มรรค 8

ผู้ที่กำลังฝึกให้เห็นขันธ์ห้าโดยความเป็นอนัตตาอยู่
ย่อมเห็นนิพพานเป็นอนัตตา ;

แต่เมื่อวางขันธ์ห้าได้หมด
จึงจะเห็นว่านิพพานไม่ใช่ อนัตตา

ผู้ที่เห็นขันธ์ห้าโดยความเป็นอัตตาอยู่
ย่อมเห็นนิพพานเป็นอัตตา ;

แต่เมื่อวางขันธ์ห้าได้หมด
จึงจะเห็นว่านิพพานไม่ใช่ อัตตา

อนัตตาเป็นแค่คุณสมบัติของสิ่งของต่างๆ (รวมทั้งคนสัคว์ด้วย)

คนที่มีความเห็นว่านิพพาน เป็นอนัตตา ก็ถูกของเขา
เพราะเขายังยึดขันธ์ห้าโดยความเป็นอนัตตา

คนที่มีความเห็นว่านิพพานเป็นอัตตา ก็ถูกของเขา
เพราะเขายังยึดขันธ์ห้าโดยความเป็นอัตตา

ต่อเมื่อ ไม่ยึดขันธ์ทั้งห้าแล้ว ก็จะไม่มีความเห็นว่าเป็นอัตตาหรืออนัตตา เพราะความเป็นตัวตนและขันธ์ห้าทั้งหมดได้ถูกละแล้ว เป็นที่ ดินน้ำไฟลม ไม่หยั่งลงได้ เป็นสิ่งที่มีอยู่แต่ไม่ปรากฏการเสื่อม ดวงดาวต่างๆ ก็ไม่ส่องแสง แต่ความมืดก็ไม่ได้ปรากฏอยู่ ไม่สามารถไปถึงได้ด้วยการไป แต่มีทางปฏิบัติเข้ามาได้โดย รอบ

อัตตา/อนัตตา เป็น “ความเห็น” เป็น “คุณสมบัติ” ในนิพพานไม่มีความเห็น ไม่มีคุณสมบัติ

ถ้า จะพูดว่า “ไม่ใช่” อนัตตา/อัตตา ก็จะไม่ค่อยถูกบทพยัญชนะเท่าไหร่ ต้องบอกว่า นิพพาน ไม่มี “ความเห็น”ว่าเป็นอัตตาหรืออนัตตา คือ ความเห็นที่ว่าอัตตาหรืออนัตตา “ไม่หยั่งลงได้” “ไม่ปรากฏว่ามีอยู่ในนั้น”<== (พุทธวัจน–คำว่า”ไม่หยั่งลงได้)

แล้วนิพพานเป็น “สภาวะ” อะไรกันแน่?

นิพพานคือความดับไม่ เหลือแห่งทุกข์; แต่ “สภาวะ” ยังเป็นความทุกข์อยู่ เพราะ ยังมีการเปลี่ยนแปลงได้, ทำไมยังมีการเปลี่ยนแปลงได้? เพราะอะไรที่รับรู้ได้ทาง ตาหูจมูกลิ้นกายใจ (sensory) เปลี่ยนแปลงได้หมด ทำไมเปลี่ยนแปลงได้หมด? เพราะตาหูจมูกลิ้นกายใจ ไม่เที่ยง,

เรา ใช้อะไรรู้ความเป็นอัตตา/อนัตตา? ไม่ใช่ ตาหูจมูกลิ้นกายใจ พวกนี้เหรอ แสดงว่าอัตตา/อนัตตา ก็ไม่เที่ยง; อะไรที่ไม่เที่ยง อันนั้นไม่ใช่นิพพาน

การที่เราจะรับรู้อะไร ที่เที่ยงด้วยของที่ไม่เที่ยง มี ตาหูจมูกลิ้นกายใจ ของเราเป็นต้น เนี่ยเป็นไปไม่ได้เลย

พระพุทธเจ้า จึงบอกว่า “ไม่สามารถไปถึงได้ด้วยการมา การไป” แต่หนทางมีอยู่ นั่นคือทางแปด (มรรคแปด) “แต่มีทางปฏิบัติเข้ามาได้โดยรอบ”

สิ่งที่รับรู้ไม่ได้ด้วย ตาหูจมูกลิ้นกายใจ เนี่ยยากที่จะเข้าใจ และยากที่จะอธิบาย เป็นส่ิงที่เป็นอณูเห็นได้ยาก รู้ตามได้ยาก เป็นวิสัยของบัณฑิต ยากที่จะหยั่งลงได้ด้วยความตรึก

ส่ิงใกล้ตัวเรากว่าและ สามารสนใจตอนนี้เลยคือเรื่องมรรค 8. ดู รูปประกอบ

ให้สนใจนิดหน่อยก็แล้วกันว่านิพพานเป็นยังไง ว่าเป็นอัตตาหรืออนัตตา แต่ท่ี่แน่ๆ จุดที่เราอยู่เนี่ยคิดว่ามีอะไรไม่ดีบ้าง? มรรค8 พาเราไปถึงที่ ที่ไม่มิส่ิงนั้นได้.

ป่วยเหรอ? มรรค8 พาเราไปยังที่ๆไม่มีความป่วย ได้

ร้อนเหรอ? มรรค8 พาเราไปยังที่ๆไม่ร้อนได้

ฝนตกไม่ชอบ? มรรค8 พาเราไปยังที่ไม่มีฝนตกได้

จนเหรอ? มรรค8 พาเราไปยังที่ไม่มีความจนได้

แก่ เหรอ? มรรค8 พาเราไปยังที่ไม่มีความแก่ได้

เบื่อเหรอ? มรรค8 พาเราไปยังที่ไม่มีความเบื่อ ได้

รำคาญเหรอ? มรรค8 พาเราไปยังที่ไม่มีความรำคาญได้

เถียงกันเหรอ? มรรค8 พาเราไปยังที่ไม่มีการเถียงกันได้

ดีไหมล่ะ มรรค8

มรรค8 ไม่ให้เราเถึยงกัน เราก็อย่างเถียงกัน,มรรค8 ให้เราสามัคคีกัน เราก็สามัคคีกัน, มรรค8 ให้เราช่วยเหลือกัน เราก็ช่วยเหลือกัน ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ (ตามทางนี้) เมื่อถึงแล้วเราจะเข้าใจได้ว่านิพพานคืออะไรกันแน่

ปล. มีคนชอบเปรีบเทียบเกี่ยวกันเรื่องการเดินทางไปสถานที่บางแห่งที่ไม่เคยไป เมื่อพอรู้คร่าวๆ แล้วว่าสถานที่นั้นเป็นอย่างไร (ที่ไม่มีทุกข์) ส่ิงที่เราต้องทำต่อไปคือ ศึกษาเส้นการเดินทาง (มรรค8) อย่างละเอียดเพื่อจะได้ไม่หลงทาง.อันนี้สำคัญกว่า

ทุกข์

สมุทัย

นิโรธ

มรรค

เราถูกแวดล้อมด้วย ตัณหา และ มรรค ก็เลือกเอาแล้วกันว่าจะเอาอันไหน

ถ้าเลือก ตัณหา ก็จะด่ากัน เถียงกัน ยึดถือในความเห็น ลัทธิ นิกาย และครูบาอาจารย์ของตนๆ ก็วนต่อไปในสังสารวัฎ

ถ้าเลือก มรรค ก็สามัคคีกัน อดทน รักใคร่เอ็นดู ไม่เบียบเบียน มีเมตตาจิต ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไปสู่นิพพานได้

Article written by

I'm a monk living in a secluded place of a forest monastery in the northeast of Thailand.

10 responses to “มรรค 8”

  1. Boonchai

    กราบเรียนภันเต
    มีคนเถียงกันเรื่องนิพพานเป็นอัตตาหรืออนัตตา เยอะจริงๆครับ แล้วก็มีความศรัทธามากๆว่าตัวเองถูกและคนอื่นๆผิด ไม่ว่าใครจะยกเหตุผลยังไงก็ไม่ฟัง เถียงกันถึงที่หมายเอาเป็นเอาตายแต่จะไปถึงหรือเปล่ากลับไม่ค่อยมีคนเถียง มรรคที่ทำติดตรงไหนกลับไม่สนใจกัน ขอกราบอนุโมทนาสาธุกับคำตอบที่ภันเตแนะนำครับ

  2. ไท สันต

    ภาพประกอบชัดเจน ละเอียด เข้าใจง่ายดีมากครับ
    กราบขอบพระคุณ พระอาจารย์มากครับ

  3. suriya

    มีพระอาจารย์ บางท่านกล่าวว่า มรรค8 เรียกไม่ถูก ต้องเรียก ว่ามรรคมี องค์8
    ท่านว่ามรรค8 แปลว่าเส้นทางแปดสาย

    ที่จริง เส้นทางสายเดียว

    ประกอบด้วยองค์ หรือส่วนประกอบ 8 ประการ

    ด้วยความเคารพ

    1. Paul

      ตั้งแต่เด็กๆ เวลาได้ยินคำว่า “มรรคมีองค์แปด”
      ผมจะสงสัยว่า คำนี้ คือ
      [มรรคมี] + [องค์แปด] หรือ [มรรค] + [มีองค์แปด]

      ( คือ ผมไปสงสัยแบบเด็กๆ ว่า “มรรคมี” เป็น คำๆหนึ่งหรือเปล่า
      แต่ในความหมาย ผมไม่เคยสงสัยผิดไปว่า เป็นมรรคแปดทาง
      เพราะคำสอนของพุทธะก็ชัดเจนว่า เพื่อไปที่จุดหมายเดียว )

      พอโตมา ก็มารู้ว่า จริงๆคือ อย่างที่คุณ suriya ได้บอกไว้ข้างต้น
      แต่ผมรู้เพราะ การแปลจากภาษาอังกฤษกลับมาไทย
      ( The noble eightfold path )

      ทุกวันนี้ เวลาได้ยินคำว่า “มรรคแปด” หรือ “อริยมรรคมีองค์แปด”
      ผมก็รู้ว่า คือ “อริยมรรคอันมีองค์แปด” ทางเดียว จุดหมายเดียว

      ในความเห็นผม คำว่า มรรคแปด เป็นคำสั้นๆที่พูดให้เข้าใจกันเฉยๆ
      ซึ่งสำหรับชาวพุทธ เป็นเรื่องที่ควรจะรู้กันเป็นปกติแต่แรกอยู่แล้ว

  4. Chayapit

    กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ

  5. มณีเนตร พวงมณี

    ได้นำส่วนนี้มาพิจารณาอย่างเนื่อง ๆ แล้วค่ะ อยาก (ชนิดปล่อยวาง มีหรือปล่าวเจ้าคะ) รู้ผลว่ามันจะเป็นอย่างไร (เหมือนทดลองเล่น ๆ ) แค่ได้รู้สภาพ … อันเป็นผลจากการปฏิบัตินี้ ก็พอแล้ว
    ตอนนี้เหมือนมีหัวข้อวิจัยทางธรรมให้คิดเล่น ๆ ลองเล่น ๆ (แต่เพียรทำเนื่อง ๆ) ส่วนความรู้ทางโลกที่เรียนอยู่ไม่รู้จะเป็นอย่างไรเลยเจ้าค่ะ

    กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
    :>

  6. มณีเนตร พวงมณี

    เรื่องนี้เข้าใจยาก และทำยากเจ้าค่ะ
    ต้องลองดู จากตัวอย่างที่
    พระอาจารย์เปรียบเทียบ
    การเดินทางไปยังที่เราไม่รู้จัก
    ต้องศึกษาเส้นทาง ก็พอทำให้
    มองออกคร่าว ๆ ถึงสิ่งความหมาย
    ที่กล่าวมา

    กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
    :>

    1. Abhiboono Bhikku

      ใช่ การไปที่ที่ไม่เคยไป ส่ิงที่ต้องรู้ให้ทะลุก่อนไม่ใช่สิ่งที่เกี่ยวกับสถานที่นั้น แต่เป็นเส้นทางที่ต้องเดินทางไป เลี้ยวทางไหน หยุดตรงไหน เส้นทางเป็นอย่างไร ต้องทราบก่อน ทางนั้นคือทางสายกลาง มรรค 8 นี่เอง ดีที่สุดในโลก เพราะพาไปที่สุดโลกได้ มีทางเดียว