download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 11/02/2561

HIGHLIGHTS:

  • ควรจะอธิบายอย่างไรกับนักวิทยาศาสตร์ ถึงความสุขที่ได้จากรสพระธรรม
  • มีความคิดเห็นถูกต้องหรือไม่เมื่อคิดแต่เพียงว่าภิกษุเปรียบเสมือนบุรุษไปรษณีย์ เพื่อให้ผลบุญถึงญาติผู้ล่วงลับไป

บทคัดย่อ

 

คำถาม 1: ลูกชายผู้ถามเรียนจบปริญญาเอก คณะ Neurobiology ที่มหาวิทยาลัยในเมืองแคลิฟฟอร์เนีย ทำการวิจัยและทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “สมองเสื่อม (Alzheimer)” ลูกได้เขียนหนังสือและทำการวิจัยมากจนได้ทุนการศึกษาตลอดมา เมื่อผู้ถามได้มีโอกาสสนทนากับลูกชาย ก็ได้รับคำแนะนำให้ทำตัวยุ่งไว้ เช่น ให้เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ที่สร้างสรรค์ จะได้ใช้สมองซึ่งจะสามารถป้องกันสมองเสื่อมได้ (ถ้าไม่ใช่สมองเสื่อมจากกรรมพันธ์ุ) และอาจจะทำให้นึกถึงเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น

ผู้ถามบอกว่า ชอบนั่งสมาธิ ฟังธรรม เพื่อทำให้สมองว่าง ปลอดโปร่ง เบา สบาย โล่งและมีความสุข เลิกเล่นเกมส์ ฟังเพลง ดูหนัง หรือเลิกกระทั่งการสะสมสิ่งต่างๆ อาหารหรือกิจกรรมต่างๆก็ลดน้อยลงมาก สิ่งที่ยังชอบอยู่ก็คือการท่องเที่ยว แต่จะชอบไปเอง ไม่ชอบไปหลายคน ซึ่งทำให้ผู้ถามและลูกชายมีความเห็นไม่ตรงกัน ดังนั้นควรจะทำอย่างไรจึงจะอธิบายถึงความสุขที่ได้จากรสพระธรรมกับนักวิทยาศาสตร์ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์

คำตอบ 1: เป็นการมองต่างมุมกันเท่านั้นเอง เพราะธรรมของพระพุทธเจ้าสามารถแตกแขนงได้ออกเป็นหลายแง่มุมดังนี้

  1. การคิด พิจารณา ไตร่ตรอง ใคร่ครวญเพื่อให้สมองได้ทำงาน ซึ่งควรจะเน้นเรื่องในทางธรรม เรื่องที่เกี่ยวกับบุญกุศล ไม่มุ่งไปในทางกาม เพลิดเพลิน กำหนัด ลุ่มหลง คิดพยาบาท
  2. การคิดแบบระงับ นิ่งเย็น ละเอียดและประณีตมากกว่า ปาดสิ่งที่ผลข้างเคียงซึ่งไม่ดีออกหมดแล้ว
  3. สามารถทดลองได้ด้วยการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งพบแต่ผลดีของการนั่งสมาธิ เพราะจิตระงับลงๆ
  4. คุณสมบัติอย่างหนึ่งของธรรมคือ เชิญคนเข้ามาพิสูจน์ สามารถเห็นได้ด้วยตนเอง ถ้าเราทำสมาธิและทำให้ความคิดที่ไม่ดีระงับลง ซึ่งจะเหลือแต่ความคิดด้านดีเท่านั้น ทำให้จิตใจมีความแจ่มใส สมองจะหลั่งสารที่เป็นประโยชน์ ปรับกลไกในสมองให้ดีขึ้นได้
  5. ความสุขที่เกิดจากความสงบในการนั่งสมาธิ ต้องปลูกศรัทธา ทำสมาธิ ทุ่มเทปฏิบัติให้เห็นจริงตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อให้สติตั้งขึ้นได้

ทั้งนี้ เราสามารถปลูกศรัทธาได้ด้วยวิธีที่ต่างกัน ดังนี้

  • “ทุกข์เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา” เราจึงต้องทำความเข้าใจ กำหนดรู้ และยอมรับทุกขเวทนาที่ไม่เที่ยง
  • ดำเนินรอยตามแบบอย่างที่ดี เช่น การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของครูบาอาจารย์หรือหมู่สงฆ์ เป็นต้น เราจะสามารถเห็นทุกข์ได้จากขันธ์ห้า จากสุขเวทนาที่ไม่เที่ยงซึ่งเกิดจากการปฏิบัตินั่นเอง

“นิพพานเป็นสิ่งที่มีทางปฏิบัติเข้ามาได้โดยรอบ ซึ่งจะรวมลงมาตรงอริยสัจสี่ได้”

 

—- ตอบคำถาม: คุณ Thasanai  Mahavongtrakul

 

คำถาม 2: ในการใส่บาตรทุกครั้งไม่เคยคิดเลยว่าภิกษุจะดีหรีอไม่ดี คิดแต่เพียงว่าภิกษุเปรียบเสมือนบุรุษไปรษณีย์ เพื่อให้ผลบุญถึงญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าคิดผิดหรือคิดถูก

คำตอบ 2: เป็นความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะ

  • การตั้งจิตให้ทานในหมู่สงฆ์เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งเนื้อนาบุญนั้นจะต้องเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบด้วย และทำบุญในบุญเขตเพื่อให้กระแสบุญได้ส่งไปถึง
  • การอุทิศบุญให้กับบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควรกระทำ โดยเฉพาะบิดา มารดา หรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว
  • เราสามารถทำให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น โดยให้การสนับสนุนบุคคลที่ดีด้วยการให้ปัจจัยสี่ ให้ลาภสักการะ หรือพูดคุย คลุกคลีด้วย แต่หากพบบุคคลที่ไม่ดีก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปด่าทอว่าร้าย ไม่คลุกคลี (อเสวนา) เพื่อให้เกิดบาปแก่ตนเอง
  • ทำบุญต้องได้บุญ ซึ่งเกิดจากศรัทธาของผู้ให้ทั้งก่อนให้ (ทำให้มีจิตน้อมไป) ระหว่างให้ (ทำให้มีความเลื่อมใส) และหลังให้ (ทำให้มีความปลื้มใจ) อีกทั้งถ้าผู้รับเป็นผู้มีคุณธรรมสูง เป็นผู้ที่มีราคะ โมหะ โทสะเบาบางหรือไม่มีเลย จะยิ่งทำให้บุญนั้นส่งผลมากยิ่งขึ้นไป

 

—- ตอบคำถาม: คุณสุขภัคกร อำแพง

 

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

รสพระธรรม
Tagged on: