Abhiboono Bhikku

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘ฆราวาสธรรม’

มีลูก หรือ ไม่มีลูกดี?

In ฆราวาสธรรม on กรกฎาคม 21, 2009 at 6:16 pm

ในรายการศันสนีย์สนทนา ทางสถานีวิทยุ 106FM ระหว่างวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 0500-0530 ได้มีการพูดถึงภรรยาสามีคู่หนึ่งมีความคิดว่าไม่อยากมีบุตรเพราะเห็นว่าความเกิดเป็นทุกข์ จึงไม่ควรให้ใครเกิดมาเป็นทุกข์

พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสสอนว่าไม่ให้มีบุตรหรือให้มีบุตร คือไม่ฟันธงลงไปว่ามีดี หรือไม่มีดี โดยพุทธวัจนะ มีแต่ตรัสเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่ ที่เมื่อเป็นลูก หรือ เป็นมารดาบิดา ต้องมีหน้าทีต่อกันอย่างไร

แล้วสำหรับผู้ที่ยังไม่มีบุตร จะพิจารณาอย่างไรโดยใช้หลักพุทธวัจนะ ว่าจะมีลูกหรือไม่?

ง่าย ๆ ดังนี้ว่า

ไม่ควรมีบุตรเพราะเหตุสักว่า

  • หวังว่าลูกจะเลี้ยงเราตอบ
  • ได้เล่นกับลูกสนุกสนานตอนที่ลูกยังเป็นเด็ก
  • มีลูกไว้ใช้งาน
  • หวังว่าจะมอบสมบัติให้ลูกไว้ดูแลรักษาต่อ

ที่ไม่ควรมีด้วยเหตุนั้นเพราะว่า

  • ลูกอาจจะตายก่อนเรา
  • ลูกอาจจะติดยาเสพติด
  • ลูกอาจโตมาไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา

มีความเสี่ยงเพราะความไม่เที่ยงของสังสารวัฎ

ถ้าจะมีลูกควรมีลูกด้วยเหตุดังนี้คือ

  • มีความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้ให้
  • มีความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้อุปการะผู้อื่นก่อน
  • มีความสุขที่ทำให้เกิดหิริโอตัปปะ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
  • มีความสุขที่เกิดจากความรักความเมตตา
  • เป็นนิมิต(เครื่องหมาย) ของการทำความดีเพิ่มขึ้น

เพราะเหตุใดเล่า?

  • เพราะความสุขนั้นเป็นความสุขที่เกิดจากในภายใน
  • เป็นความสุขที่พระพุทธเจ้าให้เสพ
  • มีความเปลื่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นได้น้อยกว่า อันเนื่องมาจากป้จจัยภายนอก

อาตมาเคยเห็นผู้ชายบางคน หลังแต่งงานก่อนมีลูก ทำตัวผิดศีล กินเหล้าเมาเบียร์ แต่พอมีลูกเท่านั้น เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ขยันทำมาหากิน เลิกอบายมุขทุกอย่าง

ในขณะเดียวกัน ก็เคยเห็นผู้ชายที่เป็นอย่างตรงกันข้ามเป๊ะเลย คือพอมึลูกปุ๊ป ก็เริ่มสัมมะเรเทเมา ออกนอกลู่นอกทาง ไม่เอาลูกเมีย

การทำความดีมันมาจากข้างใน ไม่ใช่ข้างนอก “คนดีทำความดีง่ายอยู่แล้ว” โดยมี “ใจเป็นใหญ่ใจเป็นประทาน” หมายความว่า คนเราจะเริ่มทำความดีน่ะ ไม่ต้องรอให้มีลูกหรอก เริ่มทำได้เลย ถ้าต้องรอนั่นรอนี่ อันนี้เป็นข้ออ้างของกิเลอย่าไปหลงเชื่อมัน

ส่วนผู้ที่มีบุตร/บุตรีอยู่แล้ว ควรทำอย่างไร?

ก็ให้ทำหน้าที่ของมารดาบิดาดังนี้คือ

  1. ห้ามเสียจากบาป
  2. ให้ตั้งอยู่ในความดี
  3. ให้ศีกษาศิลปะ
  4. ให้มีคู่ครองที่สมควร
  5. มอบมรดกให้ตามเวลา

Human Condition

In English, ฆราวาสธรรม, ศรัทธา, สัมมาทิฐิ, ไม่อยู่ใน 5 เล่ม on มิถุนายน 17, 2009 at 5:26 pm

Just as mountains of solid rock,

Massive, reaching to the sky,

Might draw together from all sides,

Crushing all the four quarters –

So aging and death come

Rolling over living beings –

Read the rest of this entry »

ชีวิตคือทางเลือก

In ฆราวาสธรรม, สัมมาทิฐิ on พฤษภาคม 20, 2009 at 9:21 pm

ในชีวิตนี้เราจะต้องเจอสิ่งที่ชอบใจ และไม่ชอบใจ, สิ่งที่ชอบใจเรายกไว้ก่อน ลองมาดูสิ่งที่ไม่ชอบใจก่อนก็ได้

สิ่งที่ไม่ชอบใจ แน่นอนว่า มันเป็นทุกข์ ถ้าคุณเจอความทุกข์ แล้วจะเลือกที่จะทำกับมันอย่างไร? พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดังนี้ว่า

ภิกษุ ท.! ผลของทุกข์ เป็นอย่างไรเล่า ?

ภิกษุ ท.! บุคคลบางคนในโลกนี้ ถูกความทุกข์ชนิดใดครอบงำแล้ว มีจิตอันความทุกข์รวบรัดแล้วย่อมโศกเศร้า ย่อมระทมใจ คร่ำครวญ ตีอกร่ำไห้ ย่อมถึงความหลงใหล; หรือว่า ถูกความทุกข์ชนิดใดครอบงำแล้ว มีจิตอันความทุกข์รวบรัดแล้ว ย่อมถึงการแสวงหาที่พึ่งภายนอก ว่า “ใครหนอย่อมรู้วิธี เพื่อความดับไม่เหลือของทุกข์นี้ สักวิธีหนึ่ง หรือสองวิธี” ดังนี้.

ภิกษุ ท.! เรากล่าวว่า ความทุกข์มี (๑) ความหลงไหลเป็นผล หรือมิฉะนั้น ก็มี (๒) การแสวงหาที่พึ่งภายนอกเป็นผล. ภิกษุ ท.! นี้เรียกว่า ผลของทุกข์.

แล้วท่านจะเลือกอะไร? จะยอมหลงไปกับความทุกข์ที่เผิชญอยู่บัดนี้ หรือจะเลือกที่จะหาที่พึ่งภายนอก ว่า “ใครหนอย่อมรู้วิธี เพื่อความดับไม่เหลือของทุกข์นี้ สักหนึ่ง หรือสองวิธี”?

“You are Here to be Happy”

In ฆราวาสธรรม, ทั่วไป, สมาธิภาวนา, สัมมาทิฐิ on เมษายน 23, 2009 at 5:37 am

ลองพิจารณา โฆษณาชิ้นนี้ 90 วินาที เกี่ยวกับชายอายุ 102 ปี และ เด็กแรกเกิดในวันนั้น

The old man said

“Don’t waste your time on trivialities, go in pursuit of happiness because time run very fast.”

“อย่าไปมัวเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หรือ เรื่องขี้ปะติ๋ว เพราะเวลาไม่คอยใคร”

“The only thing you won’t like about life is that it will feel too short. You are here  to be Happy

Yes, you are here to be happy.

คนเราเมื่อเกิดมาควรแสวงหาความสุข ไม่ควรเสียเวลากับเรื่องไร้สาระขี้ปะติ๋ว

อะไรคือความสุข?

ความสุขมีสองอย่าง คือความสุขที่ควรเสพ และ ความสุขที่ไม่ควรเสพ

  1. ความสุขที่ไม่ควรเสพ คือ ความสุขที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น และ สัมผัสทางกาย คือขึ้นอยู่กับสิ่งเร้าภายนอกอันเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ยาก
  2. ความสุขที่ควรเสพ คือ ความสุขที่เกิดจากความสงบ คือสมาธิ เป็นความสุขทึ่เกิดจากในภายในคนอื่นเอาไปไม่ได้

อะไรคือเรื่องไรสาระขี้ประติ๋ว?

คือความโกรธ, ความเกลียด, ความมุ่งร้าย, ความขี้เกียจ, ความริษยา, ความมักโกรธ, ความลบหลู่คุณท่าน, แข่งดี ,โอ้อวด ,มีมารยา, กระด้าง ,ว่ายาก, ประมาท, มีมิตรชั่ว, เพ้อเจ้อ, พูดเท็จ, ส่อเสียด, ขี้ขโมย, เบียดเบียน, ฆ่าสัตว์, ไม่มีศร้ทธา, มีสติหลงลืม, ปัญญาทราม, ยึดติด ฯลฯ

ชีวิตนี้สั้นนัก ไม่ควรเสียเวลากับเรื่องขี้ปะติ๋ว แล้วแสวงหาความสุขทึ่ควรเสพเถิด

ถึงสามี

In ฆราวาสธรรม, สัมมากัมมันตะ on เมษายน 18, 2009 at 9:41 am

ถ้าคุณเป็นผู้ที่กำลังจะแต่งงาน โปรดทำความมั่นใจซะก่อนว่าคุณสามารถทำสิ่ง ๕​ อย่างต่อไปนี้ได้

ถ้าทำไม่ได้ คนที่คุณกำลังจะแต่งงานด้วย จะกลายเป็น “ภัย” อันใหญ่หลวงในอนาคต

ถ้าคุณเป็นสามีแล้ว (คือมีภรรยาแล้ว) ไม่ว่าเรื่่องอดีตจะเป็นมาอย่างไร คุณก็ต้องทำส่ิง ๕ อย่างต่อไปนี้ให้ได้

ถ้าทำไม่ได้ ภรรยาของคุณจะเป็น “ภัย” ข้างเตียงอันใหญ่หลวงได้

ห้าอย่างคืออะไรเล่า? ห้าอย่างคือ

๑ ยกย่องเธอ
๒ ไม่ดูหมิ่นเธอ
๓ ไม่ประพฤตินอกใจเธอ
๔ มอบความเป็นใหญ่ในหน้าที่ให้เธอ
๕ ให้เครื่องประดับแก่เธอ

การที่ผู้ชายคนใดคนหนึ่งจะทำสิ่งห้าอย่างนี้กับผู้หญิงคนหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องหนักหนาเลยไม่ว่าคุณจะรักผู้หญิงคนนั้นมากหรือน้อยหรือไม่รักก็ตาม ทำห้าอย่างนี้ได้ง่ายๆ แค่ทำตามหน้าที่ของสามี

ไม่ว่าเธอผู้นั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม เมื่อคุณทำได้เช่นนี้แล้วความเป็น “ภัย” ก็จะไม่เกิด ผู้หญิงคนนั้นก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นผู้มีภัยแก่ครอบครัว

เมื่อคุณ ยกย่องเธอ, เธอก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นภัยในครอบครัว

เมื่อคุณ ไม่ดูหมิ่นเธอ, เธอก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นภัยในครอบครัว

เมื่อคุณ ไม่ประพฤตินอกใจเธอ, เธอก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นภัยในครอบครัว

เมื่อคุณ มอบความเป็นใหญ่ในหน้าที่ให้เธอ, เธอก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นภัยในครอบครัว

เมื่อคุณ ให้เครื่องประดับแก่เธอ, เธอก็จะเป็นความเกษม ไม่เป็นภัยในครอบครัว.