ตอนที่ 8 มาแล้ว. ยังเกี่ยวกับเรื่องสติอยู่มากด้วย
download ได้ที่นี่
http://www.archive.org/download/Puredhamma_Podcast/PuredhammaPodcastEpisode8.mp3
ตอนที่ 8 มาแล้ว. ยังเกี่ยวกับเรื่องสติอยู่มากด้วย
download ได้ที่นี่
http://www.archive.org/download/Puredhamma_Podcast/PuredhammaPodcastEpisode8.mp3
กราบนมัสการภันเตพระอาจารย์ไพบูลย์ พร้อมทั้งคุณหมอณัฐพงศ์ และทีมงานทุกคนนะค่ะ
โยมต้องการทราบเรื่องจิตเพิ่มเติมค่ะว่า ทำไมผู้ที่ป่วยทางจิตถึงห้ามไม่ให้ปฏิบัติธรรมค่ะ
แล้วถ้าบุคคลนั้น ต้องทานยารักษาตลอดชีวิต กรณีนี้จะมีวิธีไหนที่จะช่วยบุคคลนั้นได้บ้างค่ะ
เพราะปัจจุบันนี้ มีคนที่ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลมากมายที่ยังรักษาไม่หาย ถ้าบุคคลเหล่านั้นเสียชีวิตในขณะที่จิตยังป่วยอยู่ กรณีนี้เท่ากับว่าจิตสุดท้ายต้องส่งไปอบาย จึงเกิดความสงสัยดัง ที่ได้กราบเรียนไว้ข้างต้นค่ะ
กราบขอความเมตตาจากภันเตพระอาจารย์ไพบูลย์ ช่วยเปิดธรรมให้โยมหายสงสัยด้วยนะค่ะ
กราบนมัสการลาภันเตพระอาจารย์ไพบูลย์ พร้อมทั้งคุณหมอณัฐพงศ์ และทีมงานทุกคนไว้ ณ โอกาส นี้ด้วยค่ะ กราบนมัสการค่ะ
จะตอบให้ในตอนที่ 20 น่ะ เพราะตอนที่ 19 ทำผ่านไปแล้ว
อ้าวลืมตอบไปตอนที่ 20. ตอบให้แล้วในตอนที่ 21. download ได้ที่หน้า Episode 21
กราบนมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์ และขอสวัสดีคุณหมอณัฐพงษ์ครับ
ผมมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องการทำอานาปานสติครับ
พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า
======================================
เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้ายาว, เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกยาว;
เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจเข้าสั้น, เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่าเราหายใจออกสั้น;
ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่า “เราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวง หายใจเข้า”, ว่า “เราเป็นผู้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งกายทั้งปวง หายใจออก” ;
ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่า “เราเป็นผู้ทำกายสังขารให้รำงับอยู่ หายใจเข้า”, ว่า “เราเป็นผู้ทำกายสังขารให้รำงับอยู่ หายใจออก” ;
ภิกษุ ท. ! สมัยนั้น ภิกษุนั้นชื่อว่า เป็นผู้ตามเห็นกายในกายอยู่เป็นประจำ เป็นผู้มีความเพียรเผากิเลสมีสัมปชัญญะ มีสติ นำอภิชฌาและโทมนัสในโลกออกเสียได้.
=============================
อยากจะเรียนถามว่า
1. คำว่า “ย่อมทำการฝึกหัดศึกษาว่า” แปลว่าอะไรครับ
2. ถ้าเราปฏิบัติตามพระสูตรนี้แปลว่าทุกลมหายใจเข้าออกเราต้องรู้ว่าตอนนั้นเราหายใจเข้าหรือออก รู้ด้วยว่ายาวหรือสั้น รู้พร้อมในร่างกายของเราให้ทั่ว และทำกายให้รำงับ ทั้งหมดนี้พร้อมๆ กันหรือครับ มันดูเยอะจนเหมือนกับเราไม่สามารถทำได้ทั้งหมดพร้อมๆ กัน
3. ยังมีพระสูตรอื่นๆ ในทำนองเดียวกันนี้สำหรับ เวทนานุปัสสนา จิตตานุปัสสนา และ ธัมมนานุปัสสนา ถ้าจะทำสติปัฐฐาน เข้าใจว่าเราเลือกทำหมวดใดหมวดหนึ่งก็พอใช่ไหมครับ เป็นแบบว่าวันนี้ฉันจะทำหมวดกายนะ วันพรุ่งนี้ฉันจะทำหมวดเวทนานะ หรือแบบนั่งสมาธิไปสักพักเปลี่ยนจากหมวดกาย เป็นหมวดจิต เพราะหมวดกายฉันทำเยอะแล้ว แล้วสักพักเปลี่ยนเป็นหมวดอื่นอีก ผมคิดว่าที่อธิบายมานี้ยังไม่น่าจะถูกต้องสักทีเดียว ขอพระอาจารย์ช่วยแนะนำด้วยครับ
4. พระอาจารย์มักบอกเสมอๆ ว่าเราฟังธรรมไป เราก็มีสติรู้ลมหายใจไปด้วยนะ ผมยังสงสัยว่าถ้าเราฟังอยู่สติมันก็ควรจะอยู่กับสิ่งที่เราฟังไม่ใช่หรือครับ ไม่ควรจะไปอยู่กับลมหายใจ รบกวนพระอาจารย์ช่วยไขข้อข้องใจด้วยครับ
จะตอบให้ในตอนที่ 20 น่ะ
กราบนมัสการพระอาจารย์
ฟังประเด็นเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน ที่พระอาจารย์นำมาอธิบายประกอบกับอาณาปานสติ อธิบายเกี่ยวกับผัสสะ สังขารที่เกี่ยวกับผัสสะ และเวทนาที่เกิดขึ้น รู้สึกละเอียดลึกซึ้ง ต้องทำความเข้าใจทบทวนมากพอสมควร
มาคิดถึงที่พระพุทธองค์ตรัสกับพระพาหิยะ ที่ว่า “เมื่อเห็นจักเป็นสักว่าเห็น เมื่อฟังจักเป็นสักว่าฟัง เมื่อทราบ…เมื่อรู้แจ้งจักเป็นสักว่ารู้แจ้ง” เข้าใจว่าอันนี้พระองค์ท่านสอนให้มีสติ แล้ววางตรงที่ผัสสะเกิดใช่หรือไม่ เพื่อไม่ให้มีการเกิดต่อเนื่องทั้งสังขาร-ตริตรึกที่จะเกิดจากผัสสะนั้น และทั้งเวทนาที่จะเกิดจากผัสสะนั้น ใช่หรือไม่
อีกประเด็น ขอเดาว่า เหตุที่คนมานั่งสังเกตลม (เหตุเกิดของอาณาปาฯ) ที่พระอาจารย์ถามทิ้งท้ายไว้ คือ วิริยะ ความเพียร น่าจะเป็นเหตุที่ใกล้ที่สุดที่จะทำให้เกิดการเจริญอาณาปาฯ
กราบนมัสการและกราบขอบพระคุณ
ผู้ศึกษาปฏิบัติ
ขอสนทนาต่อเนื่องจากการโพสครั้งที่แล้วนะคะ
ตอนนี้กำลังอ่านและพิจารณา เกี่ยวกับ อานาปานสติ
ที่เป็นบทสวดมนต์ในหนังสือ “สาธยายธรรม” ของวัดนาป่าพง จัดพิมพ์
แล้วก็นำมาโยงว่า … น่าจะเป็นส่วนของการปฏิบัติ เพื่อเจริญสัมมาสติ
ใน มรรค มีองค์แปด
ได้ฟังการขยายความข้อธรรม อานาปานสติ ในครั้งนี้ ก็ดูเหมือน
กำลังคิดถูกเรื่อง ถูกจังหวะ กับรายการ เปิดธรรมที่ถูกปิด ภาค online
ที่พระอาจารย์นำมาออกรายการ ตอบตรงคำถาม และเสริมความเข้าใจในธรรม
แบบตรงประเด็นในหัวข้อที่กำลังออกอากาศคือ สัมมาสติ
กราบนมัสการขอบพระคุณ ที่โปรดเมตตาชี้แนะเจ้าค่ะ
เข้าใจว่า น่าจะมีโอกาสสอบผ่านวุฒิขั้นต่ำอริยบุคคล
ได้เข้าทำงานใน บริษัท นิพพาน (ไม่จำกัดมหาชน)
แล้วจะฝึกซ้อมกระทำให้มาก ซึ่งอานาปานสติไว้เนื่อง ๆ ค่ะ
มณีเนตร :>
กราบนมัสการพระอาจารย์ และสวัสดีคุณหมอณัฐพงศ์ค่ะ
ทิ้งท้ายของตอนนี้ที่ว่า “อะไรเป็นเหตุของอานาปานสติ”
ความเห็นส่วนตัวคือ ความเพลิน หลงลืม (นันทิ) … เป็นเหตุให้ต้อง
เจริญอานาปานสติ ในสติปัฏฐานทั้งสี่ ค่ะ
รอฟังเฉลยในอาทิตย์นะคะ
มณีเนตร :>
เฉลยอยู่ที่นี่ http://puredhamma.com/2011/03/10/podcast-9