download9
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 29/11/2559

 

HIGHLIGHTS:

  • สิกขาคือการศึกษาด้วยการปฏิบัติ สิกขาในพุทโธ ธัมโม สังโฆ
  • ธรรมทายาทต้องมี รัตน สาม
  • ให้เดินมาตามทางคือมรรค เริ่มด้วยสัมมาสติ
  • เมื่อมีความพ้นความดับแล้ว ให้รักษาไว้ด้วยสติ อย่าเผลอ
  • ใช้อนุสติสิบ ปฏิบัติได้ทุกที่

บทคัดย่อ

“ดูกร ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเป็นธรรมทายาทของเราเถิด อย่าเป็นอามิสทายาทของเราเลย เรามีความเอ็นดูในพวกเธออยู่ว่า ทำอย่างไรหนอ สาวกทั้งหลายของเรา จะพึงเป็นธรรมทายาท จะไม่พึงเป็นอามิสทายาท”

–พุทธพจน์–

 

สิกขาคือการศึกษาด้วยการปฏิบัติ สิกขาโดยตั้งจิตไว้ในสามสิ่งนี้ คือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ

“เราตั้งจิตเอาไว้ด้วย พุทโธ ธัมโม สังโฆ ตั้งจิตเอาไว้อย่างนี้แล้ว เราถึงสามารถที่จะทำสิกขา คือการศึกษาด้วยการปฏิบัติให้ได้อย่างดี จึงจะเป็นธรรมทายาท”

 

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ให้เป็นธรรมทายาท อย่าเป็นอามิสทายาทเลย ธรรมทายาทคือการนำมาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีรัตนะสามครบถ้วน ปฏิบัติตรงตามทางคือมรรค เริ่มต้นที่สัมมาสติ สติปัฏฐานสี่

“เวลาที่เรามาตามทาง เริ่มจากการที่เราตั้งสติขึ้น เป็นสัมมาสติ เปิดตาออกให้เห็น เป็นสัมมาทิฏฐิ แล้วมีการคิดพูดทำมาตามทางขาว นั่นก็เป็นสัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ ทำให้มันละเอียด มีความรอบคอบ ใคร่ครวญไปเรื่อยๆ ก็เป็นสัมมาอาชีวะ การกระทำมาตามทางนี้ ก็เป็นสัมมาวายามะ คุณเดินมาตามทางแล้ว กุศลธรรมเพิ่มขึ้นแล้ว อกุศลธรรมลดลงแล้ว ๗ อย่างนี้ที่แวดล้อมจิตของเราอยู่ จิตที่เป็นแบบนี้เป็นเอกัคคตา มีความสงบ เป็นสัมมาสมาธิ”

 

เวลาที่เราเริ่มต้นการปฏิบัติ ให้ทำอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา การที่เราตั้งจิตไว้แบบนี้ เรียกว่าเป็น “อนุสติสิบ” จิตของเราจะไม่หลุด จะไปตามกระแส สติก็คือแล่นไป ไปตามทางที่ สรณคมนํ ทางนี้ไปสู่นิพพาน ให้จิตมีพุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ จะทำสติเกิดขึ้นได้ สติจะมีกำลังมากขึ้น จะทำความดับความเย็นความพ้นให้เกิดขึ้นได้ สติเปรียบเหมือนนายทวารทั้ง ๖ ในทุกช่องทางต้องมีสติตั้งเอาไว้ อย่าเผลอ อย่าให้กลับกำเริบ โดยการฝึกบ่อยๆ ในทุกอิริยาบท

 

“อินทรีย์ทั้งหลายมีใจเป็นที่แล่นไปสู่ ใจมีสติเป็นที่แล่นไปสู่ สติมีวิมุตเป็นที่แล่นไปสู่ วิมุตมีนิพพานเป็นที่แล่นไปสู่”

ใจต้องมีสติเป็นที่แล่นไปสู่ สติที่ใจมาติดไว้ มาตั้งไว้ ใจมารักษาไว้ด้วยสติ จะเป็นตัวที่จะพาใจ ให้มีความพ้นจากสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมทั้งหลาย พอพ้นคือวิมุตตรงนี้ ทำบ่อยๆ พอเราทำได้ครั้งหนึ่ง อวิชชาก็ค่อยๆลอกออกไป วิชชาก็เกิดขึ้นมานิดนึง เพราะความจางคลาย เพราะความดับไป ดับไปไม่เหลือของอวิชชา จึงจะมีความเข้าใจในอริยสัจสี่ได้ จะทำให้เกิดนิพพานที่แท้จริงได้

 

“คือของดีๆ คือธัมโม ที่ผู้ดีอย่างพุทโธ ท่านทำไว้อย่างดีแล้ว บอกไว้อย่างดีแล้ว เราเอามาทำ ต้องทำให้ดีๆด้วย การทำอย่างดีๆ เรียกว่าเป็นสุปฏิปันโน สุปฏิคือปฏิบัติดีนั่นเอง ไม่ใช่แค่เราคนเดียวเท่านั้น คนอื่นเขาก็ทำด้วยได้ ก็คือหมู่ สังโฆ ถ้าเราไม่มีสังโฆ มันจะมาสุปฏิปันโนไม่ได้นะ มันจะไม่ได้เกิดการปฏิบัติ แค่จำไว้เฉยๆ พอการปฏิบัติไม่ดี ไม่ได้เป็นธรรมทายาท”

พระสูตร / เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

อ่าน “ธรรมทายาทสูตร”

ธรรมทายาทต้องมี รตน สาม
Tagged on: