Share Button
download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 17/02/2560

สำหรับผู้ที่ต้องการฟังตอนเพิ่มเติมจากวิทยุ สามารถข้ามไปฟังในนาทีที่ ๒๘

HIGHLIGHTS:

  • มารดาบิดาเป็นพรหม เป็นบูรพาจารย์ เป็นอาหุเนยยบุคคลของบุตร
  • การเกิดมาของบุตร มาจากมารดาและบิดา การดูแลบุตรทั้ง๓ระยะเป็นภาระที่ทำได้ยาก
  • บุญคุณของมารดาบิดาเป็นการกระทำตอบแทนที่ทำได้ยาก
  • อย่าประมาทในคุณของท่าน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีปัญญาเห็นคุณธรรมต่างๆ ได้ เพราะความประมาททำให้เห็นได้ไม่ชัดเจน
  • ละความประมาทได้โดยการให้ตั้งสติ มีศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า

บทคัดย่อ

“คุณธรรมความดีที่เราอุปถัมภ์ค้ำจุนมารดาบิดา แน่นอนล่ะ ถึงแม้มันจะไม่เป็นการกระทำตอบที่พอเสมอกัน แต่จะเป็นจุดเริ่มจากการที่เรามีศรัทธา ในไหน ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำให้เรามีปัญญา ศรัทธาที่เรามี จะเหนี่ยวนำให้ท่าน ผู้ที่อาจจะยังไม่มีศรัทธา ให้ท่านมีศรัทธาได้ ปัญญาที่เรามีเห็นคุณงามความดีตรงนี้ จะเป็นตัวเหนี่ยวนำให้ท่าน จากที่อาจจะยังมีปัญญาน้อยบ้างมากบ้าง ให้ท่านมีปัญญาเพิ่มขึ้นได้..อย่าประมาท ..อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว”



ปมที่ต้องรีบแก้ และคำสอนของพุทธะ

ปมที่ต้องรีบแก้ รีบคลาย แกะให้ออก คือ ปมระหว่างมารดาบิดากับบุตรธิดา เพราะถ้าลูกมีความขุ่นเคืองใจในมารดาบิดา นั่นคือหนทางแห่งความประมาท ที่จะนำความเสื่อมมาให้ ทั้งทำให้ไม่เห็นปัญญาในคุณธรรมต่างๆ ที่ท่านมี เป็นการกำจัดคุณผู้ที่มีอุปการะมาก ทำให้ไม่สามารถบรรลุธรรมได้

คำสอนของพุทธะที่เกี่ยวกับมารดาบิดา คุณธรรมที่เราอุปถัมภ์ค้ำชูมารดาบิดา ถ้าไม่มีจะทำให้ยุคสมัยมันเสื่อมลง พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ใน สัตถันตรกัป และ พระพุทธเจ้าได้ตรัสถึงความเป็นมงคลความดีงาม ในการอุปถัมภ์เลี้ยงดูมารดาบิดา ตรัสไว้ใน มงคลสูตร

ในตอนนี้เราจะได้ฟัง ๓ พระสูตร กับ ๑ อรรถคาถา ที่เกี่ยวกับการอุปถัมภ์มารดาบิดา

การบูชามารดาบิดาที่เราต้องทำ เพราะว่าท่านเป็นดั่งพรหมของเรา เป็นเหมือนครูบาอาจารย์ ทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่เลี้ยงดูเรามาดั่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในสหพรหมสูตร


สพรหมสูตร

[๖๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย มารดาและบิดา เป็นผู้อันบุตรทั้งหลายของตระกูลเหล่าใด

บูชาแล้วภายในเรือน ตระกูลเหล่านั้น ชื่อว่ามีพรหม มารดาและบิดา เป็นผู้อันบุตรทั้งหลายของ ตระกูลเหล่าใดบูชาแล้วภายในเรือน ตระกูลเหล่านั้นชื่อว่ามีบุรพาจารย์ มารดาและบิดา เป็นผู้อันบุตรทั้งหลายของตระกูลเหล่าใดบูชาแล้วภายในเรือน ตระกูลเหล่านั้นชื่อว่ามีบุรพเทพ มารดาและบิดาเป็นผู้อันบุตรทั้งหลายของตระกูลเหล่าใดบูชาแล้วภายในเรือน ตระกูลเหล่านั้นชื่อว่ามีอาหุ เนยยบุคคล ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่าพรหมบุรพาจารย์ บุรพเทพอาหุเนยยบุคคล นี้เป็นชื่อของ มารดาและบิดา ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาและบิดาเป็นผู้มีอุปการะมาก เป็นผู้ประคบ ประหงมเลี้ยงดูบุตร เป็นผู้แสดงโลกนี้ แก่บุตร ฯ

และได้กล่าวคาถาสืบไปว่า

มารดาและบิดาผู้อนุเคราะห์แก่บุตร ท่านเรียกว่า พรหม

บุรพาจารย์ และอาหุเนยยบุคคลของบุตรทั้งหลาย

เพราะเหตุนั้นแหละ บุตรผู้เป็นบัณฑิตพึงนอบน้อม

พึงสักการะท่านด้วยข้าว น้ำ ผ้านุ่งห่ม ที่นอน ที่นั่ง อบกาย ให้อาบน้ำ และชำระเท้า

เพราะเหตุที่บุตรผู้เป็นบัณฑิตได้บำรุงบำเรอ ในมารดาและบิดา

บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขา ครั้นเขาละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในโลกสวรรค์ ฯ

อย่าทำตัวเหมือนคนที่เกิดจากป้องไม้ไผ่ ไม่มีพ่อไม่มีแม่ แต่เราเป็นคนมีพ่อมีแม่ มารดาพอตั้งครรถ์จะบำรุงบำเรอ บริหาร สัตว์ที่อยู่ในครรถ์ด้วยความประคบประหงม ด้วยความกังวลอันใหญ่หลวง ด้วยความเป็นภาระหนัก ตลอดเวลา ๙ เดือน ๑๐ เดือนนั้น บริหารครรถ์คือภาระที่ ๑ ระหว่างคลอดคือภาระที่ ๒ ชีวิตหนึ่งเกิด เสี่ยงต่อชีวิตแม่แค่ไหน คลอดออกมาแล้ว ยังต้องเลี้ยงด้วยโลหิตของตน คือ น้ำนม ดั่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มหาตัณหาสังขยสูตร ความว่า


มหาตัณหาสังขยสูตร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! มารดาย่อมบริหารซึ่งสัตว์ผู้เกิดในครรภ์นั้น ด้วยท้อง,ตลอดเวลาเก้าเดือนบ้าง สิบเดือนบ้าง; ด้วยความวิตกกังวลอันใหญ่หลวง เป็นภาระหนัก. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! มารดาย่อมคลอดซึ่งทารกนั้น โดยกาลอันล่วงไปเก้าเดือนบ้าง สิบเดือนบ้าง; ด้วยความวิตกกังวลอันใหญ่หลวง เป็นภาระหนัก, เลี้ยงแล้วซึ่งทารกอันเป็นผู้เกิดแล้วนั้น ด้วยโลหิตแห่งตน.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ในอริยวินัย สิ่งที่เรียกว่า “โลหิต” นั้น หมายถึงน้ำนมแห่งมารดา.

การทดแทนคุณมารดาบิดา แม้จะสถาปนาท่านเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์ ก็ยังไม่สามารถทดแทนได้เสมอกัน กับการอุปการะที่ท่านทำมาก่อน พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระสูตรดังนี้


อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต

[๒๗๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายแก่ท่านทั้ง ๒ ท่านทั้ง ๒ คือใคร คือ มารดา ๑ บิดา ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง เขามีอายุ มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้ง ๒ นั้นด้วยการอบกลิ่นการนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และท่านทั้ง ๒ นั้น พึงถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาในราชสมบัติ อันเป็นอิสราธิปัตย์ ในแผ่นดินใหญ่อันมีรตนะ ๗ ประการมากหลายนี้ การกระทำกิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย

ส่วนบุตรคนใดยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้สมาทานตั้งมั่นในศรัทธาสัมปทา ยังมารดาบิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นในศีลสัมปทา ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา ยังมารดาบิดาทรามปัญญา ให้สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล การกระทำอย่างนั้นย่อมชื่อว่าอันบุตรนั้นทำแล้ว และทำตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดา ฯ


อรรถกถาจตุทวารชาดก มิตตวินทชาดก

มีเรื่องราวที่มาในอรรถคาถา นายมิตตวินทุกะ ผู้ไม่เห็นคุณค่าของมารดาบิดาที่เป็นถึงโสดาบัน ทำร้ายร่างกาย ไม่เชื่อฟัง เป็นคนที่ไม่มีศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นผู้ที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว การไม่เชื่อฟังมารดาบิดาที่ขอร้องไม่ให้ออกเรือ เมื่อออกเรือไปก็ถูกจับโยนทะเล เพราะได้รับการเสี่ยงทายว่าเป็นตัวกาลกินี จนไปเจอนรกแต่เข้าใจว่าเป็นสวรค์ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว การไม่เชื่อฟังของเขาทำให้เขาได้รับผลกรรมนั้นในนรกมีจักรอยู่บนศรีษะ ดั่งมีรายละเอียดใน link ด้านล่าง

เรื่องของนายมิตตวินทุกะนี้ ได้สอนให้เราเห็นถึงผลของการเป็นผู้ที่ประมาท ทำให้เห็นผิดเป็นชอบ ไม่มีปัญญา ไม่มีศรัทธา จะทำให้ไม่ประมาทได้ ต้องมีสติ มีศรัทธา


“เราอย่าประมาท ความประมาททำให้เห็นผิดเป็นชอบ คุณธรรมความดีอะไรของมารดาบิดา ถ้าเราไม่เห็นนะ แสดงว่าคุณเห็นกงจักรอยู่ คุณเห็นแต่ความไม่ดีของพ่อแม่ คุณไม่เห็นความดอกบัว ความสวย ความงาม ทำไมไม่เห็น เพราะคุณไม่มีปัญญา …ความประมาททำให้เห็นไม่ชัดเจน เห็นผิดเห็นถูก เห็นคุณของเขาที่มากเป็นคุณเล็กน้อย คอยกำจัดคุณของคนอื่น จะทำให้ไม่ประมาทได้ ต้องมีสติ มีศรัทธา”

พระพุทธเจ้าบอกไว้ คนที่เป็นบัณฑิตฟังความข้อนี้แล้ว คิดว่าฉันควรแก้ไขตัวเองด้วยความมีศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า พึงสักการะมารดาบิดาด้วยข้าว ด้วยน้ำ ด้วยผ้านุ่งห่ม ด้วยที่นอนที่นั่ง ด้วยการอบกาย ด้วยการให้อาบน้ำ ด้วยการชำระเท้าท่าน ทำให้หมดทุกอย่าง มารดาบิดาเป็นผู้มีคุณมากกว่าพระเจ้าจักรพรรดิ์

“คุณธรรมความดีที่เราอุปถัมภ์ค้ำจุนมารดาบิดา แน่นอนล่ะ ถึงแม้มันจะไม่เป้นการกระทำตอบที่พอเสมอกัน แต่จะเป็นจุดเริ่มจากการที่เรามีศรัทธา ในไหน ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำให้เรามีปัญญา ศรัทธาที่เรามี จะเหนี่ยวนำให้ท่าน ผู้ที่อาจจะยังไม่มีศรัทธา ให้ท่านมีศรัทธาได้ ปัญญาที่เรามีเห็นคุณงามความดีตรงนี้ จะเป็นตัวเหนี่ยวนำให้ท่าน จากที่อาจจะยังมีปัญญาน้อยบ้างมากบ้าง ให้ท่านมีปัญญาเพิ่มขึ้นได้..อย่าประมาท ..อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว”

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ฟังย้อนหลัง “เมื่อไม่กตัญญุตา ก็ยากจะบรรลุธรรม” ออกอากาศทาง FM๙๒.๕ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
  • “สพรหมสูตร” เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต

    [๖๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย มารดาและบิดา เป็นผู้อันบุตรทั้งหลายของตระกูลเหล่าใดบูชาแล้วภายในเรือน ตระกูลเหล่านั้น ชื่อว่ามีพรหม มารดาและบิดา เป็นผู้อันบุตรทั้งหลายของตระกูลเหล่าใดบูชาแล้วภายในเรือน ตระกูลเหล่านั้นชื่อว่ามีบุรพาจารย์ มารดาและบิดา เป็นผู้อันบุตรทั้งหลายของตระกูลเหล่าใดบูชาแล้วภายในเรือน ตระกูลเหล่านั้นชื่อว่ามีบุรพเทพ มารดาและบิดาเป็นผู้อันบุตรทั้งหลายของตระกูลเหล่าใดบูชาแล้วภายในเรือน ตระกูลเหล่านั้นชื่อว่ามีอาหุเนยยบุคคล ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่าพรหมบุรพาจารย์ บุรพเทพอาหุเนยยบุคคล นี้เป็นชื่อของมารดาและบิดา ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาและบิดาเป็นผู้มีอุปการะมาก เป็นผู้ประคบประหงมเลี้ยงดูบุตร เป็นผู้แสดงโลกนี้แก่บุตร ฯ

    มารดาและบิดาผู้อนุเคราะห์แก่บุตร ท่านเรียกว่า พรหมบุรพาจารย์ และอาหุเนยยบุคคลของบุตรทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแหละ บุตรผู้เป็นบัณฑิตพึงนอบน้อม พึงสักการะท่านด้วยข้าว น้ำ ผ้านุ่งห่ม ที่นอน ที่นั่ง อบกาย ให้อาบน้ำและชำระเท้า เพราะเหตุที่บุตรผู้เป็นบัณฑิตได้บำรุงบำเรอในมารดาและบิดา บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขา ครั้นเขาละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในโลกสวรรค์ ฯ

  • “มหาตัณหาสังขยสูตร” เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

    ปฏิจจสมุปบาทจะมีได้แก่ทารกเฉพาะที่โตขึ้นถึงขนาดรู้สึกยึดถือในเวทนา

    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เพราะการประจวบพร้อมแห่งปัจจัย ๓ ประการ; การก้าวลงสู่ครรภ์ ของสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ ย่อมมีขึ้น. ในกรณีนี้คือ แม้มารดาบิดาอยู่ร่วมกันแต่มารดาไม่มีระดู ทั้งคันธัพพะ (สัตว์ที่จะปฏิสนธิในครรภ์) ก็ยังมิได้เข้าไปตั้งอยู่เฉพาะแล้ว การก้าวลงสู่ครรภ์ของสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ ก็ยังมีไม่ได้ก่อน. ในกรณีนี้แม้มารดาบิดาอยู่ร่วมกันด้วย มารดาก็มีระดูด้วย แต่คันธัพพะยังไม่เข้าไปอยู่เฉพาะแล้วการก้าวลงสู่ครรภ์ของสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ ก็ยังมีไม่ได้ก่อน อยู่นั่นเอง. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! แต่ในกาลใด มารดาบิดาอยู่ร่วมกันด้วย, มารดามีระดูด้วย, คันธัพพะเข้าไปตั้งอยู่เฉพาะแล้วด้วย; การก้าวลงสู่ครรภ์ของสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ ย่อมมีเพราะการประจวบพร้อมแห่งปัจจัย ๓ ประการ ด้วยอาการอย่างนี้.

    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! มารดาย่อมบริหารซึ่งสัตว์ผู้เกิดในครรภ์นั้น ด้วยท้อง,ตลอดเวลาเก้าเดือนบ้าง สิบเดือนบ้าง; ด้วยความวิตกกังวลอันใหญ่หลวง เป็นภาระหนัก. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! มารดาย่อมคลอดซึ่งทารกนั้น โดยกาลอันล่วงไปเก้าเดือนบ้าง สิบเดือนบ้าง; ด้วยความวิตกกังวลอันใหญ่หลวง เป็นภาระหนัก, เลี้ยงแล้วซึ่งทารกอันเป็นผู้เกิดแล้วนั้น ด้วยโลหิตแห่งตน.

    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ในอริยวินัย สิ่งที่เรียกว่า “โลหิต” นั้น หมายถึงน้ำนมแห่งมารดา.

  • พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต

    [๒๗๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายแก่ท่านทั้ง ๒ ท่านทั้ง ๒ คือใคร คือ มารดา ๑ บิดา ๑

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง เขามีอายุ มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้ง ๒ นั้นด้วยการอบกลิ่นการนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และท่านทั้ง ๒ นั้น พึงถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาในราชสมบัติ อันเป็นอิสราธิปัตย์ ในแผ่นดินใหญ่อันมีรตนะ ๗ ประการมากหลายนี้ การกระทำกิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย

    ส่วนบุตรคนใดยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้สมาทานตั้งมั่นในศรัทธาสัมปทา ยังมารดาบิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นในศีลสัมปทา ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา ยังมารดาบิดาทรามปัญญา ให้สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล การกระทำอย่างนั้นย่อมชื่อว่าอันบุตรนั้นทำแล้ว และทำตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดา ฯ

  • อ่านเรื่อง “มิตตวินทุกชาดก”
อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว
Tagged on: