download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 17/11/2560



HIGHLIGHTS:

  • จิตที่ยินดีในกามในของสวยงาม สามารถฝึกพัฒนาเป็นจิตที่พระอรหันต์ได้
  • สุจริต 3 อย่างคือ สุจริตทางกาย วาจา ใจ เมื่อมีสุจริตทั้ง 3 ก็ยังให้เกิดสติปัฏฐาน 4 โพชฌงค์ 7 ขึ้นมาและทำให้มีวิชชาวิมุติเกิดขึ้นได้ตามลำดับ
  • เรือนที่มุงไม่ดีฝนย่อมรั่วรดได้ ราคะย่อมเสียดแทงจิตของผู้มิได้อบรม แต่ถ้าเรือนของหลังคามุงไว้อย่างดี ฝนก็ไม่อาจรั่วรด กามราคะไม่สามารถทำอันตรายแก่จิตนั้นได้

บทคัดย่อ

เรื่องราวของพระนันทะทำให้เห็นถึงการแก้ไข – พัฒนาจากจิตที่ยินดีพอใจในความสวยงามจนพัฒนากลายเป็นจิตพระอรหันต์ได้…เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับยังกรุงกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นช่วงออกพรรษาในปีที่ 2 หลังการตรัสรู้ของพระองค์ พระพุทธเจ้าประทับอยู่ในกรุงกบิลพัสดุ์ได้ไม่กี่วันก็มีการจัดพิธีอภิเษกระหว่างเจ้าชายนันทะกับนางชนบทกัลยาณี แล้วนิมนต์พระพุทธเจ้ามางานนี้ด้วย โดยมีเจ้าชายนันทะพระอนุชาของพระพุทธเจ้ากับนางชนบทกัลยาณีคอยอุปัฏฐากถวายอาหารพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าจะเสด็จกลับ ตามธรรมเนียมผู้ที่นิมนต์จะต้องเป็นผู้ถือบาตรส่ง ในที่นี้เจ้าชายนันทะได้ถือบาตรตามส่งเสด็จพระพุทธเจ้าไปถึงวัด พระพุทธเจ้าทรงเห็นดังนั้นก็ตรัสถามว่า นันทะเธอจะบวชหรือ…เจ้าชายนันทะผู้มีความเคารพรักในพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างมารดา ก็จำรับคำยอมบวชแต่โดยดีและคิดว่าจะลาสิกขาภายหลัง หลังจากที่เจ้าชายนันทะบวชได้ไม่กี่วัน ราหุลกุมารก็ได้มาทูลขอราชสมบัติจากพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระบิดา พระพุทธเจ้ามีดำริว่าขุมทรัพย์ทั้ง 7 ที่ติดตามพระองค์มาย่อมมีความเสื่อมสลายตามวัฏฏะจึงได้มอบอริยทรัพย์ซึ่งมีความเหนือกว่าขุมทรัพย์ทั้ง 7 ให้แก่พระราหุลกุมาร

ในระหว่างที่พระนันทะบวชอยู่นั้น แม้จะเป็นการบวชที่ไม่ได้เต็มใจนักแต่ก็ทำข้อวัตรอื่นๆ เช่นเดียว กับภิกษุทั่วไป และหวนนึกถึงนางชนบทกัลยาณีจนอยากลาสิกขาขึ้นมา แต่ไม่กล้ากราบทูลพระพุทธเจ้าโดยตรง ทว่าข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปถึงพระพุทธเจ้าจึงได้เรียกพระนันทะมาสอบถามเรื่องนี้…พระพุทธเจ้าเลยแสดงถึงนางลิงลุ่นตัวหนึ่งที่มีหู จมูก หางขาดแหว่งให้ท่านพระนันทะดู ก่อนจะพาพระนันทะขึ้นไปชมความงามของเหล่านางอัปสรบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และตรัสถามพระนันทะว่าระหว่างนางอัปสรเหล่านี้กับนางชนบทกัลยาณี ใครงามมากกว่ากัน…ท่านพระนันทะก็ทูลตอบว่านางอัปสรเหล่านี้ล้วนงามกว่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ส่วนนางชนบทกัลยาณีนั้นเสมือนนางลิงลุ่นก็ไม่ปาน พระพุทธเจ้าจึงประกันให้พระนันทะว่า ถ้ายังรักษาพรหมจรรย์ต่อไปท่านพระนันทะจะได้นางอัปสรนี้อย่างแน่นอน

ครั้นกลับมาจากดาวดึงส์แล้ว ภิกษุอื่นๆ ก็พากันล้อเลียนท่านพระนันทะว่าถูกพระพุทธเจ้าว่าจ้างให้บวชโดยนำนางอัปสรมาหลอกล่อ ด้วยเลือดมานะขัตติยะในตัวทำให้พระนันทะรับไม่ได้ในคำครหาเหล่านั้น จึงออกจากหมู่หลีกเร้นอยู่เพียงผู้เดียว เร่งความเพียรอย่างจริงจังจนสามารถเอาชนะกามได้ในที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 2 3 วันในการบรรลุธรรม และได้เอ่ยขึ้นว่า

“เรามัวแต่ประกอบการประดับตกแต่งเพราะไม่มีการโยนิโสมนสิการ มีใจฟุ้งซ่านกลับกลอก ถูกกามราคะเบียดเบียนและเราได้ปฏิบัติตามอุบาย ที่ชอบตามที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ฉลาดในอุบายได้ทรงสั่งสอนแล้ว ได้ถอนจิตในภพขึ้นได้ดังนี้”

เมื่อพระนันทสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เหล่าเทวดาก็พากันสรรเสริญและได้นำข่าวการบรรลุของพระนันทะมาบอกพระพุทธเจ้า…เหล่าเพื่อนภิกษุก็ถามท่านพระนันทะว่าไม่สึกแล้วหรือ พระนันทะตอบว่าไม่สึก เพราะข้ามห้วงที่เคยข้อง (กาม) ได้แล้ว เมื่อพูดตอบเช่นนี้จึงทราบกันในหมู่ภิกษุว่าท่านพระนันทะบรรลุเป็นพระอรหันต์อีกรูปหนึ่งแล้ว

บุคคลผู้มีการสำรวมอินทรีย์ย่อมทำสุจริตทั้ง 3 อย่างให้เกิดขึ้นได้ สุจริต 3 อย่างคือ สุจริตทางกาย วาจา ใจ เช่นเดียวกับพระนันทะที่มีสุจริตทั้ง 3 แล้วก็ยังให้เกิดสติปัฏฐาน 4 ให้เกิดขึ้นได้ พอมีสติปัฏฐาน 4 ก็จะทำให้มีโพชฌงค์ 7 และทำให้มีวิชชาวิมุตติเกิดขึ้นได้ตามลำดับอย่างที่ท่านพระนันทะได้ทำ…

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติโดยอุบายที่ชอบ
Tagged on: