจาบริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา เธอ<span style="color:#000000;">พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นในสมัยนั้น ฉันนั้น เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้น อย่างนี้&#8221;</p></blockquote>
<p>ผ้าบังสุกุล คือผ้าที่เขาทิ้งแล้ว ไม่ใช้แล้ว เช่นผ้าห่อศพ หรือผ้าเปื้อนฝุ่น<span id="more-384"></span></p>
<ul>
<li>
<h2>2 เหมือนการกินน้ำในสระน้ำที่มีสาหร่ายปกคลุม</h2>
</li>
<li>(มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ (แต่) วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์)</li>
</ul>
<blockquote><p>&#8220;สระน้ำที่ถูกสาหร่ายและแหนคลุมไว้บุรุษผู้เดินทางร้อนอบอ้าว เหนื่อยอ่อน  ระหายน้ำ เขาลงสู่สระน้ำนั้น<span style="color:#000000;"> <span style="text-decoration:underline;">แหวกสาหร่ายและแหนด้วยมือทั้งสองแล้ว กอบน้ำขึ้นดื่มแล้วพึงหลีกไป</span></span> ฉันใด ; ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">วาจาไม่บริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา เธอ<span style="color:#000000;">ไม่พึงใส่ใจ</span>ในส่วนนั้นในสมัยนั้น ส่วนความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">กายบริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา  <span style="color:#000000;">เธอพึงใส่ใจ</span>ในส่วนนั้นในสมัยนั้น ฉันนั้น    เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนี้อย่างนี้</p></blockquote>
<ul>
<li>
<h2>3 เหมือนการกินน้ำน้อยในรอยโค</h2>
</li>
<li>(มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ แต่ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร)</li>
</ul>
<blockquote><p>&#8220;น้ำเล็กน้อยมีอยู่ในรอยโค  บุรุษผู้เดินทางร้อนอบอ้าวเหนื่อยอ่อน  ระหายน้ำ   เขาพึงเกิดความคิดอย่างนี้ว่า   &#8216;น้ำเล็กน้อยมีอยู่ในรอยโคนี้   ถ้าเราจะกอบขึ้นดื่มหรือใช้ภาชนะตักขึ้นดื่มไซร้    เราก็จักทำน้ำนั้นให้  ไหวบ้าง   ให้ขุ่นบ้าง   ให้ไม่เป็นที่ควรดื่มบ้าง   ถ้ากระไรเราพึงคุกกเข่าก้มลงดื่มน้ำอย่างโคดื่มน้ำแล้วหลีกไปเถิด&#8217;  <span style="color:#000000;"><span style="text-decoration:underline;">เขาคุกเข่าก้มลงดื่มน้ำอย่างโคดื่มน้ำแล้วหลีกไป</span></span> แม้ฉันใด ; ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">กายไม่บริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา เธอ<span style="color:#000000;">ไม่พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นสมัยนั้น แม้ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">วาจาไม่บริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา <span style="color:#000000;">เธอก็ไม่พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นในสมัยนั้น  แต่การ<span style="color:#000000;">ได้ทางสงบใจได้ความเลื่อมใส</span>โดยกาลอันสมควรส่วนใดของเขา เธอ<span style="color:#000000;">พึงใส่ใจส่วนนั้น</span>ในสมัยนั้น    ฉันนั้น  เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้นอย่างนี้&#8221;</p></blockquote>
<ul>
<li>
<h2>4 เหมือนสงสารคนป่วยไม่สบาย</h2>
</li>
<li>(มีความประพฤติทางกาย<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ วาจา<span style="color:#ff0000;">ไม่</span>บริสุทธิ์ และ <span style="color:#ff0000;">ไม่ได้</span>ความสงบทางใจ<span style="color:#ff0000;"> ไม่ได้</span>ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร)</li>
</ul>
<blockquote><p>&#8220;บุรุษผู้อาพาธ  มีทุกข์   เป็นไข้หนัก เดินทางไกลแม้ข้างหน้าเขาก็มีบ้านอยู่ไกล แม้ข้างหลังเขาก็มีบ้านอยู่ไกล เขาไม่พึงได้อาหารที่สบาย (ถูกโรค)  เภสัชที่สบาย  ผู้พยาบาลที่สมควร  และผู้นำทางไปสู่บ้าน บุรุษบางคนผู้เดินทางไกลพึงเห็นเขา <span style="color:#000000;"><span style="text-decoration:underline;">บุรุษนั้นพึงเข้าไปตั้งความกรุณาความเอ็นดู</span></span> ควานอนุเคราะห์ในเขาว่า   &#8216;โอ   คน  ๆ นี้พึงได้อาหารที่สบายเภสัชที่สบาย   ผู้พยาบาลที่สมควร   และผู้นำทางไปสู่บ้าน&#8217;   ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะเหตุว่า  <span style="color:#000000;"><span style="text-decoration:underline;">คน ๆ นี้อย่าถึงความพินาศฉิบหาย  ณ ที่นี้เลย</span></span> แม้ฉันใด; เธอ พึงเข้าไปตั้งความกรุณา   ความเอ็นดู   ความอนุเคราะห์  ในบุคคลแม้เห็น ปานนี้ว่า   โอท่านผู้นี้พึงละกายทุจริตแล้ว  อบรมกายสุจริต  พึงละวจีทุจริตแล้ว อบรมวจีสุจริต  พึงละมโนทุจริตแล้ว   อบรมมโนสุจริต     ข้อนั้นเพราะเหตุไร  เพราะเหตุว่า  ท่านผู้นี้เมื่อตายไปแล้ว   อย่าเข้าถึงอบาย   ทุคติ   วินิบาต  นรก ฉันนั้น   เธอพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้นอย่างนี้&#8221;</p></blockquote>
<ul>
<li>
<h2>5 เหมือนเล่นน้ำในสระน้ำใสเย็น</h2>
</li>
<li>(มีความประพฤติทางกายบริสุทธิ์ และ วาจาบริสุทธิ์ และ ได้ความสงบทางใจ ได้ความเลื่อมใสโดยกาลอันสมควร)</li>
</ul>
<blockquote><p>&#8220;สระน้ำที่มีน้ำใส  มีน้ำอร่อยดี  มีน้ำเย็น  มีน้ำขาว    มีท่าน้ำราบเรียบ  น่ารื่นรมย์ดาดาษไปด้วยต้นไม้พันธุ์ต่าง ๆ บุคคลผู้เดินทางร้อนอบอ้าว  เหนื่อย  อ่อน กระหายน้ำ   เขาพึงลงสู่สระน้ำนั้น    อาบบ้าง   ดื่มบ้าง แล้วขึ้นมานั่งบ้าง  นอนบ้าง ที่ร่มไม้ใกล้สระน้ำนั้น    แม้ฉันใด ; แม้ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">กายบริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา   เธอ<span style="color:#000000;">พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นในสมัยนั้น    แม้ ความประพฤติทาง<span style="color:#000000;">วาจาบริสุทธิ์</span>ส่วนใดของเขา     เธอพึงใส่ใจส่วนนั้นในสมัยนั้น    แม้การ<span style="color:#000000;">ได้ทางสงบใจ   ได้ความเลื่อมใสโดยการอันสมควร</span> ส่วนใดของเขา  เธอ<span style="color:#000000;">พึงใส่ใจ</span>ส่วนนั้นในสมัยนั้น    ฉันนั้น     ภิกษุพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้นอย่างนี้&#8221;</p></blockquote>
<h2><em>ทักษิณ </em>แม้ว่าเขาจะดีจริงหรือไม่ดีจริง เราก็ไม่ควรอาฆาตเขา <em>อภิสิทธิ์ </em>แม้เขาจะดีจริงหรือไม่ดีจริง เราก็ไม่ควรอาฆาตเขา ใครจะดีหรือไม่ดี ก็ไม่เป็นไร เพราะเราจะเป็นคนดี คนดีไม่อาฆาตใคร แม้ว่าเขาจะไม่ดีขนาดไหนก็ตาม กรรมใครก็กรรมมัน กรรมของเขาอย่าเอามาเป็นของเรา</h2>
<div align="right" style="float: right; padding: 5px 0px 0px 5px;"><a name="fb_share" type="button_count" share_url="http://puredhamma.com/2010/08/18/hatred-remover/"></a></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://puredhamma.com/2010/08/18/hatred-remover/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

