download9

ออกอากาศทาง FM106 ในวันที่ 8/8/2559

ถ้าเราจะแบ่งหมวดธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนออกเป็นง่ายๆ ก็แบ่งเป็น 2 หมวด หมวดที่ส่งเสริมเรื่องราวที่จะไป ทางโลกุตตระธรรม เป็นไปในทางจิตเบื้องสูง หมวดที่ส่งเสริมตรงนั้นก็หมวดหนึ่ง หมวดที่ 2 ก็คือเรื่องที่ไปในทางจิตเบื้องสูง……เพราะงั้น 2 ส่วนที่จะเป็นเหมือนกับบันได 2 ขั้น ขั้นที่ 1 คุณก้าวขั้นนี้ก่อน เพื่อที่จะส่งเสริมไปในจิตเบื้องสูงเรื่องอริยสัจสี่ เรื่องที่ 2 ก็เป็นเรื่องอริยสัจสี่นั่นเอง …โลกุตตระธรรม ก็คือ เหนือโลก…เหนือโลกในที่นี้ไม่ใช่หลุดโลก…หมายความว่า ก็อยู่ในโลกนี่แหละ แต่เหนือจากการครอบงำของโลก เหนือจากการที่โลกนั้น จะมาทำการแปดเปื้อนจิตให้มันเศร้าหมอง…

…อริยสัจสี่ เป็นธรรมที่ทำให้เกิดความเหนือโลก แล้วก็ส่วนธรรมที่จะสนับสนุน ให้เกิดความรู้ตรงนั้น เขาเรียกว่า เครื่องที่เป็นไปตามลำดับ 5 อย่าง …อนุปุพพิกถา 5 อย่าง …ก็คือเรื่องราวที่เป็นไปตามลำดับ ที่คนจะต้องมีก่อน รู้ก่อน เพื่อที่จะทำความเข้าใจอริยสัจสี่ได้ อันดับแรก พูดถึงเรื่องของทาน 2.คือศีล 3.คือสวรรค์ 4.คือโทษของกาม และ 5.คืออานิสงส์ในการหลีกออกจากกาม……

…ในการที่จะรู้ตามอริยสัจสี่ ก็ต้องเหมือนกับผ้านั่นเอง ผ้าที่ทำความสะอาดแล้ว สามารถที่จะเตรียมรับน้ำย้อมได้ น้ำย้อมถ้าเราจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับเรื่องของอริยสัจสี่…การซักผ้าการเตรียมผ้าตรงนี้ ก็เปรียบเสมือนเรื่องอนุปุพพิกถา…

…เรื่องของทานคือการให้ การสละออก จุดประสงค์ของทาน เพื่อให้กำจัดความตระหนี่ ความตระหนี่เป็นมลทินของจิต ถ้าเผื่อว่ามีแล้ว จิตมันเศร้าหมอง…ถ้ามีเงินแล้วไม่รู้จักใช้จ่าย มันก็เปรียบเหมือนสระโบกขรณีที่มีน้ำใส มีท่าน้ำราบเรียบขึ้นลงได้ แต่ว่าไม่มีคนไปใช้ เป็นที่อยู่ของอสูรกาย …ของดีๆ มีอยู่แต่ไม่ได้ใช้……

…มีศีล ศีลในที่นี้ก็หมายถึงความเป็นปกติของมนุษย์…ถ้าเราเอาสัมมาวาจา 4 อย่าง มาบวกกับการไม่ประพฤติผิดในกาม การไม่ลักทรัพย์ การไม่ฆ่า อันนี้ก็เป็นศีลเบื้องต้น ความปกติที่คนปกติจะต้องมี…ถ้ามีทานมีศีลให้มั่นใจได้เลย ไปอยู่ที่ไหนไม่ต้องกลัว…

…ถัดมาข้อที่ 3 คือเรื่องของสวรรค์ สวรรค์ในที่นี้หมายถึง สถานที่ที่มีความสุข คือ คนที่ให้ทานด้วยคนที่รักษาศีลด้วย จิตใจของเขามีความสบายใจ จะไม่มีความร้อนใจ ความสบายใจที่เกิดขึ้นเนี่ยะ ทำให้จิตใจของเรามีความสุข พอมีความสุขความเย็นใจความสบายใจแล้ว จิตใจประเภทเนี่ยะ เป็นจิตใจที่เหมือนอยู่บนสวรรค์ สวรรค์ ถ้าเราจะพูดก็คือสถานที่ที่มันน่ารื่นรมย์ น่าพอใจ เป็นที่ที่น่าสบายใจ…

…โทษของสวรรค์>>>ถ้าเรามีความลุ่มหลงยึดถือ มัวเมา เพลิดเพลินในสิ่งนั้น เราอาจจะผิดศีลได้ …จะทำให้เราเสียมันไป…พระพุทธเจ้าจึงเตือนโทษของกาม…กามมีโทษมาก มีประโยชน์น้อย

…อานิสงส์ในการหลีกออกจากกามดีกว่า…ถ้าเรามีความสุขใดๆ แล้ว เราลุ่มหลงจมอยู่ในกาม ไอ้ความลุ่มหลง ความเมาความมึน มันคือกาม…ถ้าเรามีความเมาความมึนในสิ่งที่ได้มา คุณจะเสียมันไป ไอ้เหตุที่คุณได้มันมา ก็จะไม่ได้สร้าง เพราะงั้นจึงต้องมีการหลีกออกจากกาม …เป็นวิธีที่เราจะอยู่กับสิ่งนั้นได้ สิ่งที่เราได้มาจากความดีที่เราทำ โดยไม่เจอโทษภัยของมัน …ถ้ามีแล้ว ทำแล้ว เราจะรักษาความสุขที่เกิดขึ้นตรงนั้นได้ แล้วมันจะเป็นไปในทางจิตเบื้องสูง ความสุขที่เกิดขึ้น ก็จะค่อยละเอียดลงไป มีความลึกซึ้งลงไป มีความที่จะต่อยอดให้ได้มากขึ้น…

…ถ้าพระอรหันต์จะเทศน์บอกสอนคน ให้เลือกระหว่าง 2 คน คนหนึ่ง มีจิตใจตระหนี่ไม่ให้ทาน อีกคนหนึ่งมีจิตใจไม่ตระหนี่ น้อมไปในการให้ทาน …ท่านจะแสดงธรรมกับคนที่ให้ทานก่อน เพราะว่าจิตใจเขาจะเข้าใจธรรมะได้ง่ายกว่า…

..เพราะงั้นตรงนี้จึงเป็นฐานเป็นบันไดก้าวแรกที่จะเข้าไปสู่อริยสัจสี่ได้นั่นเอง…เพราะงั้นเรื่องของทานศีล ความสุขทางตา หู การที่เราต้องระวังโทษของกาม อานิสงส์ในการหลีกออกจากกาม เป็นสิ่งที่เราทำได้ในชีวิตประจำวันของเรา ทุกๆ ขั้นตอน นำความสุขความดีให้เกิดขึ้นในชีวิตของเราได้…

อนุปุพพิกถา
Tagged on: