เมื่อวันก่อน มีลมพัดแรงที่วัดป่าดอนหายโศก ทำให้นึกถึงพระสูตรนี้ ที่ พระพุทธเจ้า ได้ตรัสไว้ว่า
“Bhikkhus, just as various winds blow in the sky: winds from the east, winds from the west, winds from the north, winds from the south, dusty winds and dustless winds, cold winds and hot winds, mild winds and strong winds; so too, various feelings arise in this body: pleasant feeling arises, painful feeling arises, neither-painful-nor-pleasant feeling arises.”
Just as many diverse winds
Blow back and forth across the sky,
Easterly winds and westerly winds,
Northerly winds and southerly winds,
Dusty winds and dustless winds,
Sometimes cold, sometimes hot,
Those that are strong and others mild-
Winds of many kinds that blow;So in this very body here
Various kinds of feelings arise,
Pleasant ones and painful ones,
And those neither painful nor pleasant.But when a bhikkhu who is ardent
Does not neglect clear comprehension,
Then that wise man fully understands
Feelings in their entirety.Having fully understood feelings,
He is taintless in this very life.
Standing in Dhamma, with the body’s breakup,
The knowledge-master cannot be reckoned.
ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนลมต่างชนิด พัดไปแม้ในอากาศ คือ ลมทิศตะวันออกบ้าง ลมทิศตะวันตกบ้าง ลมทิศเหนือบ้าง ลมทิศใต้บ้าง ลมมีธุลีบ้าง ลมไม่มีธุลีบ้าง ลมหนาวบ้าง ลมร้อนบ้าง ลมอ่อนบ้างลมแรงบ้าง ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย เวทนาต่างชนิดย่อมเกิดขึ้นในกายนี้ฉันนั้นเหมือนกันแล คือ สุขเวทนาบ้าง ทุกขเวทนาบ้าง อทุกขมสุขเวทนาบ้าง ฯ
พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถา ประพันธ์ต่อไปอีกว่า
เปรียบเหมือนลมมากมายหลายชนิด
พัดไปในอากาศคือ บางครั้ง
ลมทิศตะวันออกบ้าง บางครั้งทิศตะวันตกบ้าง
บางครั้งทิศเหนือบ้าง บาง ครั้งทิศใต้บ้าง
บางครั้งมีธุลีบ้างบางครั้งไม่มีธุลีบ้าง
บางครั้งลมหนาวบ้าง บางครั้งลมร้อนบ้าง
บางครั้งลมแรงลมอ่อนบ้าง ฉันใดเวทนาย่อมเกิดขึ้น
ในกายนี้ ฉันนั้นเหมือนกัน
คือสุขเวทนาบ้าง ทุกขเวทนาบ้าง
อทุกขมสุขเวทนาบ้างเมื่อใดภิกษุมีความเพียร
รู้สึกอยู่ เข้านิโรธ
เมื่อนั้นเธอผู้เป็นบัณฑิต
ย่อมกำหนดรู้เวทนา ได้ทุกอย่างภิกษุนั้นกำหนดรู้เวทนาแล้ว
เป็นผู้ไม่มีอาสวะ
ตั้งอยู่ในธรรม เรียนจบพระเวทในปัจจุบันเพราะกายแตก
ย่อมไม่เข้าถึงซึ่งบัญญัติ ฯ

นับได้ว่าเป็นบุญชีวิตอย่างยิ่งที่ตื่นเช้าๆได้ฟัง ธรรมะจากพระอาจารย์ ฟังจากคลื่น สวท.เพชรบูรณ์
ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์อย่างยิ่งค่ะ และขอฝากคำถาม ว่า เวลาพระบิณฑบาตรและโยมใส่บาตรนั้น พระมีการพุดคุย หรือควรสำรวมนิ่งเงียบถึงจะถูกต้องค่ะ
สาธุๆๆ สวท. เพชรบูรณ์ คลื่นอะไรล่ะ? FM xx MHz?
อันนี้จะตอบให้ในรายการน่ะ
สาธุ
ช่วงนี้ผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือธรรมะมากขึ้นขอรับ
บังเอิญได้อ่านเรื่องเวทนาเป็นพื้นนิดๆหน่อยครับ
แต่ก็ทำให้พอจะเข้าใจบ้างในเรื่องลมที่ท่านพระอาจารย์ได้สอนสั่งครับ
ผมก็ตั้งเป้าหมายไว้ครับว่า จะพยายามเห็นรู้เวทนา ที่เกิดและดับไปให้มากขึ้นๆ
เดี๋ยววันนี้ก็ต้องกลับไป กทม. ทำงาน
นึกหวั่นเหมือนกันครับว่า..
กำลังใจในการฝึกตัวรู้จะลดน้อยถอยลง
แต่ก็พยายามจะเรียกสติกลับมาเสมอๆครับ
หลายครั้งมากครับ ที่ผ่านมาผมต้องฝืนจิตใจตนเอง
คืออดทนไม่ให้กลายเป็นทาสของกิเลสเดิมๆ
ก็เห็นผลครับ ตามที่พระอาจารย์ได้เคยสอนไว้
ใน podcast ที่พูดถึงการอดทนแล้วจะทำให้จิตเรา
มีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ…
ตอนนี้จิตสำนึกผม สำนึกอยู่ขึ้นมาว่า
พระพุทธศาสนาเป็นทางสายเอกจริงๆในชีวิตของผม
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ…
อดทน จะทำให้เข้าสมาธิได้ง่าย