บุคคลที่สอนลูกศิษย์มาตลอด 45 ปี รวมถึง การบำเพ็ญบารมีมาตลอด 4 อสงไขยกับแสนมหากัปป์ เมื่อจะพูดอะไรเป็นคำสุดท้าย ต้องรวบยอดกลั่นกรองบีบอัดรวมคำสอนทั้งหมดทั้งสิ้นเอาไว้ในคำสุดท้ายนี้ และคำสุดท้้ายของสมณโคดมคือ
ภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา พวกเธอทั้งหลายจงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเิถิด
ไม่ประมาท = มีสติ มีพุทธวัจนะ สนับสนุนสิ่งนี้คือ
ตอนที่พระพุทธเจ้่าตรัสรู้ธรรมแล้วไม่นาน หลังจากที่ตัดสินใจแล้วว่าจะสั่งสอนสัตว์ทั้งหลายและพบว่า “สติปัฏฐาน” เป็นทางเดียวที่จะช่วยเหลือปวงสัตว์ได้ ทำให้ สหัมบดีพรหม ลงมาอนุโมทนากันพระพุทธเจ้า ดังนี้ว่า
ครั้งหนึ่ง ที่ตำบลอุรุเวลา ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชราที่ต้นไทรเป็นที่พักร้อนของเด็กเลี้ยงแพะ เมื่อเราแรกตรัสรู้ได้ใหม่ ๆ, ความปริวิตกแห่งใจได้เกิดขึ้นแก่เรา ขณะเข้าสู่ที่พักกำบังหลีกเร้นอยู่, ว่า “นี่เป็นหนทางเครื่องไปทางเดียว เพื่อความบริสุทธิ์หมดจดของสัตว์ทั้งหลาย, เพื่อก้าวล่วงเสียซึ่งความโศกและปริเทวะ เพื่อความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ทางนี้ คือ สติปัฏฐานสี่
ลำดับนั้น สหัมบดีพรหมรู้ปริวิตกในใจของเราจึงอันตรธานจากพรหมโลก มาปรากฏอยู่เฉพาะหน้าเรา รวดเร็วเท่าเวลาที่บุรุษแข็งแรงเหยียดแขนออกแล้วงอเข้า เท่านั้น. ครั้งนั้นสหัมบดีพรหมทำผ้าห่มเฉวียงบ่า น้อมอัญชลีเข้ามาหาเรา แล้วกล่าวกะเราว่า “อย่างนั้นแล พระผู้มีพระภาค ! อย่างนั้นแล พระสุคต ! ฯลฯ นั่นเป็นทาง ๆ เดียว เพื่อความบริสุทธิ์หมดจดของสัตว์ทั้งหลาย,เพื่อก้าวล่วงเสียได้ซึ่งความโศกและปริเทวะ ฯลฯ เพื่อทำนิพพานให้แจ้ง”
ความงดงามในเบื้องต้น : “สติปัฎฐาน” คือทางเดียว เมื่อก่อนเริ่มสั่งสอน
ความงดงามในเบื้องปลาย : “ไม่ประมาท” คือสรุปจบตอนสุดท้าย
ความงดงามในท่ามกลาง : คือที่อยู่ระหว่างนั้นทั้งหมด (ตลอด 44 ปี กับ 10 เดือน)
Latest Comments