ภิกษุ ท. ! ภิกษุในกรณีนี้ เข้าไปอาศัย สถานที่ แห่งใดแห่งหนึ่งอยู่, สติที่ยังตั้งขึ้นไม่ได้ ก็ไม่ตั้งขึ้นได้, จิตที่ยังไม่มั่นก็ไม่ตั้งมั่น, อาสวะที่ยังไม่สิ้นก็ไม่ถึงความสิ้น, และอนุตตรโยคักเขมธรรมที่ยังไม่บรรลุก็ไม่บรรลุ,ทั้งจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจยเภสัชชบริขาร อันบรรพชิตพึงแสวงหามาเพื่อเป็นบริขารของชีวิต ก็หามาได้โดยยาก. ภิกษุ ท. ! ภิกษุนั้น พิจารณาเห็นโดยประจักดังนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน พึงหลีกไปเสียจากสถานที่นั้น, อย่าอยู่เลย
ภิกษุ ท. ! อนึ่ง ภิกษุในกรณีนี้ เข้าไปอาศัย สถานที่ แห่งใดแห่งหนึ่งอยู่, สติที่ยังตั้งขึ้นไม่ได้ ก็ไม่ตั้งขึ้นได้, จิตที่ยังไม่มั่นก็ไม่ตั้งมั่น, อาสวะที่ยังไม่สิ้นก็ไม่ถึงความสิ้น, และอนุตตรโยคักเขมธรรมที่ยังไม่บรรลุก็ไม่บรรลุ ; แต่ว่า จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจยเภสัชบริขาร อันบรรพชิตพึงแสวงหามาเพื่อเป็นบริขารของชีวิต ก็หามาได้โดยไม่ยาก. ภิกษุ ท. ! ภิกษุนั้นพิจารณาเห็นโดยประจักษ์ดังนี้แล้ว คิดว่า “เราเป็นผู้ออกจากเรือนบวชเพราะเหตุแห่งจีวรก็หามิได้ เพราะเหตุแห่งบิณฑบาตก็หามิได้ เพราะเหตุแห่งเสนาสนะก็หามิได้ เพราะเหตุแห่ง คิลานปัจจยเภสัชชบริขารก็หามิได้ “ ; ครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว ภิกษุนั้น พึ่งหลีกไปจากสถานที่นั้น, อย่าอยู่เลย.
ภิกษุ ท. ! ภิกษุในกรณีนี้ เข้าไปอาศัย สถานที่ แห่งใดแห่งหนึ่งอยู่,สติที่ยังตั้งขึ้นไม่ได้ ก็ตั้งขึ้นได้, จิตที่ยังไม่มั่นก็ตั้งมั่น, อาสวะที่ยังไม่สิ้นก็ถึงความสิ้น, และอนุตตรโยคักเขมธรรมที่ยังไม่บรรลุก็บรรลุ ; แต่ว่าจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจยเภสัชชบริขาร อันบรรพชิตพึงแสวงหามาเพื่อเป็นบริขารของชีวิต ก็หามาได้โดยยาก. ภิกษุ ท. ! ภิกษุนั้น พิจารณาเห็นโดยประจักษ์ดังนี้แล้ว คิดว่า “เรามิได้ ออกจากเรือนบวช เพราะเหตุแห่งจีวร เพราะเหตุแห่งบิณฑบาต เพราะเหตุแห่งเสนาสนะ เพราะเหตุแห่ง คิลานปัจจยเภสัชบริขาร“ ; ครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้ว ภิกษุนั้น พึงอยู่ในสถานที่นั้นอย่าหลีกไปเสียเลย.
ภิกษุ ท. ! อนึ่ง ภิกษุในกรณีนี้ เข้าไปอาศัย สถานที่ แห่งใดแห่งหนึ่งอยู่, สติที่ยังตั้งขึ้นไม่ได้ ก็ตั้งขึ้นได้, จิตที่ยังไม่มั่นก็ตั้งมั่น, อาสวะที่ยังไม่สิ้นก็ถึงความสิ้น, และอนุตตรโยคักเขมธรรมที่ยังไม่บรรลุก็บรรลุ ; แต่ว่าจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจยเภสัชชบริขาร อันบรรพชิตพึงแสวงหามาเพื่อเป็นบริขารของชีวิต ก็หามาได้โดยไม่ยาก. ภิกษุ ท. ! ภิกษุนั้น พิจารณาเห็นโดยประจักษ์ดังนี้ พึงอยู่ใน สถานที่ นั้น จนตลอดชีวิต,อย่าหลีกไปเสียเลย.
(ในกรณีแห่ง การเลือกหมู่บ้าน นิคม นคร ชนบท และ บุคคล ที่ควรเสพหรือไม่ควร เสพ ก็ได้ตรัสไว้โดยหลักเกณฑ์อย่างเดียวกัน)
-มู. ม. ๑๒/๒๑๒ – ๒๑๘/๒๓๕ – ๒๔๒.
นมัสการพระอาจารย์ไพบูลย์
ดิฉันติดตามฟังรายการศันสนีย์ 106 ทุกวัน แต่ตั้งแต่คุณศันสนีย์ได้อ่านจดหมายของดิฉัน นับแต่วันนั้น (1 เดือนกว่า) รับฟังคลื่นไม่ชัดเลย ต้องใช้มือถือ ดีขึ้นแต่ไม่แจ่ม ดิฉันยอมรับว่าต้องฟังควบคู่ไปกับการเล่นโยคะ เหมือนขาดการฟังตั้งแต่พระอาจารย์มาร์ท จนถึงพระอาจารย์ไพบูลย์ เคยคิดว่าทำไมต้องขนาดนี้ ถ้าคลื่นไม่ชัดก็ไม่ต้องไปฟัง แต่ก็ตัดใจไม่ลง จึงต้องเสียบหูฟังพร้อมโยคะ (ไม่ค่อยสะดวก แต่ก็ต้องฟัง)
เมื่อสัปดาห์ก่อน เคยโทรไปขอหนังสือธรรมะ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับ ต้องฟังคุณศันสนีย์พูดก่อน จึงจะรับข้อความ ทั้ง ๆ ที่อีกเพียง 2-3 นาที เท่านั้น เพราะหากโทรไปช่วงนั้น สายก็จะไม่ว่างและก็จะไปทำงานสายค่ะ (ผิดหวังจริง ๆ )
การทำสมาธิลืมตา จะไม่ค่อยมีสมาธิเท่าหลับตา แต่ถ้าเดินจกรมจะมีสมาธิค่ะ ทำไมคะ
ให้ส่ง อีเมลมาที่ paiboonb เอ็ท จีเมล ด๊อด คอม บอกที่อยู่ทางไปรษณีย์ แล้ว จะส่งข้อมูลและหนังสือต่างๆ ไปให้น่ะ การฟังธรรมตามกาลเป็นมงคลอย่างยิ่ง