Publish : 03/11/2560


HIGHLIGHTS:

  • วาจาแบบไหนที่เหมาะกับผู้ครองเรือน
  • ความเห็นไม่ใช่ข้อเท็จจริง

บทคัดย่อ

การครองเรือนเราไม่ได้อยู่คนเดียวเพราะมีกิจเนื่องด้วยเหย้าเรือนต่าง ๆ เกี่ยวกับภรรยาบ้าง สามีบ้าง คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงานตรงนั้นตรงนี้ เพราะฉะนั้นพอมากกว่า 1 คน มันต้องมีการติดต่อสื่อสารกัน เมื่อจะสื่อสารกันต้องใช้วาจา การใช้วาจาจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ใช่แค่ว่า พูดจริงแล้วมันจะเพียงพอ จะต้องมีเรื่องของการพูดชนิดที่ไม่ยุยงให้แตกกันด้วย ที่ต้องการจะเน้นย้ำในวันนี้คือการพูดชนิดที่เป็นปิยวาจา

ประการที่หนึ่ง พูดจาไปแล้วให้เกิดประโยชน์ให้เป็นวาจาที่ไพเราะให้เป็นวาจาที่ไม่กระทบกระเทือนเขาเป็นวาจาที่จะไม่ดูหมิ่น

ประการที่สอง เรามักจะเข้าใจไปว่า พูดไปแล้วเป็นวาจาที่อาจจะไม่เพราะแต่มันจริงนะ ความจริงที่เราบอกว่ามันจริงนี่เป็นความเห็นจริงๆ ฉันเลยพูดออกไปอย่างนั้นจริงๆ ความเห็นที่มีในตัวเราแล้วเราพูดตามความเห็นนั้นออกไปเนี่ย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงนะ ความเห็นไม่ใช่ข้อเท็จจริง ความเห็นเนี่ยเขาเรียกว่าเป็น Opinion แต่ข้อเท็จจริงคือ Fact…Fact กับ Opinion เนี่ยคนละเรื่องกันเลย… Opinion คือความเห็นที่ฉันมีความคิดเห็นว่าอย่างนี้ แต่ Fact คือข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นถ้าเราพูดความเห็นจริงๆ ของเรา… Real จริงนะ แต่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง…. Real แต่ไม่ใช่ Fact…. Real Opinion ความเห็นของคุณจริงๆ นะคุณพูดไปแต่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นในข้อเท็จจริงตรงนี้ที่พระพุทธเจ้าบอกว่า วาจาที่จริงที่แท้เนี่ยหมายถึง Fact นะ หมายถึงข้อเท็จจริง หมายถึงสิ่งที่เราเห็นคือบอกว่าเห็น ไม่เห็นคือบอกไม่เห็น รู้คือบอกว่ารู้ ไม่รู้คือบอกไม่รู้ ถ้าเผื่อว่ารู้แล้ว แต่ไม่ได้พูดสิ่งที่รู้นั้นเพราะพูดแล้วเขาจะไปขัดใจ ถือว่าไม่ได้เป็นวาจาที่โกหก เป็นวาจาที่จริงอยู่

ประเด็นที่สาม ระหว่างกลุ่มคน สามีภรรยา สามีจะต้องไม่ดูหมิ่นสามีจะต้องยกย่องภรรยา เพื่อนกันจะต้องพูดวาจาที่ไพเราะต่อกันจะต้องพูดวาจาที่ไม่ยุยงให้แตกกัน เพราะฉะนั้นนอกจากวาจาที่จริงแท้แล้ว เราจะต้องดูด้วยว่าวาจานั้นเกิดประโยชน์หรือไม่ ถ้าวาจานั้นจริงแท้ไม่เกิดประโยชน์ไม่ต้องพูด ไม่ควรพูด

วาจานั้นจริงแท้เกิดประโยชน์แล้วก็ต้องดูด้วยว่าคนฟังเขาจะชอบใจไหม ถ้าเผื่อว่าเป็นวาจาที่จริงแท้พูดไปแล้วเขาจะเกิดประโยชน์ด้วย แต่คนฟังเขาจะไม่ชอบ เราจะต้องรู้จักเลือกเวลาที่เหมาะสมในการที่จะกล่าววาจานั้น กรณีจะมีอยู่กรณีเดียวคือถ้าเพื่อนของเราหรือคนรอบตัวเราหรือคู่ครองของเราเขาทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งที่ไม่ดี เช่น ชอบเล่นการพนัน การกินเหล้าอยู่ ถ้าเราไปพูดให้เขาเลิกเหล้าเลิกการพนันเขาจะไม่ชอบใจ พูดไปแล้วนะคนเขาจะไม่ชอบใจ แต่ถ้าเขาเลิกได้จะมีประโยชน์ไหม..มีประโยชน์ คำนั้นจริงแท้ไหม..จริงแท้ เพราะพระพุทธเจ้าบอกสอนเอาไว้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้จักเลือกให้เหมาะกาลเวลา อันนี้เป็นการห้ามเขาเสียจากบาป ให้เขาตั้งอยู่ในความดีได้ คนเขามีความชั่วมีความไม่ดีมีความบาปเนี่ย เราจะพูดเรื่องดีเรื่องกุศลเรื่องบุญเนี่ยเขาจะแบบเคือง พอเขาเคืองแล้วไม่ใช่เราจะไม่พูด ฉะนั้นต้องหาเวลาที่เหมาะสมในการพูด

ฝากไว้ในเรื่องของวาจา…ที่ไม่ใช่แค่…วาจาจริงแท้

วาจาจริงแท้…ที่เป็นความเห็นกับข้อเท็จจริง…ก็ไม่เหมือนกัน

ไม่ใช่แค่จริงแท้ตามข้อเท็จจริง…ยังจะต้องดูประโยชน์ด้วย

ไม่ใช่แค่จริงแท้มีประโยชน์เท่านั้น…ยังต้องดูว่าคนฟังเขาชอบใจไหมด้วย

และยังต้องให้เหมาะสมแก่กาลเวลาด้วย

จะสามารถทำการครองเรือน ชีวิตที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับผู้คน ไม่ใช่แค่เราคนเดียว แต่เกี่ยวข้องกับคนอื่นเนี่ยสามารถที่จะทำให้มีความสุข มีความสมหวัง มีความรุ่งเรือง มีความเจริญ สามารถครองตนให้อยู่เป็นสุข อยู่ในแนวทางธรรมะที่จะนำพาเราไปสู่หนทางแห่งความดับไม่เหลือของทุกข์ได้

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ฆราวาสผู้ครองเรือน ตอนที่ 4
Tagged on: