ในรายการศันสนีย์สนทนา ทางสถานีวิทยุ 106FM ระหว่างวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 0500-0530 ได้มีการพูดถึงภรรยาสามีคู่หนึ่งมีความคิดว่าไม่อยากมีบุตรเพราะเห็นว่าความเกิดเป็นทุกข์ จึงไม่ควรให้ใครเกิดมาเป็นทุกข์
พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสสอนว่าไม่ให้มีบุตรหรือให้มีบุตร คือไม่ฟันธงลงไปว่ามีดี หรือไม่มีดี โดยพุทธวัจนะ มีแต่ตรัสเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่ ที่เมื่อเป็นลูก หรือ เป็นมารดาบิดา ต้องมีหน้าทีต่อกันอย่างไร
แล้วสำหรับผู้ที่ยังไม่มีบุตร จะพิจารณาอย่างไรโดยใช้หลักพุทธวัจนะ ว่าจะมีลูกหรือไม่?
ง่าย ๆ ดังนี้ว่า
ไม่ควรมีบุตรเพราะเหตุสักว่า
- หวังว่าลูกจะเลี้ยงเราตอบ
- ได้เล่นกับลูกสนุกสนานตอนที่ลูกยังเป็นเด็ก
- มีลูกไว้ใช้งาน
- หวังว่าจะมอบสมบัติให้ลูกไว้ดูแลรักษาต่อ
ที่ไม่ควรมีด้วยเหตุนั้นเพราะว่า
- ลูกอาจจะตายก่อนเรา
- ลูกอาจจะติดยาเสพติด
- ลูกอาจโตมาไม่เป็นที่รักที่พอใจของเรา
มีความเสี่ยงเพราะความไม่เที่ยงของสังสารวัฎ
ถ้าจะมีลูกควรมีลูกด้วยเหตุดังนี้คือ
- มีความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้ให้
- มีความสุขที่เกิดจากการเป็นผู้อุปการะผู้อื่นก่อน
- มีความสุขที่ทำให้เกิดหิริโอตัปปะ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
- มีความสุขที่เกิดจากความรักความเมตตา
- เป็นนิมิต(เครื่องหมาย) ของการทำความดีเพิ่มขึ้น
เพราะเหตุใดเล่า?
- เพราะความสุขนั้นเป็นความสุขที่เกิดจากในภายใน
- เป็นความสุขที่พระพุทธเจ้าให้เสพ
- มีความเปลื่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นได้น้อยกว่า อันเนื่องมาจากป้จจัยภายนอก
อาตมาเคยเห็นผู้ชายบางคน หลังแต่งงานก่อนมีลูก ทำตัวผิดศีล กินเหล้าเมาเบียร์ แต่พอมีลูกเท่านั้น เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ขยันทำมาหากิน เลิกอบายมุขทุกอย่าง
ในขณะเดียวกัน ก็เคยเห็นผู้ชายที่เป็นอย่างตรงกันข้ามเป๊ะเลย คือพอมึลูกปุ๊ป ก็เริ่มสัมมะเรเทเมา ออกนอกลู่นอกทาง ไม่เอาลูกเมีย
การทำความดีมันมาจากข้างใน ไม่ใช่ข้างนอก “คนดีทำความดีง่ายอยู่แล้ว” โดยมี “ใจเป็นใหญ่ใจเป็นประทาน” หมายความว่า คนเราจะเริ่มทำความดีน่ะ ไม่ต้องรอให้มีลูกหรอก เริ่มทำได้เลย ถ้าต้องรอนั่นรอนี่ อันนี้เป็นข้ออ้างของกิเลส อย่าไปหลงเชื่อมัน
ส่วนผู้ที่มีบุตร/บุตรีอยู่แล้ว ควรทำอย่างไร?
ก็ให้ทำหน้าที่ของมารดาบิดาดังนี้คือ
- ห้ามเสียจากบาป
- ให้ตั้งอยู่ในความดี
- ให้ศีกษาศิลปะ
- ให้มีคู่ครองที่สมควร
- มอบมรดกให้ตามเวลา