download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 30/01/2561



HIGHLIGHTS:

  • สติในสิ่งเล็กๆน้อยๆที่มีผลไม่น้อย
  • สติเกิดได้จากในทุกอิริยาบท จากเครื่องมือต่างๆ จากการเจริญสติปัฏฐานสี่
  • สติเป็นหนทางเครื่องไปทางเดียว

บทคัดย่อ

“ภิกษุ ท ! หนทางนี้ เป็นหนทางเครื่องไปอันเอกทางเดียว เพื่อความบริสุทธิ์
หมดจดของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงเสียซึ่งโสกะและปริเทวะเพื่อความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อถึงทับซึ่งญายธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง, หนทาง นี้คือ สติปัฏฐานสี่.”

มหา ที.๑๐/๓๒๕/๒๗๓.


…..สติที่เราตั้งไว้เล็กน้อยนิดหน่อยนี่ล่ะ เป็นสติที่จะทำให้เกิดความไม่ประมาท ……สติที่เราทำไว้ทีละเล็กละน้อย จากการที่เรารูสึกตัวตรงนั้นตรงนี้ จะทำวิชชาวิมุตนิพพานให้เกิดขึ้นได้ เราจะไม่เผลอ เราจะไม่พลาด…


 

ความประมาทเป็นหนทางแห่งหายนะ

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง ฉันใด สิ่งที่เป็นเบื้องต้น เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความบังเกิดขึ้นแห่งโพชฌงค์ ๗ แก่ภิกษุ คือ ความเป็นผู้มีมิตรดี ฉันนั้นเหมือนกัน”

พุทธพจน์

ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย ความฉิบหาย ความเสื่อม ในทางตรงข้าม ความไม่ประมาทเป็นหนทางแห่งความไม่ตาย นำความดีต่างๆเข้ามา พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนแสงที่จะขึ้นมาก่อนที่ขอบฟ้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จะเห็นแสงนำมาก่อน หรือในขณะที่พระอาทิตย์ตก เราก็จะเห็นแสงเหมือนกัน มันจะค่อยๆเปลี่ยนระดับสีลง เป็นแสงสีขาวแล้วก็มืดสนิท ไอ้ตรงที่มันค่อยๆมืดนี่ล่ะ มันเหมือนกับความประมาท มันค่อยๆเสื่อมทีละนิดๆไปเรื่อยๆ จนหมด ไม่มีเหลือ ความไม่ประมาทก็เหมือนกัน เวลาพระอาทิตย์ขึ้น มันก็ค่อยๆสูงขึ้นๆดีขึ้นๆ เรารอบคอบมากขึ้น ระมัดระวังมากขึ้น ในสิ่งเล็กๆน้อยๆ ทำเอาสะสมเอาก็จะดีขึ้นตามลำดับ

…เขื่อนแตกได้ มันก็รูนิดเดียว น้ำมากเข้า มันก็พังได้ จากนิดๆหน่อยๆนี่แหละ รอยแตกนิดเดียวก็มีปัญหาได้ สนิมนิดเดียวไม่ได้กำจัดออก ไม่ได้ล้างออก มันก็โตขึ้นๆ จนทำลายโครงสร้างไปทั้งหมด ความไม่ดีที่เราทำไปนิดๆหน่อยๆ เผลอเพลินไป ทำไปๆ พลาดได้ ต้องมีสติสัมปชัญญะตลอดเวลา…


 

สตินายทวารที่ฉลาด

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า เมืองชายแดนของพระราชาเป็นเมืองที่มั่นคง มีกำแพงและเชิงเทิน มีประตู ๖ ประตู นายประตูเมืองนั้น เป็นคนฉลาดหลักแหลมมีปัญญา คอยห้ามคนที่ตนไม่รู้จัก อนุญาตให้คนที่ตนรู้จักเข้าไป”

กึสุกสูตร สฬา. สํ.

ไอ้ตรงที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปๆ เสื่อมลงโดยไม่รู้ตัวเลย มันเกิดจากความประมาท ไอ้ตอนที่ทำอยู่ สิ่งที่ไม่ดีเล็กๆน้อยๆนิดๆหน่อยๆ ไอ้ตรงที่ทำยังไม่ได้เห็นโทษของมัน เพราะว่ามันเล็กน้อยมาก ไม่ได้สำคัญอะไรเลย แต่ถ้าความชั่วจะเกิด มันจะเกิดตรงนี้แหละ ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่เราต้องระวัง ระวังด้วย “สติ” เราต้องฝึกสติให้ต่อเนื่อง ให้มีความเข้มแข็งมีกำลัง

…พระพุทธเจ้าเปรียบสติเหมือนกับนายทวารผู้ไม่ประมาท มีความเข้มงวดสม่ำเสมอ มีความรัดกุมรอบคอบ ความไม่ประมาทจะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องอาศัยสติจะเปลี่ยนเจ้าความประมาทให้เป็นความไม่ประมาท สติเราต้องใส่เข้าไป….


 

สติเกิดจากอะไร

“เปรียบเหมือนเมื่อฝนเม็ดหยาบตกลงเบื้องบนภูเขา เมื่อฝนตกหนัก ๆ อยู่ น้ำนั้นไหลไปตามที่ลุ่ม ย่อมยังซอกเขา ลำธารและห้วยให้เต็ม ซอกเขา ลำธาร และห้วยที่เต็มย่อมยังหนองให้เต็ม หนองที่เต็มย่อมยังบึงให้เต็ม บึงที่เต็มย่อมยังแม่น้ำน้อยให้เต็ม แม่น้ำน้อยที่เต็มย่อมยังแม่น้ำใหญ่ให้เต็ม แม่น้ำใหญ่ที่เต็ม ย่อมยังมหาสมุทรสาครให้เต็ม มหาสมุทรสาครนั้น มีอาหารอย่างนี้ และเต็มเปี่ยมอย่างนี้ แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย การคบสัปบุรุษ ที่บริบูรณ์ ย่อมยังการฟังสัทธรรมให้บริบูรณ์……โพชฌงค์ ๗ บริบูรณ์ ย่อมยังวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ วิชชาและวิมุตตินี้ มีอาหารอย่างนี้ และบริบูรณ์อย่างนี้ ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ”

พระไดรปิฏก ฉบับหลวง ๒๔/๑๐๕/๖๒


..ฝึกสติเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ของเล็กๆน้อยๆสะสมกันมากเข้าๆ มีพลังได้ กำจัดความประมาทลงไปได้…

การมีสติสัมปชัญญะในทุกอิริยาบท ฝึกตรงเล็กๆน้อยๆตรงนี้ล่ะ มันไม่ใช่เรื่องเล็กไม่ใช่เรื่องน้อย เพราะว่าเรื่องของคุณธรรมที่มันจะไหลติดตามเข้ามา พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนกับน้ำฝนที่ตกลงบนภูเขา ซอกเขาลำห้วยก็เต็มขึ้นมา ซอกเขาลำห้วยเต็มขึ้นมา สะสมไว้มันก็เป็นลำธารน้อยลำธารใหญ่ เกิดเป็นแม่น้ำน้อยเป็นบึงเป็นแม่น้ำใหญ่ขึ้นมา ไหลออกทะเลได้

…สติที่เราตั้งไว้เล็กน้อยนิดหน่อยนี่ล่ะ เป็นสติที่จะทำให้เกิดความไม่ประมาท มีการสำรวมอินทรีย์ ทำให้เกิดศีล เกิดสุจริต 3 อย่าง ทำให้เกิดสติปัฏฐาน4 ทำให้เกิดโพชฌงค์ 7อย่าง ทำให้เกิดวิชชาวิมุต ทำให้เกิดนิพพานได้ นิพพานอาศัยสติเล็กๆน้อยๆตรงนี้แหละ …

จากการทีี่ฝึกสติในทุกอิริยาบทเล็กๆน้อยๆตรงนี้ จะทำให้เราไม่เผลอ แต่ถ้าเผลอทำอย่างไง อย่าเสียใจ มันจะยิ่งตกใจ มันจะยิ่งไปไกล ถ้าเผลอก็ทำใหม่ ตั้งสติไว้ขึ้นใหม่อีก ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ผิดพลาดอีก ตั้งใจไว้ว่าจะทำให้มันดีขึ้นไปอีก ตั้งใจว่าจะทำเรื่องเล็กๆน้อยๆให้มันตลอดเวลา มันจะเป็นการดี

    สติเกิดได้จากหลายสิ่งด้วยกัน อาจแบ่งได้ 3 แบบ ดังนี้

  1. สติในทุกอิริยาบท ความมีสติสัมปชัญญะ
  2. สติเกิดจากการใช้เครื่องมือ เช่น อนุสติสิบ กัมมฐาน40 หรืออื่นๆ
  3. สติเกิดจากการแบ่งตามหมวดธรรมะ คือ สติปัฏฐาน4 กาย เวทนา จิต และธรรม

“ภิกษุ ท ! หนทางนี้ เป็นหนทางเครื่องไปอันเอกทางเดียว เพื่อ ความบริสุทธิ์
หมดจดของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงเสียซึ่งโสกะและปริเทวะเพื่อความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อถึงทับซึ่งญายธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง , หนทาง นี้คือ สติปัฏฐานสี่.”

มหา ที.๑๐/๓๒๕/๒๗๓.


…สตินี่แหละเป็นสิ่งที่จะพาสัตว์ทั้งหลายออกจากห้วงทุกข์ ถ้าไม่ย้ำเรื่องนี้จะไปย้ำเรื่องไหน ข้อสอบมันจะออกตรงนี้ แล้วไม่ย้ำตรงนีี้ แล้วจะไปพูดเรื่องอะไร…


 

เจริญสติปัฏฐาน4 ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

“ภิกษุ ท. ! เมื่อคิดว่าเราจักรักษาตน ก็จงเจริญสติปัฏฐานเถิด, เมื่อคิดว่าเราจักรักษาผู้อื่น ก็จงเจริญสติปัฏฐานเถิด; เพราะว่าเมื่อเจริญสติปัฏฐาน เพื่อรักษาตน ก็เป็นการรักษาผู้อื่น : เมื่อเจริญสติปัฏฐานเพื่อรักษาผู้อื่นก็เป็นการรักษาตนด้วย; อย่างนี้แล”.

มหาวาร.สํ. ๑๙/๒๒๔ – ๒๒๕/๗๕๘ – ๗๖๒.


…จิตที่มีสติแล้ว จะมีความนุ่มนวล จะไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร เราเจริญสติปัฏฐานสี่ด้วยเครื่องมืออันใดอันหนึ่ง ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทใดก็ตาม สามารถที่จะชื่อว่า รักษาตัวเราด้วย รักษาผู้อื่นด้วย รักษาทั้งในระยะสั้นด้วย รักษาในระยะยาวด้วย ความเสื่อมเกิดขึ้นไม่ได้เลย สำหรับผู้มีสติรักษาไว้อย่างนี้ จะมีแต่ดีท่าเดียว ….


 

ทุกสิ่งมีช่วงเวลาที่เหมาะสม

“แต่ว่า คหบดีชาวนานั้น ไม่มีฤทธิ์หรืออานุภาพที่จะบันดาลว่า ข้าวของเรา จงงอกในวันนี้ ตั้งท้องพรุ่งนี้ สุกมะรืนนี้ ดังนี้ได้เลย ที่แท้ ย่อมมีเวลาที่ข้าวนั้น เปลี่ยนแปรสภาพไปตามฤดูกาล ย่อมจะ งอกบ้าง ตั้งท้องบ้าง สุกบ้าง”

บาลี-เอก.-ทุก.-ติก. อํ ๒๐/๓๐๙/๕๓๒

…จิตที่จะหลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายได้เอง เป็นไปตามลำดับขั้นของเขา ไล่ไปทีละน้อยๆ เล็กๆน้อยๆไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเรื่องใหญ่ เหมือนการปีนเขา อุปสรรคไม่ได้อยู่ที่ตัวภูเขา มันแค่ก้อนหินที่อยู่ในรองเท้าของเรา ก้อนเล็กๆที่อยู่ในรองเท้าของเรา มันทำให้เราไปไม่ได้ สติที่ตั้งไว้เล็กๆน้อยๆตรงนั้นตรงนี้ ถ้าไม่มี เราจะประมาท เราจะพลาด ไม่ถึงจดยอดได้ แต่ถ้าเราตั้งสติเอาไว้ในเล็กๆน้อยจุดนั้นจุดนี้ มันคือทีละก้าวๆ ข้ามไปๆ ถึงยอดเขาได้

เราตั้งสติทีละจุดทีละประเด็น ทีละเรื่อง ทีละเล็กทีละน้อย ทีละอิริยาบท ทำไปๆถึงนิพพานได้แน่นอน ในธรรมวินัยนี้มีนิพพานเป็นที่สุดจบ พอถึงนิพพานแล้ว สติก็ไม่ได้เอาไปด้วย สมาธิก็ไม่ได้เอาไปด้วย ศีลต่างๆก็ไม่ได้เอาไปด้วย เหมือนแพ เมื่อถึงฝั่งก็ต้องทิ้งไป…

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นหินเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ โกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นนอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนักเปรียบเหมือนรอยขีดที่แผ่นหิน ไม่ลบเลือนเร็วเพราะลมหรือน้ำ ย่อมตั้งอยู่ยั่งยืน แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมโกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นก็นอนเนื่องอยู่ใน………

======หัวข้อ Bullet =============

    หัวข้อก่อน bullet

  • HL1….
  • HL2…..
  • HL3….

======หัวข้อ Bullet แบบตัวเลข=============

    หัวข้อก่อน bullet

  1. HL1….
  2. HL2…..
  3. HL3….

========================================
======Scrollbar=============

    หัวข้อก่อน bullet

  1. HL1….
  2. HL2…..
  3. HL3….

=========== อ้างอิง pdma url ===================

==============end============================

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้เปรียบด้วยรอยขีดที่แผ่นหินเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ โกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นนอนเนื่องอยู่ในสันดานนานนักเปรียบเหมือนรอยขีดที่แผ่นหิน ไม่ลบเลือนเร็วเพราะลมหรือน้ำ ย่อมตั้งอยู่ยั่งยืน แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมโกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นก็นอนเนื่องอยู่ใน…………………………

สติ เล็กน้อยที่ให้ผลไม่น้อย
Tagged on: