download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 30/12/2560

HIGHLIGHTS:

  • ลักษณะอาการและรายละเอียดของปฏิจจสมุปบาท

บทคัดย่อ

คำถาม :

ผู้ถามได้ชื่นชมพระอาจารย์มหาไพบูลย์ ที่สามารถยกตัวอย่างสำหรับเปรียบเทียบได้เห็นภาพชัดมาก และเป็นตัวอย่างที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตสำหรับคนยุคสมัยใหม่ที่มีความโลภสูงตามหลักการตลาดแนวจิตวิทยา มาล่อความโลภ ในสัปดาห์ก่อนนั้นที่พระอาจารย์พูดเรื่องการเข้าใจเรื่องจิต เป็นเรื่องที่ดีมาก ต้องการให้ศาสนามีพระสมัยใหม่อย่างพระอาจารย์เยอะๆ เข้าใจนำธรรมะมาเทียบเคียงได้อย่างทันสมัย ทำให้เราคิดเป็นและปรับนำธรรมะมาปรับใช้กับตนเองได้ แม้แต่ในเรื่องการลงทุน พระอาจารย์ก็ยังสามารถเอามายกตัวอย่างได้อย่างดีเช่นกัน จึงต้องการสอบถามเกี่ยวกับเรื่อง “การเข้าใจเรื่องจิต ตามแนวทางของปฏิจจสมุปบาท” พร้อมยกตัวอย่างให้เข้ากับชีวิตคนสมัยปัจจุบัน ว่ามีความเกี่ยวพันกันอย่างไร และควรวางจิตหรือปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อเกิดความคิดนั้นๆขึ้นมา

คำตอบ :

ธรรมะเป็นของไม่ประกอบด้วยกาลเวลา เราไม่ได้ต้องการธรรมะสมัยใหม่ แต่ต้องการธรรมะดั้งเดิมมากกว่า เพราะธรรมะดั้งเดิมจะทำให้เกิดความเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยหลักที่สำคัญดังนี้

  • ความศรัทธา ความเพียร และการฟังธรรมอยู่บ่อยๆจากครูบาอาจารย์รูปต่างๆ
  • การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทั้งตัวเราและผู้อื่น

ปฏิจจสมุปบาท อธิบายเกี่ยวกับการเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกันและกัน การที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันและกันจึงเกิดมีขึ้น จากตัวแม่บทที่กล่าวถึงการเกิดขึ้นของปฏิจจสมุปบาทเมื่ออธิบายตามหลักไวยากรณ์ของภาษาบาลีแล้ว หมายถึงว่าแต่ละคู่สามารถจบในตัวได้เลย โดยที่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตามลำดับต่อเนื่อง

พระพุทธเจ้าได้เคยตรัสไว้ว่า “เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ย่อมไม่มี เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป” เช่น ทุกข์เกิดขึ้นเพราะมีปัจจัย 12 เรื่อง (11 คู่ 12 อาการ) เกิดขึ้นสืบเนื่องกันมาเป็นคู่ๆดังนี้ คือ

  1. เพราะอวิชชา(ความไม่รู้ในอริยสัจสี่)เป็นปัจจัย สังขาร(การปรุงแต่งทางกาย วาจา และใจ)จึงมี
    • หากปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์แปดจะทำให้อวิชชาดับ และสังขารก็จะดับตามไปด้วย
  2. เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณ(การรับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ)จึงมี
  3. เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี
    • นาม ประกอบด้วย เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ
    • รูป ประกอบด้วย ธาตุทั้งสี่
  4. เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี
    • สฬายตนะ ประกอบด้วย
      • อายตนะภายใน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
      • อายตนะภายนอก ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์
  5. เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี
    • ผัสสะเป็นการประจวบพร้อมกันหรือการกระทบกันของวิญญาณ นามรูป และสฬายตนะ จึงทำให้มีการปรุงแต่งที่เรียกว่าสังขาร และไปรับรู้นามรูป ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีอวิชชาครอบคลุมไว้ และทำให้เกิดผัสสะขึ้นมาได้
  6. เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนา(ความรู้สึก)จึงมี
    • สุขเวทนา
    • ทุกขเวทนา
    • อทุกขมสุข
    • เวทนาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
    • สุข ทุกข์ โสมนัส โทมนัส และอุเบกขา
  7. เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหา(ความทะยานอยาก)จึงมี
    • กามตัณหา คือ ความทะยานอยากในกาม
    • ภวตัณหา คือ ความทะยานอยากในความมีความเป็น
    • วิภวตัณหา คือ ความทะยานอยากในความไม่มีไม่เป็น
  8. เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปทาน(ความยึดถือ)จึงมี
    • กามุปาทาน คือ ยึดติดในกาม
    • ทิฏฐุปาทาน คือ ยึดถือในทิฏฐิ
    • สีลัพพัตตุปาทาน คือ ยึดถือในศีลวัตรหรือการปฏิบัติที่งมงาย
    • อัตตวาทุปาทาน คือ ยึดมั่นในตัวเอง ของตัวเอง
  9. เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพ(สภาวะ)จึงมี
    • กามภพ คือ การยึดถือในลักษณะกาม
    • รูปภพหรืออรูปภพ คือ การยึดถือที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยกาม
  10. เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติ(การเกิด)จึงมี
  11. เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะ(ความแก่ ความตาย ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ และความคับแค้นใจทั้งหลาย)จึงมี

จิตใจของมนุษย์ที่ไม่รู้เรื่องปฏิจจสมุปบาทจะยุ่งเหยิงเหมือนกับรังนกหรือรากของต้นไผ่ ดังนั้นควรต้องพิจารณาปฏิจจสมุปบาทเป็นคู่ๆไป และหากพิจารณาในแต่ละคู่จะเห็นว่าเป็นเรื่องของอริยสัจสี่

  • ขันธ์ห้า(ทุกข์) ได้แก่ สังขาร วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ภพ ชาติ ชรามรณะ
  • ตัณหา(สมุทัย) ได้แก่ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน

ซึ่งเราสามารถทำความเข้าใจและนำไปปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์แปดซึ่งจะตระหนักได้ว่า อุปาทานต้องละ วิญญาณต้องรอบรู้ อวิชชาต้องละ เวทนาต้องรอบรู้ ภพต้องทำความเข้าใจ เป็นต้น ดังนั้นกิจที่ควรทำในปฏิจจสมุปบาทแต่ละคู่จะต่างกัน “หากเกิดขึ้นแล้วดับลงแล้วดับไป เกิดขึ้นแล้วเห็นเหตุแล้วดับลงแล้วดับไป” การเกิดต้องมีทั้งขันธ์ห้าและตัณหา ส่วนการดับต้องมีทั้งมรรคแปดและนิโรธอยู่ตรงนั้นแน่นอน

ตอบคำถาม: คุณนพวรรณ พรหมบุญ

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

จิต&ปฏิจจสมุปบาท – ตอนที่ 1
Tagged on: