ประวัติผู้วายชน

นี้เป็นประวัติย่อ คุณแม่ทัสดา เขมะนันทะกุล ท่ีอ่านในงาน ประชุมเพลิง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา อ่านโดย คุณกฤต บุศยารักษ์ บุตรชายคนเล็ก ของคุณแม่ทัสดา

ในการนี้ ต้องขอขอบกราบขอบพระคุณในความเมตตาของพระคุณเจ้าประคุณ “สมเด็จพระวันรัต” วัดบวรนิเวศวิหาร ที่เสด็จมาเป็นประทานในพิธีประชุมเพลิงในครั้งนี้

======================

“คุณแม่ทัสดา เขมะนันทกุล หรือ นางปึง เสียบ เอ็ง เป็นบุตรี คนที่ 2 ของ นายบักเคี้ยง แซ่ปึง และ นางลั่งเฮียง แซ่อึ้ง เกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พุทธศัการาช 2490 มีพี่น้องร่วมสายเลือดด้วยกัน 5 คน คือ นางเซี่ยมไน้ แซ่ปึง อายุ 75 ปี, นายกิมเซี้ย แซ่ปึง ถึงแก่กรรมแล้ว, นางสุรีรัตน์ ตั่งเด่นไพศาล อายุ 56 ปี, นายธนาคม เขมะนันทะกุล อายุ 58 ปี และ นายสิทธิชัย เขมะนันทะกุล อายุ 53 ปี”

“คุณแม่ทัสดา เขมะนันทะกุล ได้สมรสกับ คุณพ่อ อนันต์ บุศยารักษ์ เมื่อปี พุทธศักราช 2511 และได้ถือกำเนิดบุตร/ธิดา รวม 5 คน คือ นางสาวศิโสภา บุศยารักษ์ อายุ 40 ปี, นางสาวนฤดี บุศยารักษ์ อายุ 39 ปี, นางนีรนุช ดีวิเศษภัณฑ์ อายุ 39 ปี, พระไพบูลย์ อภิปุณโณ อายุ 35 ปี, นายกฤต บุศยารักษ์ อายุ 34 ปี”

“เนื่องจากการที่คุณแม่ทัสดา ฯ ได้ถือกำเนิดในครอบครัวชาวจีนแต้จิ๋ว ที่เข้ามาพึงพระบรมโพธิสมภาร ในประเทศไทย จึงทำให้ได้มีการอบรมบ่มนิสัยให้เป็นผู้มีพื้นฐานของความเป็นคนกตัญญูกตเวที, มีความขยันหม่ันเพียรในการประกอบกิจการงาน และอดทน”

“คุณแม่ทัสดา มีความสามารถในการประกอบอาหารเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหวาน โดยเฉพาะอย่างย่ิง ขนมเปี้ย จนเป็นที่ติดอกติดใจในบรรดาหมู่ญาติ มิตร ทำให้เป็นที่มาของการริเร่ิมประกอบธุรกิจขนมเปี้ย ภายใต้เครื่องหมายการค้า “หงส์ทองขนมเปี๊ย””

“และเนื่องจากความที่เป็นคนช่างสังเกตุ รอบคอบมีความคิดสร้างสรรค์ ทำให้มีการปรับปรุงและพัฒนาขนมสูตรใหม่ๆ อยู่เสมอ จนเป็นที่ชื่นชอบพึงพอใจของบรรดาลูกค้าเป็นอย่างย่ิง และประกอบกับการที่เป็นคนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก, ซื่อสัตย์, เป็นคนตรงเป็นคนสะอาด และ ประหยัดมัธยัส ทำให้ธุรกิจประสบความก้าวหน้าสำเร็จผล สามารถเลี้ยงดูครอบครัว ผ่านวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ดำเนินมาได้กว่า 20 ปี”

“คุณแม่ทัสดายังเป็นคนใส่ใจในเรื่องการศึกษาอย่างมากเพราะถึงแม้ตัวท่านเอง จะไม่ได้รับการศึกษาภาคบังคับอย่างเป็นทางการเนื่องจากกิจหน้าที่การงานในปฐมวัย แต่ก็ได้มีความสนใจศึกษาด้วยตนเองในด้านภาษาศาสตร์คือภาษาไทย/ภาษาจีน และ ดนตรีคือการร้องเพลง ในภาคค่ำหรือในเวลาว่าง เป็นประจำอยู่่เสมอ และได้สนับสนุนส่งเสียให้บุตร/ธิดาทุกคน เป็นผู้ได้รับการศึกษาในระบบ จนถึงระดับอุดมศึกษาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่าง ถูกต้อง สมบูรณ์ ซึ่งเป็นความภูมิใจของคุณแม่ทัสดาเป็นอย่างมาก”

“นอกจากนี้คุณแม่ทัสดา ยังเป็นคนที่มีพื้นฐานของบัณฑิต คือเป็นบุคคลที่มีจิตใจงาม เป็นคนใจกว้างโอบอ้อมอารี, มีมนุษยสัมพันธ์, เอื้อเฟี้อเผื่อแผ่ มีการให้บัน และรู้จักประมาณ”

“ด้วยคุณธรรมและอุปนิสัยดังกล่าว จึงทำให้คุณแม่ทัสดา เป็นที่เคารพรักของบรรดา บุตรธิดา ญาติสนิท มิตรสหาย, ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ใกล้ชิดทั้งหลายเป็นอย่างมาก”

“ตั่งแต่ไหนแต่ไร คุณแม่ ฯ เป็นคนที่ใส่ใจ ในเรื่องการสร้างกุศลบำเพ็ญบุญ ด้วยการให้ทาน ใส่บาตร ถือศีลกินเจ และสวดมนต์อยู่เสมอ จนในบั้นปลายของชีิวิต ได้มีความสนใจในเรื่องของธรรมะ คือได้รับการศึกษาและปฏิบัติในเรื่องของการฝึกจิตภาวนา อย่างถูกต้อง ตามหลักธรรมที่ประกาศไว้ดีแล้ว โดยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนได้เข้ารับการฝึกสมาธิวิปัสสนาในรูปแบบต่างๆ อยู่หลายครั้ง”

“คุณแม่ทัสดา ได้มีอาการป่วยด้วยโรคปอดอักเสบ อย่างกระทันหัน และได้เข้ารับรักษาตัว ในโรงพยาบาล ตั้งแต่ปลายเดือน สิงหาคม ที่ผ่านมา และ ได้ถึงแก่กรรมด้วยอาการอันสงบ ในวันที่ 22 ตุลาคม พุทธศักราช 2553 สิริรวมอายุ 63 ปี 3 เดือน”

“คุณงามความดี และ เกียรติภูมิ ตลอดจนหน้าที่ ในฐานะมารดา ฐานะภรรยา ฐานะเพื่อน ฐานะญาติ และฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ที่คุณแม่ ฯ ได้สร้างสมไว้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ได้เป็นเครืองบ่งบอกถึงคติที่ไปของท่าน การจากไปของท่าน เป็นการจากไปอย่างองอาจมีเกียรติ ถึงแม้รูปกายของคุณแม่จะได้สูญสิ้นไปในวาระแห่งการประชุมเพลิง แต่เกียรติยศอันท่านทำไว้ดีแล้วนี้ จะได้จารึกตราตรึงไว้ในก้นบึ้งแห่งหัวใจของพวกเราที่มีท่านเป็นที่เคารพรัก เพื่อให้เป็นเครื่องเตือนสติให้สร้างกุศลบำเพ็ญบุญทำความดีต่อไป.”

==========

และขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมเป็นเกียรติ แห่งคุณงามความดีที่คุณแม่ได้สร้างไว้ อันเป็นเครื่องป้องกันความขลาดของผู้ที่จะทำกาละ, และเมื่อผู้ใดได้สร้างความดีทางกาย/วาจา/ใจ อันเป็นเครื่องป้องกัน ความขลาดนี้ไว้ดีแล้ว ก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีลเป็นอย่างดี มีความดำริอันตั้งไว้แล้วด้วยดี ตามรักษาซึ่งจิตของตนเถิดดังนี้

ปล. ต่อไปนี้ ไม่มีอาหารที่โยมแม่ทำให้ฉันแล้ว ถึงแม้จะเป็นอาหารอันปราณีต ที่โยมแม่ทำ หรือ เป็นอาหารอันไม่ปราณีต ที่ได้จากการบิณบาตรตามมีตามได้ ก็ต้องพิจารณาแล้วจึงฉันอยู่ดี

Article written by

I'm a monk living in a secluded place of a forest monastery in the northeast of Thailand.

3 responses to “ประวัติผู้วายชน”

  1. toi

    กราบอนุโมทนา สาธุเจ้าค่ะ

  2. ตรีสุคนธ์ รัตนพัลลภ

    ในฐานะที่เกิดมา ได้รับโอกาสให้เป็นทั้งลูก และแม่ มีความซาบซึ้ง ในกตัญญุตาที่ท่านมีต่อโยมมารดาอย่างหาที่สุดมิได้ เปี่ยมสุขแทนคุณแม่ผู้จากไปจริง ๆ

  3. Nopdarunee Suthanintr

    กราบมนัสการท่านอาจารย์ที่เคารพ
    ขอโอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประวัติคุณแม่ทัสดา เขมะนันทะกุล,

    เนื่องด้วยโยมมีโอกาสได้พบคุณแม่ทัสดา ก่อนที่ท่านจะจากไปในระยะเวลาอันสั้น
    แต่ก็รู้สึกได้ว่าท่านเป็นอย่างที่ประวัติที่ได้อ่านมาข้างต้นนี้ แม้จะเป็นระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ได้รู้จักท่าน แต่เหมือนกับว่าได้รู้จักท่านมาเป็นระยะเวลานานทีเดียว

    บทความเรื่องประวัติของท่านงดงามและไพเราะมากค่ะ โดยเฉพาะบทลงท้ายที่บอกว่า “ต่อไปนี้ ไม่มีอาหารที่โยมแม่ทำให้ฉันแล้ว ถึงแม้จะเป็นอาหารอันปราณีต ที่โยมแม่ทำ หรือ เป็นอาหารอันไม่ปราณีต ที่ได้จากการบิณบาตรตามมีตามได้ ก็ต้องพิจารณาแล้วจึงฉันอยู่ดี”

    โยมทราบซึ้งคำพูดนี้มากเจ้าค่ะ มันบ่งบอกโยมว่า “Life must continue” ใช่ไหมเจ้าค่ะ