download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 27/11/2560



HIGHLIGHTS:

  • ธรรมบทแปลเรื่องพระติสสะ เป็นผู้ว่ายากและถือตัว
  • ความเป็นมงคล ความดีความงาม มันไม่ได้อยู่ที่ปากคนอื่น แต่อยู่ที่การกระทำของเรา
  • ความดีก็ยังเป็นความดี ตราบใดก็ตามที่ถ้าเรายังปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ให้เรามีความมั่นใจ มีความมั่นคงอยู่ในจุดนี้ คือ ศรัทธา
  • จิตใจที่มีศรัทธามีปัญญามันจะมีความนุ่นวล แต่ความหัวดื้อความหยาบโล้น ความไม่เกรงใจกันจะเป็นความหยาบคายในจิต เพราะฉะนั้นเราจะต้องดูลักษณะจิตของเราดี ๆ ตั้งสติเอาไว้ให้ดี
  • ให้เป็นผู้ที่บอกง่ายว่าง่าย ให้เป็นผู้ที่ไม่ผูกโกรธ

บทคัดย่อ

อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ          อชินิ มํ อหาสิ เม

เย จ ตํ อุปนยฺหนฺติ          เวรํ เตสํ น สมฺมติ

อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ          อชินิ มํ อหาสิ เม

เย จ ตํ นูปนยฺหนฺติ          เวรํ เตสูปสมฺมติ.

“ก็ชนเหล่าใด เข้าไปผูกความโกรธนั้นไว้ว่า ‘ผู้โน้นได้ด่าเรา ผู้โน้นได้ตีเรา ผู้โน้นได้ชนะเรา ผู้โน้นได้ลักสิ่งของของเราแล้ว’ เวรของชนเหล่านั้น ย่อมไม่ระงับได้,

ส่วนชนเหล่าใด ไม่เข้าไปผูกความโกรธนั้นไว้ว่า ‘ผู้โน้นได้ด่าเรา ผู้โน้นได้ติเรา ผู้โน้นได้ชนะเรา ผู้โน้นได้ลักสิ่งของของเราแล้ว’ เวรของชนเหล่านั้นย่อมระงับได้.”

บทแห่งธรรมข้างต้น ยกมาจากธรรมบทแปลเรื่อง พระติสสเถระ ภาคที่ 1 เรื่องที่ 3 (อ่านเพิ่มเติมในส่วนพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง)

ประเด็นที่ยกมาในที่นี้คือ ถ้าเผื่อว่าเราถูกคนอื่นเขาด่า เขาว่าในบางครั้งบางคราว แต่เราก็ไม่ได้ทำสิ่งใดผิด อาจจะเกิดจากการเข้าใจไม่ถูกต้อง เขาก็ด่าเรา สาปแช่งเรา พูดอะไร ทำสิ่งอะไรบางทีมันไม่เป็นมงคล ไม่ได้จะดูดี บางทีทำให้เสียกำลังใจกันด้วยซ้ำ

“ความเป็นมงคล ความดีความงาม มันไม่ได้อยู่ที่ปากคนอื่น แต่อยู่ที่การกระทำของเรา คือ ถ้าเราทำไม่ดี ต่อให้คนเขาจะยกย่อง สรรเสริญต่างๆ นานา อย่างไรก็ตาม ความไม่ดีมันก็ยังมีอยู่ เพราะมันไม่ได้อยู่ที่ปากเขา

หรือถ้าเราทำความดีแล้ว สุดจะดี แต่ก็มีคนด่าคนว่า ตำหนิติเตียน จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ด่าไว้ก่อน ถึงเขาจะพูดด่าว่าอย่างนี้ แต่ความดีมีอยู่ในเรา มันก็ไม่ได้อยู่ที่ปากเขา”

จากเรื่องพระติสสะ เราจะเห็นได้ว่า “ความจริงก็คือความจริง เพราะว่ามันมีการกระทบกระทั่ง เราอุตสาห์พยายามทำความดีแล้ว แต่ว่ามันก็ยังมีการเบียดเบียนเกิดขึ้นแบบนี้จะทำอย่างไร ซึ่งความจริงพอปรากฎขึ้น นารทดาบสนี่ไม่ได้ผิดอะไร แต่ว่าเทวลดาบสต่างหากที่จะต้องได้รับผลกรรม ทั้งที่ตนเองเป็นคนสาปแช่งเขา เรื่องนี้เราจะเห็นได้อยู่มาตั้งแต่อดีต จนถึงสมัยปัจจุบัน เช่นเรื่องของนารทะและเทวลดาบส ชาดกที่บอกถึงเรื่องราวระหว่างพระพุทธเจ้าและพระติสสะ จนสุดท้ายเทวลดาบสหรือพระติสสะก็ตามในชาตินั้น ๆ ของท่าน ก็แก้ไขได้ คือ เทวละก็ไม่ตาย ติสสะก็เปลี่ยนจากคนว่ายากบอกดื้อ เป็นคนบอกง่ายว่าง่ายได้ หรือแม้แต่เรื่องของพระเทวทัตก็ตาม พระเทวทัติก็ใส่ความ เกิดไม่ดีกับพระพุทธเจ้าทั้ง ๆ ที่พระพุทธเจ้านั้นดีแสนดี ในชาติก่อน ๆ นั้นยิ่งจะใส่ความ เอาความไม่จริงมาให้ เบียดเบียนกันด้วยรูปแบบต่าง ๆ

แต่ความดีก็ยังเป็นความดี ตราบใดก็ตามที่ถ้าเรายังปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 ให้เรามีความมั่นใจ มีความมั่นคงอยู่ในจุดนี้ ความมั่นใจมั่นคงไม่ใช่ตัวดื้อ ความมั่นใจมั่นคงไม่ใช่พูดไม่ฟัง แต่ความมั่นใจมั่นคงคือ ศรัทธา

ศรัทธานี้จะต้องมีปัญญาและก็มีความเพียรเป็นสิ่งที่ประกอบกันเอาไว้ ปัญญาจะทำให้ศรัทธาที่เรามีไม่กลายเป็นความงมงาย ไม่กลายเป็นความดื้อดึง แต่เป็นศรัทธาที่ไปถูกทางตามปัญญา มีความยืดหยุ่น จิตใจที่มีศรัทธามีปัญญามันจะมีความนุ่นวล แต่ความหัวดื้อความหยาบโล้น ความไม่เกรงใจกันจะเป็นความหยาบคายในจิต เพราะฉะนั้นเราจะต้องดูลักษณะจิตของเราดี ๆ ตั้งสติเอาไว้ให้ดี

อีกจุดหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของเรื่องคือ ให้เป็นผู้ที่บอกง่าย ให้เป็นผู้ที่ไม่ผูกโกรธ คนที่ผูกโกรธกันอยู่จะให้วางจะ ให้มีเมตตากันมันจะยาก จะมาคิดว่าเขาตีเรา เขาขโมยเรา เขาทำไม่ดีกับเรา การผูกเวรมันก็ยังจะเกิดยืดเยื้อต่อไป เวรจะระงับกันไม่ได้ แต่ถ้าเราไม่ผูกโกรธไม่ได้คิดว่า เขาด่าเรานะ หรือ ด่าก็ด่า ไม่เป็นไร สังสารสัฏมันเป็นอย่างนี้ ตี ทำร้าย ลักของขโมย ทำก็ทำไม่เป็นไร พอ “ไม่เป็นไร” เกิดขึ้นมา รับได้ ยอมรับได้ นั่นแหละ เวรมันจะระงับได้ การรับได้ยอมรับได้คือการเข้าใจเรื่องทุกข์

คนที่รับไม่ได้ว่า เขาตีเรา เขาด่าเรา เขาเคยลักเรา เขาทำไม่ดีกับเรา ให้อภัยไม่ได้ มันก็จะต้องผูกเวรกันต่อไป แต่ถ้าเข้าใจความทุกข์นี้ได้ เข้าใจว่าสังสารวัฏมันเป็นอย่างนี้ มีความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว ก็จะสามารถให้อภัยกันได้ สามารถที่จะระงับเวรกันได้ สามารถที่จะทำความดีให้เกิดขึ้นที่จิตใจของเราได้ “ความสงบระงับ” จะมีได้เพราะเหตุนี้

 

“…ในสังสารวัฏการกระทบกระทั่งมันมีเกิดขึ้น เมื่อเราเข้าใจแล้วว่ามันมีเป็นมาอย่างนี้ เราจะไปอยู่ในนี้เหรอ?ถ้าเผื่อว่าเรายังข้องอยู่ ยังไม่วางอยู่ ยังยึดไว้อยู่ ยังผูกอยู่ มันหลุดออกจากกันไม่ได้ แต่ถ้าเรามีความเข้าใจแล้ว ไม่ยึดอยู่ ปล่อยแล้ว วางแล้ว สามารถที่พ้นจากโทษภัยของสังสารสัฏนี้ได้แน่นอน”

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พระติสสะผู้ละความว่ายากถือตัว
Tagged on: