download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 02/02/2561

HIGHLIGHTS:

  • การยึดถือในทิฐิใดทิฐิหนึ่งจะทำให้เรามีความกำหนัดเพลิดเพลิน
  • มรรค 8 จะช่วยปรับทิฐิให้ถูกต้องจนสามารถละวางเครื่องร้อยรัดทั้งหมดลงไปจนถึงความสิ้นภพ หรือนิพพานได้
  • ผู้ที่ปราศจากราคะโทสะโมหะเป็นผู้สำรวมมีความสงบเย็นจะไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

บทคัดย่อ

ทิฐิที่ว่าอรูปพรหม (พรหมที่ไม่มีรูป) ไม่มีด้วยประการทั้งปวง ขณะที่อีกฝ่ายแย้งว่ามีซึ่งพวกที่เห็นว่าพรหมไม่มีรูปก็จะไปเกิดเป็นรูปพรหม (ถ้าอรูปพรหมไม่มี) ส่วนพวกที่เห็นว่าอรูปพรหมนั้นมีก็จะไปเกิดเป็นอรูปพรหมได้…ซึ่งอรูปพรหมจะไม่มีตัวตนไม่มีการใช้วาจาโต้เถียงใช้ศาสตราอาชญาใดๆ เพราะหมดความเป็นรูปในการที่นำเรื่องทางตา หู จมูก ลิ้น กายมาใช้ทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกัน …การพิจารณาตรงนี้จะทำให้เรามีความละเอียดลงไปด้วยการปฏิบัติจนมีความหน่ายใน “รูป” จากทิฐิที่ถือไว้ถูกคือยึดถือในความดีเป็นกุศลนั้น แล้วแบ่งออกมายังมีความยึดถือใน “รูป” และ “อรูป”

ทิฐิที่สำคัญถัดมาคือ ทิฐิที่ว่า “ความดับสนิทแห่งภพไม่มี” (นิพพานไม่มี) แต่อีกพวกเห็นว่า “ความดับสนิทแห่งภพมี” (นิพพานมี) ฝ่ายที่มีความเห็นว่านิพพานไม่มีแต่ปฏิบัติได้ดีถึงความสิ้นรูปก็จะไปเกิดเป็นอรูปพรหมได้ (แต่ว่ายังมีความเพลิดเพลินอยู่ในความไม่มีหรืออรูปนั้น) ส่วนฝ่ายที่เชื่อว่านิพพานมีก็จะสามารถปฏิบัติถึงความปรินิพพานได้แน่ … คำว่า “นิพพาน” คือไม่มี ดับไม่เหลือ ไกลจากเครื่องร้อยรัดหรือสังโยชน์ ไม่มีความเพลิดเพลินใดๆ …นิพพานจึงดีกว่าสภาวะของความเป็นอรูป

การที่เราจะถึงความ “สิ้นรูป” หรือ “อรูป” ได้นั้น เราก็เดินตามมรรค 8 มาเรื่อยๆ ทำให้ละเอียดและไม่ยึดถือในรูปราคะ – อรูปราคะ ซึ่งเป็นเครื่องร้อยรัดทำให้เราอยู่ในภพ แต่ให้ปฏิบัติจนคลายกำหนัดไปให้ถึงความดับแห่งภพคือนิพพานด้วยประการทั้งปวง

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติที่ไม่ผิด 2
Tagged on: