download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 24/01/2561

HIGHLIGHTS:

  • ลูกชายมีอายุถึงวัยที่จะบวชได้แล้ว ควรจะให้บวชตามประเพณีดีไหม แต่วัดแถวบ้านมีการกินข้าวเย็น จึงมีความคิดว่า ถ้าบวชไปแล้วไม่ดี จะบวชไปทำไม กลัวจะเป็นบาป
  • การทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ซึ่งปกติจะมีเงินมากกว่าการทำสวนลำไย แต่การเลี้ยงสัตว์จะเป็นการไปเบียดเบียนสัตว์ จึงไม่อยากทำ แต่ถ้าเลี้ยงสัตว์แล้ว ได้เงินมากกว่าจะดีกว่าไหม เพราะไม่ได้มีเงินทองมาก
  • เมื่อประสบเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต จึงคิดว่า ตัวเองเป็นคนบาปหนา ปัญญาน้อย ชาตินี้จะบรรลุธรรมกับเขาได้หรือไม่

บทคัดย่อ

ตอบคำถาม : คุณฝน จ. เชียงใหม่ (จดหมาย)

คำถาม : ลูกชายมีอายุถึงวัยควรจะบวชได้แล้ว ควรจะให้บวชตามประเพณีดีไหม แต่วัดแถวบ้านมีการกินข้าวเย็น จึงมีความคิดว่า ถ้าบวชไปแล้ว ทำไม่ดี จะบวชไปทำไม กลัวจะเป็นบาป

คำตอบ : หลักการกว้างๆ การบวชแล้ว ต้องทำดี แต่ถ้าบวชแล้วทำไม่ดี ความไม่ดีนั้น หนักกว่ามาก พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบไว้เหมือนกับการจับใบหญ้าคา ถ้าจับกอหรือใบหญ้าคา แล้วจับไม่ดี มันบาดมือได้ แต่ใบหญ้าคามีประโยชน์ ใช้ทำเป็นเชือก เป็นที่นั่ง แต่ว่าโทษจากมัน เราต้องระวัง การบวชเป็นบรรพชิต เป็นสมณะ อยู่วัดปฏิบัติธรรมในลักษณะของคนนุ่งขาวไม่โกนผมหรือว่าโกนผมห่มเหลืองก็ตาม จุดประสงค์เพื่อที่จะออกจากความทุกข์ เพื่อที่จะสร้างบุญ ด้วยการบวชเป็นบรรพชิต หรือเป็นบรรพชิตแล้ว ทำบุญด้วยการรักษาศีล สมาธิ ปัญญา จะได้บุญมากกว่าแน่ แต่ถ้าทำผิดศีล ทำไม่ดี บาปก็หนักกว่า บาปย่ิงเท่าทวีคูณ

ถ้ามีโอกาสบวชแล้ว ต้องทำดี ต้องปฏิบัติให้ดี บวชยังไงก็ดี ถ้าคนอื่นเขาทำไม่ดี เราต้องฝืน เราต้องอย่าไปทำไม่ดีแบบเขา และต้องหาครูอาจารย์ที่สามารถบอกสอนเราให้ถูกต้องดีงามได้ การได้บวชสักครั้งในชีวิตเป็นสิ่งที่ดี รับคำสอน รับมรดกเหล่านี้มารักษาให้ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งตนเองและผู้อื่น เพราะฉะนั้น บวชก่อนเป็นสิ่งที่ดีแน่ แล้วต้องหาการปฏิบัติดีให้ได้ หาครูบาอาจารย์ที่ดีให้ได้ด้วย

 

คำถาม : การทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ซึ่งปกติจะทำให้มีเงินมากกว่าการทำสวนลำไย แต่การเลี้ยงสัตว์จะเป็นการไปเบียดเบียน จึงไม่อยากทำ หรือถ้าเลี้ยงสัตว์แล้วได้เงินมากกว่าจะดีกว่าไหม เพราะเงินทองไม่ได้มีมาก

คำตอบ : การปลูกพืชก็มีการเบียดเบียนสัตว์ที่อยู่ในดิน การเลี้ยงสัตว์ก็มีสัตว์ที่ต้องตาย แต่การเบียดเบียนในการปลูกพืชมันน้อยกว่า ก็ถ้าเบียดเบียนมากกับเบียดเบียนน้อย เราก็ต้องเลือกเบียดเบียนน้อย เพราะฉะนั้นถ้าเราพิจารณาเรื่องการเบียดเบียน การปลูกลำไยมันดีกว่า นี่คือการเบียดเบียนผู้อื่น

ส่วนการเบียดเบียนตัวเอง เรามีความแร้นแค้น เงินไม่พอ อดบ้างกินบ้าง ต้องอดทนอยู่อย่างมาก จึงมีความคิดที่จะไปหาอาชีพอื่น ด้วยคิดว่าอาชีพอื่นจะดี ทำอาชีพเกษตรกรรมอื่นๆ บางทีเราอาจจะได้ยินว่า มันดีแบบนั้นแบบนี้ บางทีเราก็ไปปลูก เกิดราคาตก ไม่ได้ดีแบบที่คิดเอาไว้ ก็ผิดพลาดเหมือนกัน ความอยากในจิตของเรา มันก็เลยคิดว่า อย่างอื่นมันดีกว่า

แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมีตอนนี้ คือ เรื่องความอดทน พระพุทธเจ้าบอกว่า “ความอดทนเป็นตบะอย่างยิ่ง ขันดิเป็นตบะอย่างยิ่ง” อดทนในส่ิงที่อดทนได้ยาก ไม่ใช่ว่า คนธรรมดาๆ จะทำได้ คนทั่วๆ บางทีเจอสิ่งที่ไม่น่าพอใจก็หนีแล้ว ทำอะไรยากหน่อย ก็บ่นแล้วเผ่นแล้ว แต่คนที่ทำส่ิงที่ทำได้ยาก อดทนในส่ิงที่อดทนได้ยาก นี่ไม่ใช่คนธรรมดา เรียกว่า เป็นคนเหนือคน แต่ก็ไม่ใช่ว่า ไปหาความทุกข์มาทับถมตนเองที่ไม่ได้มีความทุกข์ทับถม เพราะนั่นเป็นลักษณะของทำทุกรกิริยา การที่เราเจอความทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว เรามีความอดทนได้ อันนี้ต้องใช้ปัญญา อดทนในการที่จะไม่สร้างส่ิงที่เป็นอกุศลขึ้นมา

การอดทนในขั้นแรกบางทีต้องอดกลั้น ต้องใช้สติเพ่งไว้อย่างมาก บางทีก็หลุดบ้าง บางทีก็ท้อใจบ้าง ความท้อใจเลยทำให้คิดว่า การทำปศุสัตว์จะดีกว่า เราจึงต้องตั้งสติให้มันดีมากขึ้น พัฒนาขันติของเราให้มันดีขึ้นจนไปถึงขั้นที่ว่า จิตเหมือนแผ่นดิน แผ่นน้ำ

ขันติคือความอดทน ไม่ใช่ว่า จมปลักอยู่แต่ในความทุกข์ ไม่หาวิธีการอื่นที่มันจะดีขึ้น มีการพัฒนาตรงไหนได้เราต้องทำ เราต้องมีปัญญาให้อยู่ตามธรรม ไม่ทำส่ิงที่เป็นเรื่องนอกแนว ขณะเดียวกันก็ต้องมีการพัฒนาเจริญอิทธิบาทสี่ มีวิมังสาในการที่จะปรับปรุงวิธีการทำมาหากินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้วิธีการทางเลือกต่างๆ ปรึกษาผู้รู้ ถามคนที่เขามีความเข้าใจ มีกัลยาณมิตร ต้องประกอบกันให้ดี

 

คำถาม : เมื่อประสบเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต จึงคิดว่า ตัวเองเป็นคนบาปหนา ปัญญาน้อย ชาตินี้จะบรรลุธรรมกับเขาได้หรือไม่

คำตอบ : ทุกขเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ไม่ได้หมายถึงว่า มันเป็นบาปโดยทั้งหมดทั้งสิ้น เรื่องของกรรมที่ให้ผลเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ มันยากที่จะพยากรณ์ ความเป็นจริงอย่างหนึ่งคือ ในภพมนุษย์สุขและทุกข์มันคละเคล้ากัน การที่เราอยู่ในมนุษย์โลก มีบุญพอเพียงแล้วที่จะบรรลุธรรมได้แล้ว อาจจะเจอทุกข์บ้าง อาจจะเจอสุขบ้าง อันนี้มันจะคละเคล้ากันไป มีมาเป็นธรรมดาแน่นอน พอเกิดทุกขเวทนาขึ้น เราพยายามอดทนต่อสู้ พัฒนาขันติคือความอดทนให้มันความก้าวหน้าขึ้น จากที่ต้องอดกลั้น มาเป็นลักษณะจิตที่เหมือนกับแผ่นดิน แผ่นน้ำ นั่นคือแสดงถึงว่า เราบรรลุธรรมยิ่งขึ้นเป็นขั้นๆ ไปแล้ว ให้มีกำลังใจ และมีความมั่นใจ

กำลังใจจะเกิดจากความมั่นใจคือศรัทธาในคำสอน นั่นคือ ธัมโม ให้เรามีความมั่นใจคือศรัทธาในผู้สอน คือ พระพุทธเจ้า ให้เรามีความมั่นใจคือศรัทธาในการปฏิบัติ เพราะไม่ว่า ใครก็ตามที่ปฏิบัติตามธรรมะที่เรายังได้ยินได้ฟังกันอยู่นี้ จะสามารถทำความดีให้เกิดขึ้นได้แน่นอน ชีวิตชั้นดีขึ้นแน่นอน คนที่ประเสริฐ คนที่จิตใจดี กายอาจจะมีความทุกข์บ้างก็จริง แต่ว่าโดนลูกศรแทงดอกเดียวที่กาย ไม่ได้ถูกแทงที่จิตด้วย

พุทโธ ธัมโม สังโฆ​ ถ้ายังมีอยู่ในที่ไหน เราเอามาระลึกถึงไว้ในใจ เราก็ยังมีพลัง มีกำลัง มีความดีความงาม คนที่ลำบากกว่าเราในโลกนี้ มีเยอะแยะมากมาย เราลำบากนี้ก็ระดับหนึ่ง มีความลำบากแล้ว ให้มีความอดทนด้วย มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส ในการที่นึกถึงพุทโธ ธัมโม สังโฆ จะทำให้เรามีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตของเราให้ไปอยู่ตามมรรคแปดได้ พอเรามีกำลังใจในการดำเนินชีวิตไปตามมรรคแปดแล้ว ทำไปๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นตลอดชีวิตเรานั่นแหละ หมดชีวิตนี้ไป ถึงแม้อาจจะยังไม่ร่ำรวยขึ้นมา โลกหน้าเราได้รับเต็มๆ โลกนี้อาจจะยังไม่เต็ม เพราะว่ามันชงมา ตบมา กันเป็นแบบนี้แล้ว เราอดทนทำความดีไป โลกหน้าเป็นปรโลก เราก็จะมีสุคติโลกสวรรค์เป็นที่ไปแน่นอน ให้เรามีความมั่นใจให้มีความสบายใจได้เลย

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ขันติหรือความอดทนเป็นตบะอย่างยิ่ง
Tagged on: