download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 06/12/2560

HIGHLIGHTS:

  • การบวชได้หรือไม่ได้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณอ่านเขียนออกหรือไม่ออก แต่อยู่ด้วยเงื่อนไขที่สำคัญต่าง ๆ ซึ่งพระอุปัชฌาย์จะเป็นผู้ถาม แต่ที่สำคัญกว่าเงื่อนไขต่าง ๆ คือ ศรัทธา คนที่มีศรัทธาแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ รวมถึงเรื่องของการอ่านการเขียนด้วย
  • อุตริมนุสธรรม หมายถึง ธรรมะที่เหนือของมนุษย์ คือ ธรรมะอะไรก็ตามที่เหนือยิ่งกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป
  • วิธีการที่เราจะวางความสงบได้ คือ เห็นความสงบ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เมื่อเห็นโดยเป็นของไม่เที่ยงแล้ว ให้เห็นอยู่จนมันหน่ายและคลายกำหนัด ถึงจะปล่อยวางได้
  • คนต้องมีปัญญาถึงจะเห็นได้ จะรู้ว่าการไม่ทุกข์ไม่สุข ดีกว่า การที่จะไปสุขหรือไปทุกข์

บทคัดย่อ

คำถามจาก คุณสมคิด จ.อุดรธานี: ชายไทยอายุ 20 ปีบริบูรณ์ แต่อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่เป็น จะสามารถบวชพระได้หรือไม่?

คำตอบ: การบวชได้หรือไม่ได้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณอ่านเขียนออกหรือไม่ออก แต่อยู่ด้วยเงื่อนไขต่างๆ เช่น เป็นโรคเรื้อน กลากเกลื้อน  ถุงลมป่องพอง หรือไม่ มีอวัยวะครบถ้วนหรือไม่ ตาบอดหรือไม่ มีหนี้หรือไม่ เป็นข้าราชการหรือไม่ เคยทำอนันตริยกรรม หรือไม่ ฯลฯ เป็นเงื่อนไขที่สำคัญ ๆ ซึ่งพระอุปัชฌาย์จะเป็นผู้ถาม แต่เงื่อนไขที่สำคัญกว่า คือ ศรัทธา  คนที่มีศรัทธาแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ รวมถึงเรื่องของการอ่านการเขียนด้วย

คำถาม: พระภิกษุบางรูปที่ใช้วิธีการทำนายทายทัก ดูดวงคนอื่น เป็นการผิดวินัยของพระสงฆ์ หรือไม่? หรือว่าเข้าข่ายอุตริมนุสธรรมหรือไม่?

คำตอบ: คำว่า “อุตริมนุสธรรม”  หมายถึง  ธรรมะที่เหนือของมนุษย์  คือ ธรรมะอะไรก็ตามที่เหนือยิ่งกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป ถ้ามนุษย์ทั่วไปมีศีล ถ้าภิกษุหรือใครก็ตามที่มีธรรมะที่เหนือกว่าศีล เช่น มีสมาธิ เหนือขึ้นไปจากสมาธิ ก็มีปัญญา หรืออิทธิวิธีต่าง ๆ … ทั้งหมดนี้เรียกรวมกันว่า อุตริมนุสธรรม

ประเด็นคือ ถ้าไม่มีแล้วพูดว่าเหมือนมี เรียกว่า “อวด” อวดสิ่งที่ไม่มีในตน อวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน นั้นเป็นความผิด…เรื่องของศีล ในพระสงฆ์ ไม่ได้มีเอาไว้เพื่อหาข้อผิดในคนอื่น แต่มีไว้เพื่อตรวจสอบตัวเอง ตรวจสอบซึ่งกันและกัน ในความถูกต้องและทำสิ่งที่มันถูกมันดีให้เกิดขึ้น ละสิ่งที่ไม่ถูกไม่ดี

 

คำถามจากคุณก้อนดิน  ทางเว็บไซต์ :คำว่า “จิตสงบ” หรือ การทำจิตให้วาง หมายถึง ไม่ให้ยึดติดความสงบ หรือความว่าง แต่ให้เห็นจริงโดยไม่มีอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้อง นั้น ถูกต้องหรือไม่

คำตอบ :เคยอธิบายไว้ในตอน “สงบแต่ยังไม่วาง” ว่าเวลาที่เราทำจิตให้สงบแล้ว เราไม่ได้เอาตรงที่สงบ แต่เราเอาตรงที่จะวาง ความสงบนั้นให้ได้ เมื่อมีสงบแล้วก็ยังผัสสะของความนิ่งๆ  อยู่ วิธีการที่เราจะวางความสงบได้ คือ เห็นความสงบ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เมื่อเห็นโดยเป็นของไม่เที่ยงแล้ว ไม่ใช่ว่าจะวางได้ ทำไม?  คือ เห็นอยู่แต่มันยังไม่หน่าย ยังเห็นไม่มากพอ

กรณีคุณก้อนดิน ทำถูกอยู่นั่นแหล่ะ แต่ยังทำไม่พอ จนถึงจุดที่จะให้มีความหน่าย หน่ายแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะวางได้เลย มันต้องคลายกำหนัด ด้วย ถึงจะปล่อยวางได้

 

คำถามจากคุณอิ๋ว: การไม่ทุกข์ ไม่สุข นั้น เป็นสิ่งดีหรือไม่?

คำตอบ:จะดีหรือไม่ดีต้องมีข้อเปรียบเทียบ เช่น กามสุข ข้อดีทำให้มีความสุข โสมนัส แล้วข้อเสียมากมาย เหมือนของในความฝัน เหมือของยืมเขามา เหมือนเขียงสับเนื้อ เหมือนชิ้นเนื้อ เหมือนหมาแทะกระดูก เพราะแป๊บเดียวมันหายไปหมด มันเสื่อมได้ง่าย …สุขก็สุขนิดเดียว แต่ความทุกข์ตามมามากมาย …ถ้าเป็นสุขจากสมาธิก็มี เป็นสุขที่เป็นนิรมิตร ข้อเสียก็มี คือ มันไม่เที่ยง เปรียบเทียบกัน ข้อดีมีมากกว่าข้อเสีย

ดีหรือไม่ดีนั้น พระพุทธเจ้าให้เอา กุศลธรรม และ อกุศลธรรม เป็นเครื่องวัด

กามสุข ที่เป็นสุขที่เกิดสิ่งภายนอก จะเป็นเหตุให้เกิดอกุศลธรรมมากกว่า นั้นไม่ดี

ความรู้สึกไม่ทุกข์ ไม่สุข มากจากคำว่า อทุกขมสุข  คือ ความรู้สึกเป็นเวทนา ที่ไม่ได้บ่งบอกว่ามันสุขหรือมันทุกข์ ซึ่งเกิดมากจากผัสสะที่เป็นเหตุมีปัจจัย

ถ้าผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งความสุข ดับไป สุขเวทนาก็ดับไป ถ้าผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งความทุกข์ ดับไป ทุกขเวทนาก็ดับไป ถ้าผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งความรู้สึกที่ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุข ดับไป  ความรู้สึกที่ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขก็ดับไปเหลือไว้แค่ อุเบกขา  ความวางเฉยในผัสสะต่าง ๆ ได้ ซึ่งเป็นธรรมที่ละเอียดกว่า

คนต้องมีปัญญาถึงจะเห็นได้ จะรู้ว่าการไม่ทุกข์ไม่สุขดีกว่าการที่จะไปสุขหรือไปทุกข์ …

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

จิตปล่อยวาง
Tagged on: