download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 29/01/2561



HIGHLIGHTS:

  • หลักอปริหานิยธรรม คือ ข้อปฏิบัติหรือธรรมอันเป็นเหตุไม่ให้เกิดความเสื่อมมี 7 ข้อ
  • เหตุแห่งความแตกกันของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี

บทคัดย่อ

หลักอปริหานิยธรรม คือ ข้อปฏิบัติหรือธรรมอันเป็นเหตุไม่ให้เกิดความเสื่อมมี 7 ข้อ เป็นหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสถึงลักษณะการการปกครองตามหลักอปริหานิยธรรมของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี เมืองไวสาลี แคว้นวัชชี ซึ่งเป็น ธรรมที่จะทำให้เกิดความไม่เสื่อม ธรรมะที่จะทำให้เกิดความเจริญ ธรรมะที่จะทำให้มีความพร้อมเพรียงกันได้ มาใน วัสสการสูตร (อ่านเพิ่มเติมในส่วนพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง)

 

หลักอปริหานิยธรรม ซึ่งเป็นคุณธรรมของเหล่าวชาววัชชี มีดังนี้

  1. มีการหมั่นประชุมกันอยู่เนืองนิตย์ มีการประชุมกันอยู่มากพอ ทำให้ทราบข้อมูลข่าวสารอย่างดี (การข่าวดี) ก็จะสามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ทันเวลา
  2. พร้อมเพรียงกัน มีความสามัคคีกัน ในการที่จะทำกิจต่างๆ เช่น เมื่อมีการตีกลองเรียกประชุม ทุกคนก็มาประชุมโดยพร้อมเพียงกันเริ่มประชุม และก็มีความพร้อมเพียงกันเลิกประชุม เรื่องอะไรที่จะไม่ได้ข้อยุติ ยังไม่หลีกหนีไปก่อนจนกว่าจะได้ข้อสรุป เข้าใจรับหน้าที่รับภาระกัน คุยแต่เรื่องที่มีสาระ เรื่องที่จะมีข้อยุติ และยังมีความสามัคคีกันมีความพร้อมเพียงกันในกิจการงานส่วนรวมต่าง ๆ
  3. การที่ไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่บัญญัติ ไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติไว้แล้ว ปฏิบัติหมั่นอยู่ในหลักธรรมของชาววัชชีตามที่บัญญัติไว้ในครั้งก่อน ๆ
  4. มีการสักการะนับถือผู้หลักผู้ใหญ่ในแว่นแคว้นวัชชี สำคัญว่าถ้อยคำเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ควรฟังควรเชื่อพวกเยาวชนไม่ได้แต่จะเล่นมัวเมาในการละเล่นต่าง ๆ ซึ่งเยาวชนเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญทางด้านการรบอยู่แล้วจากการใช้ธนู มีความอ่อนโน้มเข้าผู้หลักผู้ใหญ่สักการะผู้ใหญ่ รู้ขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณ รับฟังคำของท่าน สิ่งนี้ควรทำไม่ควรทำ เป็นลักษณะที่มีปัญญา
  5. เวลาที่มีภารกิจใด ๆ ถูกส่งออกไปตามประเทศชายแดนที่มีความไม่สงบใด ๆ เกิดขึ้น คนที่อยู่ในเรือนนั้น เพื่อนบ้าน กษัตริย์อื่น ๆ เขาก็ช่วยกันรักษา ไม่ทอดทิ้งให้ลูกเมียต้องได้รับการเบียดเบียนได้รับการพลัดพราก ของผู้ที่ออกไปรบนั้น มีการรักษาหลังบ้านไว้อย่างดี
  6. มีการสักการะบูชาเจดียสถานของชาววัชชี ซึ่งทำให้เหล่าเทพยดาทำการอารักขา ทำการช่วยเหลือในวิสัยที่เทพจะทำได้ เพราะว่าเจ้าลิจฉวี ชาววัชชีเหล่านี้ได้มีการบูชากันตามที่ควร คือที่เรียกว่า “เทวตาพลี” มีการบูชายัญ ความเห็นที่ว่ายัญที่บูชาแล้วมีผล อันเป็นสัมมาทิฏฐิอยู่
  7. มีการคุ้มครองรักษาโดยธรรมให้กับเหล่าพระอรหันต์ทั้งหลาย เหล่าสมณะที่อยู่ในแว่นแคว้น หรือที่ถ้ายังไม่มาหรือมาแล้วก็ให้มีความอยู่เป็นสุข มีที่ทางสำหรับพระเจ้าพระสงฆ์ที่ขวนขวายอยู่สงบ ไม่ได้ไปมีการรบกวนมีการอุปฐากอุปถัมภ์ด้วยอาหารด้วยน้ำ มีการไปฟังธรรมอยู่เรื่อย ๆ

เหตุแห่งความแตกกันของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี

ในช่วงสมัยท้ายพุทธกาล ที่มรการผลัดเปลี่ยนบ้านพระเจ้าอชาตศัตรูทรงขึ้นครองราชมาแทนพระเจ้าพิมพิสาร เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ต้องการเข้าบุกยึดดินแดนซึ่งเป็นเกาะที่มีสมบัติเกิดขึ้นกลางแม่น้ำคงคา แต่ด้วยเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีได้ยกทัพยึดเอามาก่อน พระเจ้าอชาตศัตรูไม่พอใจอย่างมาก จึงต้องการที่จะกำจัดเหล่าเจ้าลิจฉวี เมืองไวสาลี แคว้นวัชชี ให้ออกไปทางดินแดนเสีย พระองค์จึงทรงมาปรึกษาหารือกับวัสสการพราหมณ์ ซึ่งเป็นมหาอำมาตย์ผู้มีความสามารถมาก รอบรู้ทั้งในเรื่องการเมืองการปกครอง รับราชการมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าพิมพิสาร ว่าจะมีความคิดอ่านประการใด และมอบให้วัสสการพราหมณ์ไปปรึกษาพระพุทธเจ้าว่าท่านมีความเห็นอย่างไรที่จะยกทัพไปตีทำลายล้างแคว้นวัชชี

วัสสการพราหมณ์จึงไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งเนื้อความตอนนี้มีอยู่ในหลายพระสูตร เช่น ในตอนต้นของมหาปรินิพพานสูตร, อังคุตตรนิกาย หมวดที่ 7 ที่พูดถึงคุณธรรมของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี แคว้นวัชชี

 

“อย่าแตกกัน แต่ให้สามัคคีกัน อย่าเกลียดกัน แต่ให้ปรองดรองกัน อย่าเคืองแค้นโกรธกัน แต่ให้มีการเข้ากันลงกันได้ ช่วยเหลือกัน นี่ต้องเป็นสิ่งที่ควรเป็นไป”


 

พระพุทธเจ้าจึงตรัสบอกผ่านพระอานนท์กับวัสสการพราหมณ์ เพราะว่าพระอานนท์ได้เคยฟังเรื่องอปริหานิยธรรมที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสแก่เหล่าเจ้าลิจฉวี แคว้นวัชชี ที่สมาทานประพฤติปฏิบัติ ทำกันอยู่อย่างเป็นประจำ พวกเขาจะมีแต่ความเจริญ จะหาความเสื่อมไม่ได้เลย กล่าวถึงธรรมะ 7 ประการ ที่จะทำให้มีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อม (เนื้อหาดังข้างต้น)

วัสสการพราหมณ์พอทราบถึงข้อปฏิบัติของเหล่าเจ้าชาววัชชี ก็กริ่งเกรงว่าจะไม่อาจเอาชนะได้ด้วยการยกทัพเข้ารุกราน เนื่องจากบรรดาเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีมีสามารถ มีความสามัคคี และมีการปกครองด้วยธรรม อันนำความเจริญความไม่เสื่อมมาสู่ด้วยอปริหานิยธรรมทั้ง 7 ข้อ วัสสการพราหมณ์จึงเห็นว่ามีอยู่ 2 วิธีเท่านั้นที่จะทำได้คือไม่ด้วยการเจรจาเกลี้ยกล่อมเพื่อที่จะให้เป้นเมืองขึ้น (วิธีทางการฑูต) หรือไม่ก็หาอุบายยุให้แตกกัน จึงได้นำเรื่องราวมาคุยราชการกับพระเจ้าอชาตศัตรู แล้วจึงกำหนดแผนยุในแตกสามัคคีกัน

ด้วยการยกโทษขึ้นมาอย่างหนึ่ง แล้ววัสสการพราหมณ์ฉวยโอกาสเหมาะกับอุบายของตนที่วางไว้ กล่าวท้วงติงไม่เห็นด้วยกับการรุกราน และให้พระเจ้าอชาตศัตรูทรงแสร้งโกรธเป็นอย่างมาก ถึงกับโกนหัวประจาน ขับไล่หนีออกจากเมืองราชไป ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปว่าวัสสการพราหมณ์ มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธถูกเนรเทศออกจากเมืองเหตุด้วยโทษเพียงเล็กน้อย ได้หนีไปยังเมืองไวสาลี แคว้นวัชชี เหล่าเจ้าลิจฉวี เห็นว่าด้วยความที่วัสสการพราหมณ์มีความรู้ในทางการรบ ทั้งในศาสตร์และเวทย์ต่าง ๆ มีความรู้ในการเมืองการปกครอง การเลยตั้งให้เป็นอาจารย์สอนศิลปวิทยาแก่เหล่าพวกเจ้าลิจฉวีทั้งหลาย ปฎิบัติงานในหน้าที่อย่างดี ไม่มีสิ่งใดบกพร่อง จนเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีไว้วางใจ

แผนการทำลายความสามัคคีได้เริ่มจากวัสสการพราหมณ์ใช้กลอุบายให้บรรดาเจ้าลิจฉวีระแวงกันซึ่งกันและกัน นำความข้างโน้นมาบอกฝ่ายนี้ นำความข้างนี้ไปบอกฝ่ายโน้น เพื่อจะให้เกิดความแตกร้าวกัน ทั้งที่เรื่องนั้นไม่ได้เป็นจริง จนกระทั่งเหล่าเจ้าลิจฉวี เกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน และทำให้แตกกัน ทำอยู่ 3 ปี ก็เริ่มมีพฤติกรรมไม่พร้อมเพียงกันในการเริ่มประชุม เลิกประชุม ไม่ทำกิจของกันเมื่อมาถึงขั้นนี้พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตี ชาวแคว้นวัชชีเหล่าเจ้าลิจฉวีนั้นก็ย่อยยับพินาศด้วยความแตกสามัคคีเพียงเท่านั้นเอง

 

“อปริหานิยธรรม คือ ธรรมะที่ถ้าเราทำ ปฏิบัติแล้วจะมีความไม่เสื่อม มีแต่ความเจริญท่าเดียว ทั้ง 7 ข้อ แค่เราเอามาประยุกต์ใช้สักข้อใดข้อหนึ่ง ดีแน่นอน ถ้าเราขาดไปสักข้อใดข้อหนึ่ง แย่แน่นอน พระพุทธเจ้าพอหลังจากที่วัสสการพราหมณ์นำเอาความกลับไปคุยดำเนินการต่อกับพระเจ้าอชาตศัตรู ยังเรียกภิกษุทั้งหลายมาอธิบายสอนย้ำถึงในอีก 6 นัยยะในเรื่องอปริหานิยธรรม…

…ในเรื่องของเหล่าเจ้าลิจฉวีที่มีความเสื่อมแตกทำลายไป เพราะว่าขาดอปริหานิยธรรม ให้เราพอฟังแล้วมาคิดใคร่ครวญในบริษัทของเรา ครอบครัวของเรา องค์กรของเรา ที่ที่เราอยู่ ว่าเรามีความสามาัคคีความพร้อมเพียงกันหรือไม่…หรือมองกันด้วยสายตาของคนที่ไม่รักใคร่กันอยู่ มันไม่ดีแน่ แต่ถ้าเรามีความกระตือรือล้นกัน มีความที่มองกันด้วยสายตาแห่งคนที่มีความรักใคร่กันเป็นอยู่ ช่วยการงานเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ รู้จักที่จะมีการรับภาระ ช่วยกันดูแลกัน อันนี้จะทำให้เกิดความสามัคคีกันในองค์กรนั้น ในหมู่บ้านนั้น ครอบครัวนั้น ใรทั้งจังหวัด ประเทศขึ้นมาได้แน่อน นี้คือเรื่องของอปริหานิยธรรมที่นำมาใช้ในเรื่องของการเมืองการปกครอง การดำเนินชีวิตของเราได้”

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ราชอปริหานิยธรรม
Tagged on: