download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 04/02/2561

HIGHLIGHTS:

  • การทำสมาธิที่ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าคือแบบใด
  • การปฏิบัติโดยอยู่กับลมหายใจตลอดเวลาเท่าที่จะสามารถทำได้ จะมีโอกาสบรรลุธรรมหรือไม่
  • วิธีแก้ไข เมื่อเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมอยู่แล้วรู้สึกว่ามีอาการปวดหัวมาก
  • การปฏิบัติที่มีสมาธิและปัญญาพอประมาณ เป็นอย่างไร
  • ถ้าเราไม่ได้ใส่บาตรทุกวัน แต่เน้นไปที่การปฎิบัติธรรมและทานอื่นที่สะดวกกว่าแทน จะได้ผลบุญเท่ากันหรือไม่
  • ทุกครั้งที่ทำบุญจะระลึกถึงคุณพ่อคุณแม่ที่ยังมีชืวิตอยู่ บุญจะส่งถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วยหรือไม่

บทคัดย่อ

คำถาม 1: การทำสมาธิอบรมบางที่สอนให้นั่งทำจิตให้สงบไม่ให้คิดถึงเรื่องใดๆ เน้นที่จิตนิ่งกายนิ่ง บางที่สอนว่าให้นั่งนิ่งตัวตรงหน้าตรง ภาวนาไป ขณะที่ภาวนานั้นหากมีเสียงใดเกิดขึ้นก็ให้รับรู้ จนเสียงนั้นหายไปจึงกลับมาภาวนาเหมือนเดิม หากมีอาการเจ็บหรือปวดเกิดขึ้นก็ให้ภาวนาเจ็บหนอ ปวดหนอ มีเสียงอื่นแทรกก็ให้ภาวนาได้ยินหนอหรือรู้หนอ ดังนี้ตลอดไป การทำสมาธิที่ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้าคือแบบไหน

คำตอบ 1: หลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงได้ใคร่ครวญและระลึกถึงหมวดธรรมที่จะทรงสั่งสอนสัตว์โลกทั้งหลาย ซึ่งก็คือ สติปัฏฐานสี่หรือ ฐานที่ตั้งให้เกิดสติ อันได้แก่ กาย เวทนา จิต และธรรม ซึ่งสามารถแตกแขนงและต่อยอดไปได้อีกหลายนัยยะ ไม่ว่าจะเป็นอนุสสติสิบอย่าง การพิจารณาอนิจจสัญญาและอนัตตสัญญา ดังนั้นหลักใหญ่ใจความที่สำคัญและถูกต้องก็คือ การปฏิบัติที่รวมลงใน สติปัฏฐานสี่และไม่หนีออกจากอริยมรรคมีองค์แปด

—- ตอบคำถาม: คุณพิลักษณ์


คำถาม 2: ต้องการทราบว่าการปฏิบัติโดยอยู่กับลมหายใจตลอดเวลาเท่าที่จะสามารถทำได้ จะมีโอกาสบรรลุหรือไม่

คำตอบ 2: หัวใจหลักของการปฏิบัติที่ได้ผลจริงแท้และแน่นอน ได้แก่

  • ต้องมีความศรัทธาเต็ม ไม่ใช่ศรัทธาหัวเต่า มีความมั่นใจเต็มที่ ไม่ลังเลสงสัย
  • ต้องมีความเพียร ความขยัน ทำทันที ทำบ่อยๆ เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อยู่กับลมหายใจตลอดเวลา
  • ต้องมีปัญญา

“สัตว์เหล่าใดมีโสตประสาท ประตูสู่นิพพานอันเป็นอมตะเปิดไว้แล้ว….
สัตว์เหล่าใดมีโสตประสาท จงปลงศรัทธาลงไปเถิด”

—- ตอบคำถาม: คุณมนิดา แต้สุจิ

 

คำถาม 3: ต้องการทราบว่า เวลาผู้ถามไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมที่วัดป่าดอนหายโศก บางวันเข้าคอร์สปฏิบัติอยู่จะรู้สึกว่ามีอาการปวดหัวมาก วิธีแก้จะต้องทำอย่างไร

คำตอบ 3: ให้ปฏิบัติแบบทางสายกลาง สบายๆ ไม่บังคับหรือปล่อยปละละเลยเกินไป โดยเอาใจจดจ่อ พยายามตั้งสติให้เกิดฌาน เพื่อให้จิตรวมลงๆได้

—- ตอบคำถาม: คุณบัว เคียงใบ

 

คำถาม 4: ต้องการทราบว่าในการปฏิบัติที่มีสมาธิพอประมาณ ปัญญาพอประมาณเป็นอย่างไร พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบด้วย

คำตอบ 4: สิกขาบทที่พระพุทธเจ้าทรงสอนอยู่เป็นประจำ ได้แก่

  • ศีล ได้แก่ อธิศีล ศีลห้า ศีลแปด
  • สมาธิ ได้แก่ จิตและการทำความเพียรในเรื่องของสติ
  • ปัญญา ได้แก่ ปัญญาในการเจาะแทงกิเลสและพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง

ทั้งนี้รายละเอียดในการปฏิบัติและความเข้มข้นของคำว่าพอประมาณ ในอริยบุคคลแต่ละขั้นจะแตกต่างกันซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้

  • หากบุคคลใดสามารถทำศีลได้เต็ม แต่มีสมาธิและปัญญาพอประมาณ ถือว่าเป็นคุณสมบัติของโสดาบัน
  • หากบุคคลใดสามารถทำศีลและสมาธิได้เต็ม แต่มีปัญญาพอประมาณ ถือว่าเป็นคุณสมบัติของอนาคามี
  • หากบุคคลใดสามารถทำศีล สมาธิ และปัญญาได้เต็ม ถือว่าเป็นคุณสมบัติของพระอรหันต์

—- ตอบคำถาม: คุณ Bupavech Phansri

 

คำถาม 5: ถ้าเราไม่ได้ใส่บาตรทุกวัน แต่เน้นไปที่การปฎิบัติธรรมและทานอื่นที่สะดวกกว่าแทน จะได้ผลบุญเท่ากันหรือไม่   

คำตอบ 5: บุญสามารถเกิดได้หลายทาง เช่น การให้ทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนา ซึ่งจะให้ผลหรือมีอานิสงค์ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถทำทานแบบหนึ่งเพื่อทดแทนอีกแบบหนึ่งได้ แต่ต้องทำไปด้วยกันทั้งหมด เพื่อบ่มจิตใจของเราด้วยทาน ศีล และภาวนา ทำให้จิตใจมีความดี ความเย็น เข้าสู่นิพพานได้ในที่สุด

พระพุทธเจ้าได้เคยตรัสถึงองค์ประกอบของการให้ทานที่จะได้บุญมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ

  • สามอย่างของผู้ให้ ได้แก่ ศรัทธาในช่วงเวลาก่อน(ปลื้มใจ) ระหว่าง(จิตน้อมไป) และหลัง(จิตเลื่อมใส)ของการให้ทาน
  • สามอย่างของผู้รับ ได้แก่ การที่เนื้อนาบุญมีราคะ โทสะ โมหะน้อย เบาบาง หรือไม่มีเลย

—- ตอบคำถาม: คุณวรรณา ปุญสิริ

 

คำถาม 6: ทุกครั้งที่ทำบุญจะระลึกถึงคุณพ่อคุณแม่ที่ยังมีชืวิตอยู่ บุญจะส่งถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วยหรือไม่

คำตอบ 6: เมื่อเราให้ทาน รักษาศีล และไปปฏิบัติธรรมเจริญภาวนาทุกครั้ง แล้วมีการแจ้งให้พ่อแม่ทราบเพื่อกล่าวอนุโมทนาด้วย หรือแม้กระทั่งการแผ่เมตตาให้ท่านในระหว่างนั้น ทั้งคุณพ่อคุณแม่ก็จะมีส่วนในบุญจากการอนุโมทนาและบุญจากการแผ่เมตตาของเราด้วยแน่นอน

—- ตอบคำถาม: คุณ Chomtipa Pohboon

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

คำถามต่อเนื่องจากรายการ “ธรรมะรับอรุณ Live”(ตอนที่ 2)
Tagged on: